หุ้นไทย ปิดบวก 2.42 จุด รับสัญญาณบวกเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯ แต่กังวลเศรษฐกิจ-การเมืองยืดเยื้อกดดัน
หุ้นไทย ปิดวันนี้ 11 มิ.ย. ที่ระดับ 1,141.58 จุด เพิ่มขึ้น 2.42 จุด มูลค่าซื้อขาย 26,216 ล้านบาท แกว่งแดนบวกอ่อน ๆ ได้แรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศ หลังการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ มีสัญญาณที่ดี อีกทั้งดัชนีถูกกดดันจากแรงขายกลุ่มไฟแนนซ์ จากความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจไทย แต่มีแรงซื้อในกลุ่ม China Plays เข้ามาพยุงดัชนี นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังถูกดดันจากการเมืองในประเทศที่ยังคลุมเครือ
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 11 มิถุนายน ปิดที่ระดับ 1,141.58 จุด เพิ่มขึ้น 2.42 จุด (+0.21%) มูลค่าการซื้อขาย 26,216.13 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 234.21 ล้านบาท กองทุนขายสุทธิ 0.61 ล้านบาท
วันนี้มีการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) 14 หลักทรัพย์ 18 รายการ พบ BTSGIF มีมูลค่าสูงสุด 120.60 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 2.64 บาท
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ์ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ดัชนีแกว่งบวกอ่อน ๆ ได้แรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศ หลังการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนล่าสุดมีสัญญาณที่ดี กระตุ้น Sentiment การลงทุนเชิงบวก อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยยังถูกกดดันจากแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศรวมทั้งประเด็นการเมืองที่ยังยืดเยื้อ และอาจกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล
โดยวันนี้ดัชนีถูกกดดันจากแรงขายกลุ่มไฟแนนซ์ จากความกังวลคุณภาพสินทรัพย์ที่อาจจะเกิดเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จะขยับขึ้น เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังไม่ดี แต่ก็มีแรงซื้อหุ้นกลุ่ม China Plays เข้ามาช่วยพยุงดัชนี
อย่างไรก็ตามปริมาณการซื้อขายตลาดหุ้นไทยค่อนข้างเบาบางมาต่อเนื่อง ทิศทางตลาดเปราะบาง อีกทั้งความเชื่อมั่นในตลาดลดลง จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ที่อาจได้รับผลกระทบจากการค้าโลกทำให้เศรษฐกิจไทยยังผันผวน ขณะเดียวกันประเด็นการเมืองยังยืดเยื้อไปจนถึงปลายเดือนนี้ หลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งทนายไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามคำสั่งนัดพร้อมหรือนัดไต่สวนในวันที่ 13 มิ.ย. นี้ อีกทั้งประเด็นการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ยังต้องติดตามต่อ
แนวโน้มวันพรุ่งนี้ (12 มิ.ย. 68) คาดดัชนีแกว่งในกรอบ แนะคืนนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ค. ของสหรัฐ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้การปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยให้กรอบแนวรับ 1,130 จุดและแนวต้าน 1,150 จุด
5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด
- AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,120.59 ล้านบาท ปิดที่ 32.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
- ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,115.02 ล้านบาท ปิดที่ 292.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท
- KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,037.56 ล้านบาท ปิดที่ 156.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
- SAWAD มูลค่าการซื้อขาย 955.51 ล้านบาท ปิดที่ 16.80 บาท ลดลง 1.40 บาท
- CPALL มูลค่าการซื้อขาย 930.33 ล้านบาท ปิดที่ 47.00 บาท ลดลง 0.25 บาท