โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จัด “Mindset” ให้ปัง ก่อนพอร์ตพังเพราะ “อารมณ์”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 03.37 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 03.37 น.

บทความโดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO Jitta Wealth

ผ่านมาครึ่งทางแล้วนะครับ สำหรับปี 2568 ใครหลายคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นปีที่ช่างเลวร้ายยิ่งนัก ไม่ว่าจะปัจจัยภายในหรือภายนอกประเทศ ก็แลดูจะไม่สดใสสวยงาม แอบจะหม่นหมองเสียด้วยซ้ำ ความขุ่นมัวที่เกิดขึ้น ผมขอเรียกมันว่า “อารมณ์”และนี่เองที่เป็นศัตรูตัวฉกาจในโลกของการลงทุนเลยล่ะครับผมเห็นนักลงทุนหลายรายที่แห่เทขายสินทรัพย์เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องบ่นเสียดาย หรือ”รู้งี้” เมื่อวันถัดมาตลาดหุ้นกลับพุ่งสวนทางขึ้นมาเสียได้

การจะก้าวข้าม “อารมณ์” ตัวร้ายที่ทำให้พอร์ตพังก็หนีไม่พ้นเรื่องการสร้าง “Mindset” ให้แข็งแรงและเป็นเข็มทิศนำทางพาพอร์ตให้อยู่รอดได้ในทุกๆ พายุที่ถาโถมเข้ามา หากคุณเห็นด้วยกับผม ตามผมมาครับ ผมจะบอกถึง 5 สิ่งที่คุณจะต้องทำครับเพื่อปลูก “Mindset” ที่แข็งแรงในใจครับ

สิ่งแรก EQ สำคัญกว่า IQ เมื่อพอร์ตติดลบ

ตลาดหุ้นที่ร่วงลงหนักหนาในปีนี้ ผมเชื่อว่าทำให้ใครหลายคนคงรู้สึกอยาก “หนี” หรือตัดขาดทุนทันทีเมื่อเห็นตัวเลขติดลบ แต่ความจริง คือ ช่วงเวลานี้เองเป็นเวลาของ EQ หรือความฉลาดทางอารมณ์ที่จะต้องลุกมาทำหน้าที่ที่สำคัญที่สุด ในยามที่พอร์ตติดลบหนัก EQ ยิ่งต้องรับบทหนัก เป็นบทบาทที่สำคัญเหนือกว่าเรื่องเม็ดเงินลงทุนอีกนะครับ

อย่าปล่อยให้ความกลัวมาควบคุมการตัดสินใจ แต่ให้คุณกลับไปทบทวนเหตุผลที่ลงทุนตั้งแต่แรก แล้วถามตัวเองว่าพื้นฐานของสินทรัพย์ยังดีอยู่ไหม? เรายังเชื่อมั่นในเป้าหมายระยะยาวของตัวเองหรือเปล่า?

สิ่งที่สอง จัดสรร “เงินเย็น” เท่านั้นเพื่อไม่ให้ใจร้อน

หนึ่งในสาเหตุใหญ่ที่ทำให้นักลงทุนรีบขายตอนตลาดตก คือใช้ “เงินร้อน”มาลงทุน เงินร้อน เท่ากับ เงินที่คุณจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันหากคุณต้องใช้เงินในเร็วๆ นี้ ความผันผวนของตลาดจะทำให้คุณเครียด กลัวและตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย เพราะฉะนั้น ควรลงทุนให้ถูกกับประเภทของเงินเพื่อสร้างอิสระทางอารมณ์

สิ่งที่สาม DCA หรือถัวเฉลี่ย

คือ เครื่องมือแห่งโอกาส ไม่ใช่ความผิดพลาดการลงทุนถัวเฉลี่ยต้นทุนในช่วงที่ตลาดตกต่ำเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่นักลงทุนระดับโลกใช้กันมานานเมื่อคุณไม่ปล่อยให้พอร์ตหลุดจากเป้าหมายและใช้จังหวะนี้“เพิ่มน้ำหนัก”การลงทุนในสินทรัพย์ที่ดีนี่จะกลายเป็นโอกาสที่แท้จริงในระยะยาว

สิ่งที่สี่ Rebalance พอร์ตให้สม่ำเสมอ

หากคุณใช้กลยุทธ์จัดพอร์ตแบบ Core & Satellite กระจายลงทุนสินทรัพย์ต่างๆให้เกิดความเสี่ยงแบบสมดุลเมื่อถึงเวลาหนึ่งก็ต้องมีการปรับพอร์ตให้กลับมาอยู่ในสัดส่วนเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าพอร์ตของคุณไม่เบี่ยงเบนมากเกินไปในช่วงที่ตลาดผันผวน การ Rebalancingจะช่วยลดความเสี่ยงและรักษาทิศทางการลงทุนของคุณให้อยู่บนแผนที่วางไว้

ส่วนการจัดพอร์ตลงทุนสูตร Core&Satelitte

เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยกระจายลงทุนสินทรัพย์ที่หลากหลายและจะช่วยพยุงผลตอบแทนรวมให้พอร์ต โดยการจัดพอร์ตจะบ่งเป็น 2 ส่วน คือ พอร์ตหลักหรือCore ที่เน้นลงทุนสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอแต่ไม่สูงหวือหวา อาทิ พันธบัตรรัฐบาลหุ้นกู้คุณภาพ หุ้นรายประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่นควรกระจายทั้งฝั่งเอเซียและตะวันตก เป็นต้น และพอร์ตรอง หรือ Satelitteจะเน้นลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงสูงแต่ให้ผลตอบแทนสูง

อย่างหุ้นในประเทศตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน เวียดนามหุ้นธีมเมกะเทรนด์กลุ่มอุตสาหกรรม เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี 7 นางฟ้า

หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า และ ทองคำที่ราคาพุ่งแรง เป็นต้น ปกตินักลงทุนทั่วไปนิยมจัดสัดส่วนของพอร์ต Core จะอยู่ระดับ 80% และ Satelitte มีสัดส่วน 20% เนื่องจากในยามวิกฤติพอร์ต Satelitte เกิดขาดทุนตัวพอร์ตหลักจะยังสามารถสร้างผลตอบแทนทบต้นเรื่อยๆและมีโอกาสที่จะทำกำไรกู้คืนส่วนที่ขาดทุนของพอร์ตรองกลับมาได้ทำให้ภาพรวมของพอร์ตยังเป็นบวกอยู่

สิ่งที่ห้า อยู่ในตลาดให้นานพอแล้วคุณจะเห็นผลลัพธ์

เพราะการลงทุนไม่ใช่การแข่งขันระยะสั้น แต่ คือการเดินทางระยะไกล ถ้าคุณมีวินัยยึดมั่นในแผนการลงทุนและมีใจที่มั่นคงพอ

คุณจะสามารถผ่านพ้นทุกวิกฤติไปได้ อย่าแค่พยายามชนะตลาดแต่จงอยู่ในตลาดให้นานพอจนผลตอบแทนเป็นของคุณเพราะฉะนั้น คนที่กำลังท้อแท้ ผมชวนมาสร้างพลังบวกของ “Mindset” กันครับรับรองพอร์ตคุณรอดแน่นอนครับ

สำหรับคนที่อยากไปต่อ…มองหาโอกาสในวิกฤติในช่วงนี้ก็สามารถทำได้ครับโดยพิจารณาเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความสามารถในการเติบโตในระยะยาวและมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและสิ่งสำคัญต้องติดตามสถานการณ์รอบโลกอย่างใกล้ชิดเพราะอาจมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างต่อเนื่องได้ตลอดเวลา

สำหรับนักลงทุนบางส่วนที่กล้าๆ กลัวๆ โลกมีความไม่แน่นอนสูง ก็มองหา“ที่ปลอดภัย” เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสมก่อนกลับเข้าสู่ตลาด Money Maket ก็เป็นตัวเลือกที่ดีในช่วงที่หลายประเทศยังคงใช้นโยบายดอกเบี้ยสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อกันไปอีกระยะหนึ่งจริงๆแล้ว การพักเงินใน “Money Market” ไม่ใช่แค่ “รอเวลา” แต่เป็นการบริหารความเสี่ยง พร้อมรักษาสภาพคล่องและยังได้รับผลตอบแทนบางส่วน ในขณะที่เรากำลังเฝ้าติดตามรอ“พายุการลงทุน” สงบลง เรียกได้ว่าเป็นอีกกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในภาวะนี้ครับ

แม้แต่ “Charlie Munger” นักลงทุนระดับโลก คู่คิดของ Warren Buffett เคยกล่าวไว้ว่า “The big money is not in the buying and selling, but in the waiting.” หรือ “กำไรก้อนโตไม่ได้มาจากการซื้อหรือขาย แต่เกิดจากการ ‘รอ’

อย่างมีเป้าหมาย” จริงๆ แล้ว ในช่วงที่โอกาสเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน บางครั้งพอร์ตลงทุน “ไม่เสียหาย” ก็ถือเป็น “การชนะ” อย่างหนึ่งของนักลงทุน

ส่วนคนที่คว้าโอกาสลงทุนในวิกฤติด้วยการยึดหลักการลงทุนระยะยาวคุณต้องทำการบ้านติดตามข้อมูลของสินทรัพย์ที่มีพื้นฐานดีและมีศักยภาพสร้างผลตอบแทนให้เติบโตในระยะยาวอยู่ ผมแนะนำให้ใช้วิธีแบ่งไม้ลงทุนครับเพราะไม่มีใครรู้ว่าวิกฤตินี้จะผ่านจุดต่ำสุดเมื่อไหร่ ดังนั้นการใส่เงินลงทุนไม้แรกควรเป็นสัดส่วนน้อยๆ ไว้ก่อน และค่อยๆเพิ่มไม้ลงทุนเมื่อมีวิกฤติเกิดขึ้นอีก เมื่อพายุสงบ ตลาดกลับสู่ภาวะปกติพอร์ตของคุณจะมีพลังเติบโตครับ

สุดท้ายนี้ นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่หมั่นตรวจเช็คสุขภาพพอร์ตลงทุนว่ายังเดินมาถูกทางและมีความแข็งแกร่งทนทานไม่ว่าสถานการณ์การลงทุนจะเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะจะเป็นวิถีทางที่พาให้พอร์ตของคุณไปถึงเส้นชัยหรือเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ครับ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จัด “Mindset” ให้ปัง ก่อนพอร์ตพังเพราะ “อารมณ์”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...