โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

Holistic Parenting เลี้ยงลูกแบบองค์รวม ให้สมดุลทุกด้าน

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 01.14 น. • Features

ท่ามกลางแนวทางการเลี้ยงลูกมากมาย คุณพ่อคุณแม่อาจต้องศึกษาหาข้อมูลเพื่อเลือกบางอย่างของแต่ละแนวทางมาปรับใช้กับการเลี้ยงลูกของตัวเอง เช่น บางแนวทางก็เน้นการเลี้ยงดูเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะให้ลูกเป็นหลัก บางแนวทางก็เน้นไปที่สุขภาพและความสุขของลูกแต่เราจะชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักกับ Holistic Parenting หรือ แนวทางการเลี้ยงดูแบบองค์รวม ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลและเลี้ยงดูลูกในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรงของร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ สังคม และความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังคงยึดเอาความสุขของลูกเป็นที่ตั้งเสมอ จึงเป็นการเลี้ยงดูที่ช่วยให้ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็ง มีความสุข ปรับตัวเก่ง และดึงศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่เรามีตัวอย่างกิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำร่วมกับลูกในชีวิตประจำวัน เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถนำแนวทาง Holistic Parenting ไปปรับใช้ในการเลี้ยงดูลูกได้จริง1. ส่งเสริมการเคลื่อนไหวอย่างอิสระและหลากหลาย

เริ่มจากการจัดสรรเวลาให้ลูกได้ทำกิจกรรมทางกายที่สนุกสนานและเหมาะสมกับวัย เช่น การเล่นวิ่งไล่จับ เล่นกีฬาที่ชอบ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ อย่างน้อยวันละ 60 นาที การเคลื่อนไหวช่วยพัฒนากล้ามเนื้อ ความแข็งแรง ทักษะการประสานงานของร่างกาย และยังส่งผลดีต่ออารมณ์และสมาธิของลูกด้วย2. ให้ความสำคัญกับโภชนาการที่สมดุล

จัดเตรียมอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด และโปรตีนที่มีคุณภาพ ลดอาหารแปรรูป น้ำหวาน และขนมขบเคี้ยว ชวนลูกมีส่วนร่วมในการเลือกซื้อและเตรียมอาหารอย่างง่ายๆ เช่น ล้างผัก จัดจาน หรือทำแซนวิช เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้มีเวลาพูดคุยถึงประโยชน์ของอาหารแต่ละชนิด จะช่วยให้ลูกเข้าใจและเห็นความสำคัญของการกินอาหารที่มีประโยชน์ได้ง่ายขึ้น3. สร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่สนุกสนาน

กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของลูกผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านนิทาน การวาดรูป การทำการทดลองวิทยาศาสตร์ง่ายๆ ในบ้าน เช่น การปลูกถั่วงอก การทำภูเขาไฟจำลอง หรือการไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ หรือห้องสมุด การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องเรียนเสมอไป การเปิดโอกาสให้ลูกได้สำรวจ ตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบด้วยตนเองจะช่วยพัฒนาความคิดวิเคราะห์และทักษะการแก้ปัญหา4. สอนทักษะทางอารมณ์ (Emotional Intelligence)

การสอนให้ลูกรู้จักและเข้าใจอารมณ์ต่างๆ ทั้งดีใจ เสียใจ โกรธ กลัว จะช่วยให้ลูกสามารถจัดการกับอารมณ์ได้ดีมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่อาจใช้การอ่านนิทานที่มีตัวละครแสดงอารมณ์ต่างๆ และชวนลูกพูดคุยถึงความรู้สึกของตัวละคร รวมถึงสอนเรื่องความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นโดยการพูดคุยถึงความรู้สึกของคนรอบข้างด้วย5. ส่งเสริมทักษะการเข้าสังคมที่มีคุณภาพ

เปิดโอกาสให้ลูกได้เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเด็กในวัยเดียวกันหรือวัยใกล้เคียงกัน เช่น การไปสนามเด็กเล่น การเข้าร่วมกลุ่มกิจกรรมสำหรับเด็ก หรือการชวนเพื่อนลูกมาเล่นที่บ้าน สอนทักษะการสื่อสาร การแบ่งปัน การทำงานร่วมกัน และการแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติวิธี รวมถึงการเป็นตัวอย่างที่ดีในการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างสุภาพและให้เกียรติอ่านบทความ: เทรนด์การเลี้ยงลูก 2025 : 5 แนวทางการเลี้ยงลูกที่ควรหยุดใช้ในยุคปัจจุบันอ้างอิงMotherlyParentcoMinimalistmom

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...