โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘เบทาโกร’โชว์กำไรไตรมาสแรกรับแรงหนุนจากราคาหมู-ไก่พุ่ง

The Better

อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 05.10 น. • THE BETTER
‘เบทาโกร’ชู 3 กลยุทธ์กวาดรายได้ 3 หมื่นล้าน เดินหน้าเจาะตลาดต่างประเทศ ลุยปรับพอร์ตสินค้า บริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ ไม่หวั่นผลกระทบสงครามการค้า

นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจเบทาโกรในไตรมาสแรกปี 2568 เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจอาหารและโปรตีนที่มีทิศทางสดใส จากการขับเคลื่อนกลยุทธ์หลักขององค์กร ด้วยการเจาะตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพ

รวมถึงการปรับพอร์ตสินค้าไปสู่ผลิตภัณฑ์และช่องทางจำหน่ายที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและอาหารพร้อมทาน และการจำหน่ายในช่องทาง Food Service และส่งออก ตลอดจนการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และปัจจัยการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหมูและไก่ในประเทศ และความต้องการบริโภคหมูและไก่ที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและส่งออก ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทในไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 30,499.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% จาก 27,215.4 ล้านบาท ช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ในไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ระดับ 5,362.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.5% จาก 2,921.8 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.7% เพิ่มขึ้นจาก 10.8% ช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ EBITDA ของบริษัทฯ ในไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 3,766.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 153.4% จาก 1,486.6 ล้านบาทจากงวดเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ระดับ 1,897.8 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิที่ระดับ 124.1 ล้านบาทจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับในปี 2568 เบทาโกรยังคงมุ่งเน้นขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย 1. การขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ (International expansion) ผ่านการควบรวมกิจการ และการร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ โดยเฉพาะตลาดที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูง

2. การปรับพอร์ตสินค้าเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร (Product and Channel Mix Optimization) มุ่งเน้นบริหารจัดการผลิตภัณฑ์และช่องทางการจัดจำหน่ายไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรที่สูงขึ้น 3.การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Cost Transformation) ผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการออกแบบกระบวนการใหม่ เพื่อเพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพและผลิตภาพ

นอกจากนี้ ในไตรมาส 1/2568 เบทาโกรยังเริ่มรับรู้รายได้เป็นครั้งแรกจากบริษัท เบทาโกร ฟู้ดส์ (สิงคโปร์) จำกัด ในการเข้าซื้อกิจการ Eggriculture ซึ่งเป็นผู้ผลิตไข่ไก่รายใหญ่ในสิงคโปร์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ที่ระดับ 27.3 ล้านเหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือราว 688.8 ล้านบาท) ซึ่งยืนยันถึงความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์หลักที่ตั้งเป้าขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ และยังคงมองหาโอกาสขยายธุรกิจไปยังตลาดอื่น ๆ ในเอเชียที่มีศักยภาพเพิ่มเติม เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม เพื่อมุ่งมั่นไปสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารในระดับภูมิภาค

“ขณะนี้แม้จะมีปัจจัยท้าทายธุรกิจโดยเฉพาะสงครามการค้าสหรัฐ-จีน เรายังเห็นโอกาสเติบโตจากการฟื้นตัวต่อเนื่องของราคาหมูและไก่ในประเทศ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ เช่น กากถั่วเหลือง และมันเส้น มีแนวโน้มลดลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกแก่ธุรกิจในระยะข้างหน้า ประกอบกับอุปสงค์ในตลาดส่งออกหลักในยุโรป และเอเชียที่ยังคงแข็งแกร่ง และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถเติบโตรายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ที่ 3-7%” นายวสิษฐ กล่าว

อย่างไรก็ตามเบทาโกรยังให้ความสำคัญและยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ล่าสุดบริษัทฯ ได้รับการยกระดับสถานะแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) เป็นระดับ 3 ดาว ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุด สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเบทาโกรในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

-

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...