เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ จับตาเจรจาการค้าสหรัฐ
ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม
ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (15/5) ที่ระดับ 33.40/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (14/4) ที่ระดับ 33.21/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก หลัง Dollar Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ระดับ 100.94 โดยฟื้นตัวตามการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ
ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐ และถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุม Thomas Laubach Research Conference ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันนี้ เวลา 08.40 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 19.40 น.ตามเวลาไทย
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาความคืบหน้าด้านการเจรจาการค้าเพิ่มเติมในช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐเดินทางเยือนประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง โดยล่าสุดซาอุดีอาระเบียให้คำมั่นสัญญาที่จะลงทุนในสหรัฐ เป็นมูลค่า 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงการลงทุนในศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI)
โดยข่าวดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนหุ้นบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเจรจาระหว่าง ประธานาธิบดีทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า เขาอาจสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสีภายในปลายสัปดาห์นี้ ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนประสบความสำเร็จในการปรับลดภาษีศุลกากรเป็นเวลา 90 วันในการเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ด้านปัจจัยในประเทศ วันนี้ (15/5) ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือน เม.ย. 2568 อยู่ที่ระดับ 55.4 ปรับตัวลดลงทุกรายการ ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 7 เดือนนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2567 เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าจากนโยบาย Trump 2.0 ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.32-33.47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.29/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (15/5) ที่ระดับ 1.1197/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (14/5) ที่ระดับ 1.1250/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงจากการแข็งค่าของเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (15/5) สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของฝรั่งเศส เดือน เม.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.6% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 0.5% และเดือนก่อนหน้าที่ 0.2%
นอกจากนี้สำนักงานสถิติของยุโรป (Eurostat) ได้เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือน มี.ค. สูงกว่าคาดการณ์ที่ 1.9% และเดือนก่อนหน้าที่ 1.1% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1172-1.1228 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1208/09 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (15/5) ที่ระดับ 146.19/20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (7/5) ที่ระดับ 145.89/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ คณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีอิชิบะ ชิเงรุ ของญี่ปุ่น ซึ่งมีหน้าที่จัดทำนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับรัฐบาล ได้นำเสนอแผน 5 ปีในการประชุมเมื่อวันพุธ (12/5) ที่ระบุถึงขั้นตอนต่าง ๆ ในการช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ซึ่งครองสัดส่วนการจ้างงาน 70% ของญี่ปุ่น ให้สามารถปรับขึ้นค่าจ้างได้อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้ต้องนำเงินที่ได้จากกำไรไปใช้ในการจ้างงานมากกว่าบริษัทที่มีขนาดใหญ่
โดยแผนระยะเวลา 5 ปีดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับขึ้นค่าจ้างจริงให้สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ 1% อย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ ประกอบด้วย การลงทุนในภาครัฐและเอกชนมูลค่า 60 ล้านล้านเยน หรือราว 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อให้ SMEs สามารถดำเนินธุรกิจด้วยระบบดิจิทัลหรืออัตโนมัติได้ ตลอดจนเพิ่มการสนับสนุนเพื่อส่งเสริมการควบรวมกิจการและการซื้อกิจการ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 145.49-146.75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 145.85/86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (15/5), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน เม.ย. (15/5), ยอดค้าปลีกเดือน เม.ย. (15/5), ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือน พ.ค. จากเฟดนิวยอร์ก (15/5), ดัชนีการผลิตเดือน พ.ค. จากเฟดฟิลาเดลเฟีย (15/5),
การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน เม.ย. (15/5), สต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือน มี.ค. (15/5), ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน พ.ค. จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) (15/5), ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือน เม.ย. (16/5), ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือน เม.ย. (16/5) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน พ.ค. จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (16/5)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.3/-8.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.4/-5.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ จับตาเจรจาการค้าสหรัฐ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net