โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สัปดาห์นี้หุ้นไทยแกว่งผันผวน 1,170-1,230 จุด แนะเก็บหุ้นเข้า SET100 ครึ่งปีหลัง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 พ.ค. 2568 เวลา 21.55 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 04.55 น.

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ยังแกว่งตัวผันผวน โดยมีแรงกดดันหลังจาก มูดี้ส์ เรทติ้งส์ (Moody's Ratings) ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของรัฐบาลสหรัฐฯ ลงสู่ระดับ Aa1 จากเดิมที่ระดับ Aaa

โดยให้เหตุผลว่า หนี้สาธารณะของรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น และภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งคาดการณ์ว่าภาระหนี้ของรัฐบาลกลางจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 134% ของ GDP ภายในปี 2578 เทียบกับระดับ 98% ในปี 2567

ขณะที่ปัจจัยลบในประเทศนักลงทุนเริ่มมีความกังวลทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าสภาพัฒน์ ได้มีการแถลงภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2568 เศรษฐกิจไทยเติบโต 3.1% ต่อเนื่องจากไตรมาส 4/2567 ที่ ขยายตัว 0.7% สาเหตุจากการใช้จ่าย การส่งออก สินค้า และการลงทุนภาครัฐขยายตัวในเกณฑ์สูง

แต่ในขณะเดียวกันการอุปโภคบริโภคของเอกชนและการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลชะลอตัว ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนปรับตัวลดลง จึงมองกรอบดัชนีในสัปดาห์นี้ที่ 1,170-1,230 จุด

ทั้งนี้ ปัจจัยต่างประเทศยังมีความไม่แน่นอนสูง ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์จีนโจมตีสหรัฐฯ ใช้มาตรการควบคุมการส่งออกโดยมิชอบ พร้อมดำเนินการเด็ดขาดเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทจีน หลังจากสหรัฐฯ ออกคำเตือนบริษัทต่างๆ ไม่ให้ใช้ชิป AI รุ่น Ascend ของหัวเว่ย (Huawei) ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน

ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะเพิ่มบริษัทจีน หลายแห่งเข้าไปในบัญชีจำกัดการส่งออก (Entity List) ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทเหล่านั้นไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีหรือสินค้าจากสหรัฐฯ ได้ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตซึ่งส่วนใหญ่มักจะไม่ได้รับการอนุมัติ

บล. โกลเบล็ก (GBS) เก็งกำไรหุ้นเข้า SET 100

นอกจากนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ

  • สัปดาห์ที่ 3 สภาผู้ส่งออก แถลงสถานการณ์การส่งออก
  • สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
  • วันที่ 30 พ.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
  • สัปดาห์ที่ 5 สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, สศอ. แถลงดัชนีอุตสาหกรรม
  • วันที่ 25 มิ.ย. กำหนดประชุม กนง. ครั้งที่ 3/2568

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ อาทิ

  • วันที่ 20 พ.ค. ธนาคารกลางจีนประกาศอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี (LPR)
  • วันที่ 21 พ.ค. ญี่ปุ่น รายงานยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนเม.ย., สหรัฐ รายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์
  • วันที่ 22 พ.ค. สหรัฐ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือนเม.ย.
  • วันที่ 17-18 มิ.ย. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ครั้งที่ 4/68

นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่คาดการณ์ว่าจะมีการนำเข้าคำนวณดัชนี SET100 ในรอบครึ่งปีหลังของปี 2568 ที่จะประกาศราวกลางเดือนมิ.ย. นี้ ได้แก่ AURA, MBK, TOA และ WHAUP

ราคาทองผันผวน

ด้านนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินราคาทองคำสัปดาห์นี้ว่า มีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวน โดยนักลงทุนยังคงถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากสงคราม ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น และความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังไร้ความคืบหน้า

ประกอบกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ จะเป็นผู้กำหนดอัตราภาษีเพียงฝ่ายเดียว ขณะที่สหรัฐฯ และจีนสามารถบรรลุข้อตกลงลดการเก็บภาษีนำเข้าชั่วคราวได้ อีกทั้งสหรัฐฯ เผยว่าอาจมีการทำข้อตกลงทางการค้ากับอินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ คาดทำให้มีแรงขายทำกำไรกดดันราคาทองคำ

พร้อมกันนี้ ประธานเฟดส่งสัญญาณไม่เร่งรีบในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม มองกรอบทองคำสัปดาห์นี้ 3,130 – 3,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่ผ่านแนวต้านให้ชะลอการลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...