กางข้อแนะนำ IOM ส่งเสริมการทำงานภาครัฐไทย เพิ่มขีดความสามารถจัดการโยกย้ายถิ่นฐาน
กางข้อแนะนำ IOM ส่งเสริมการทำงานภาครัฐไทย เพิ่มขีดความสามารถจัดการโยกย้ายถิ่นฐาน
หมายเหตุ: นางสาวเจอรัลดีน อองซาร์ค หัวหน้าสำนักงานองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ให้สัมภาษณ์กับนสพ. มติชน ในเรื่องความท้าทายที่ผู้โยกย้ายถิ่นในไทยต้องเผชิญและพันธกิจสำคัญของ IOM ในปัจจุบัน
๐มองว่าการบริหารจัดการในเรื่องผู้โยกย้ายถิ่นฐานในไทยเป็นอย่างไร
ไทยได้รับการยอมรับในฐานะ ‘ประเทศต้นแบบ’ (Campion Country) ของข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย เป็นระเบียบ และปกติ (GCM) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ได้รับการยอมรับเมื่อปี 2018 ที่มาราเกรซ ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่มีกรอบความร่วมมือสากลที่สนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลและประเทศสมาชิกในการจัดการเรื่องการย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศที่ได้กำหนดวัตถุประสงค์และความสำคัญที่รัฐบาลต่างๆ เห็นพ้องต้องกัน โดยภาครัฐของไทยผลักดันกรอบความร่วมมือนี้อย่างแข็งขันทั้งในระดับโลกและภูมิภาคในการจัดการกับการถูกเหยียดหยามที่ผู้โยกย้ายถิ่นต้องเผชิญ และส่งเสริมภาพลักษณ์เชิงบวกของผู้โยกย้ายถิ่นไปพร้อมกันด้วย
IOM ทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย โดยเฉพาะกับทางกระทรวงการต่างประเทศมาเป็นเวลานานในการบริหารจัดการเรื่องการโยกย้ายถิ่นฐาน รวมถึงการประเมินงานในการจัดการเรื่องโยกย้ายถิ่นฐานของไทยด้วย ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่แรก ที่มีการจัดการปรึกษาหารือระดับชาติว่าด้วยการบริหารจัดการการย้ายถิ่นฐาน และมีหลากหลายกระทรวง ตั้งแต่กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักนายกรัฐมนตรี ไปจนถึงสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว และผลจากการประชุมคือ ภาครัฐไม่ได้มีนโยบายที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่ละภาคส่วนดำเนินงานตามพันธกิจของตนเองเท่านั้น ไทยควรที่จะพัฒนานโยบายการบริหารจัดการการโยกย้ายถิ่นฐาน ผ่านการขับเคลื่อนนโยบายแบบทั้งรัฐ (Whole-of-government approach) ซึ่งเป็นการบูรณาการบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานรัฐต่างๆ เพื่อผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่สอดคล้องร่วมกัน
๐ผู้โยกย้ายถิ่นฐานที่มีเป้าหมายคือไทยเป็นประเทศปลายทางต้องเผชิญกับความท้าทายอะไรบ้าง
ผู้โยกย้ายถิ่นฐานที่เดินทางมาที่ไทยยังคงเข้าประเทศมาในลักษณะที่ผิดปกติและไม่มีเอกสารที่ถูกต้อง เรื่องนี้เป็นผลมาจากการที่บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ไทยลงนามกับประเทศเพื่อนบ้านฉบับปัจจุบันไม่สามารถรองรับจำนวนผู้โยกย้ายถิ่นที่เข้ามาเป็นแรงงานข้ามชาติในไทยได้ เห็นได้ชัดจากกรณีของเมียนมา จากจำนวนผู้โยกย้ายถิ่นชาวเมียนมาที่เข้ามาในไทยทั้งหมด ผู้ย้ายถิ่นจากเมียนมา ประมาณ 11% และมีผู้ย้ายถิ่นจากประเทศ CLMV 22% เท่านั้น ที่เข้ามาภายใต้ MOU ระหว่างสองประเทศ การโยกย้ายถิ่นที่ผิดปกตินี้ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง และส่งผลให้เกิดความยากลำบากที่จะทำให้แรงงานข้ามชาติสามารถทำงานในไทยได้ตามกระบวนการทางกฎหมาย
ในขณะเดียวกัน แรงงานข้ามชาติต้องเผชิญกับการถูกละเมิดสิทธิของแรงงาน มีแรงงานจำนวนมากที่ไม่ได้รับค่าจ้างตามค่าแรงขั้นต่ำและมีชั่วโมงทำงานที่มากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดนที่ความต้องการแรงงานมีมาก ด้วยการแข่งขันในตลาดแรงงานที่สูง แรงงานข้ามชาติจำนวนมากยอมทนต่อการถูกละเมิดสิทธิเพียงเพื่อให้ได้รับโอกาสในการจ้างงาน อย่างไรก็ดี รัฐบาลไทยและภาคเอกชนพยายามที่จะส่งเสริมการจ้างงานแรงงานข้ามชาติที่ตามหลักจริยธรรม เห็นได้จากโครงการและข้อริเริ่มต่างๆ ทั้งนี้ ยังมีเส้นทางอีกยาวไกลก่อนที่ปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง
๐ มีคำแนะนำอะไรกับรัฐบาลไทยบ้างเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในเมียนมา หนึ่งในคำแนะนำของ IOM ต่อรัฐบาลไทยคือการสร้างช่องทางการย้ายฐานชั่วคราว สำหรับผู้โยกย้ายถิ่นชาวเมียนมาที่จะทำให้พวกเขาสามารถลงทะเบียน อาศัยอยู่และทำงานในประเทศไทยได้ เราเชื่อว่าวิธีทางนี้จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้โยกย้ายถิ่นและประเทศไทยเอง เพราะไทยต้องการแรงงาน ขณะที่ผู้โยกย้ายถิ่นก็ต้องการพื้นที่ปลอดภัยในไทยด้วย อีกทั้ง แรงงานข้ามชาติมีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจไม่ใช่แค่ต่อไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเมียนมาด้วย
แรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาที่ทำงานในไทยได้ส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวในประเทศต้นทางเป็นจำนวน มหาศาล โดยตัวเลขการโอนเงินกลับนั้นสูงกว่าสองพันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ดังนั้น การสนับสนุนให้แรงงานข้ามชาติสามารถเข้าถึงสภาพการทำงานที่เหมาะสม ค่าจ้างที่เป็นธรรมและสวัสดิการขั้นพื้นฐานสำหรับตนเองและครอบครัวอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสามารถกลับประเทศได้ ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ชาวเมียนมาที่กำลังเผชิญกับวิกฤตด้วย
๐อะไรคือความท้าทายที่ผู้โยกย้ายถิ่นต้องเผชิญเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย
ประการแรก ผู้โยกย้ายถิ่นจำนวนมากไม่สามารถลงทะเบียนทำให้ไม่ได้รับเอกสารตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็นใบเบิกทางในการเข้าถึงงานที่เหมาะสมและสวัสดิการที่เกี่ยวข้อง โดยแรงงานข้ามชาติจำนวนมากไม่ได้ผ่านกระบวนการทางกฎหมายของไทย นั่นหมายความว่าพวกเขากลายเป็นกลุ่มเปราะบางและเสี่ยงต่อการถูกเอาเปรียบ ไม่ได้รับค่าจ้างในจำนวนที่สมควรจะได้รับและไม่สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้
อีกหนึ่งความท้าทายที่พบคือ ในพื้นที่บริเวณชายแดน มีเด็กจำนวนมากที่ข้ามพรมแดนจากเมียนมาเข้ามาในไทย แม้ว่าไทยจะมีนโยบายที่ทำให้เด็กทุกคนไม่ว่าจะมีสถานะใด หรือเป็นคนไทยหรือไม่ สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนในไทย แต่ด้วยมีเด็กจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา โรงเรียนไทยไม่อาจสามารถรองรับจำนวนนักเรียนได้ทั้งหมด ในขณะเดียวกัน มีเด็กจำนวนหนึ่งได้รับการศึกษาที่ได้รับการศึกษาที่ศูนย์การเรียนรู้ของผู้โยกย้ายถิ่น อย่างไรก็ดี ศูนย์เหล่านี้ไม่สามารถรองรับเด็กจำนวนมาก คุณภาพของการศึกษาที่ได้รับก็ไม่เท่ากับมาตรฐานของโรงเรียนไทย อีกทั้ง ทรัพยากรที่จำกัดทำให้เด็กๆ ตกอยู่ในความเสี่ยงด้วย
ด้วยเหตุนี้ IOM องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) และองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) จึงทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลไทย และได้เสนอข้อชี้แนะเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
การเข้าถึงบริการด้านการแพทย์เป็นอีกหนึ่งความท้ายสำคัญ เมื่อเดือนมีนาคม ทาง IOM และกระทรวงสาธารณสุขได้เดินทางไปที่ตากและแม่สอดเพื่อหาแนวทางให้ความช่วยเหลือแก่โรงพยาบาลให้พื้นที่ เพื่อบรรเทาปัญหาจากที่ผู้โยกย้ายถิ่นอาจไม่ทราบถึงสิทธิที่ตนมี อุปสรรคด้านภาษา หรือแม้แต่เผชิญกับปัญหาด้านการเงิน โดยในขณะนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังพัฒนานโยบายสาธารณสุข ซึ่ง IOM และหน่วยงานหุ้นส่วนก็ได้ดำเนินการสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง
๐ พันธกิจที่สำคัญสำหรับ IOM ตอนนี้มีอะไรบ้าง
IOM เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานสหประชาชาติประจำประเทศ (UN Country Team) ซึ่งได้กำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกับรัฐบาลไทยเพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ โดยพันธกิจของ IOM ประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก ประการแรกซึ่งอาจเรียกได้ว่ามีความสำคัญมากที่สุด คือการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง IOM มุ่งมั่นในการสร้างหลักประกันว่าผู้ย้ายถิ่นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหายของการค้ามนุษย์ กลุ่มเปราะบางที่อาศัยอยู่ในศูนย์กักกัน หรือแม้แต่เด็ก จะต้องได้รับความช่วยเหลือและสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้
เสาหลักที่สองคือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่ง IOM ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมทักษะทั้งในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพให้กับผู้ย้ายถิ่น ไปจนถึงการทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีส่วนร่วมในภาคธุรกิจ ได้รับการจ้างงานอย่างเป็นธรรมและทำงานในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ผ่านความร่วมมือกับหลายภาคส่วน สำหรับเสาหลักที่สามคือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ UN รวมถึง IOM สนับสนุนงานวิจัยที่ระบุบ่งชี้ความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรวมถึงการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม กับการโยกย้ายถิ่นฐานของมนุษย์
IOM ยังดำเนินโครงการฝึกอบรมเรื่องการรายงานข่าวเกี่ยวกับการโยกย้ายถิ่นฐาน โดยได้ทำงานกับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะเกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการโยกย้ายถิ่นฐานอย่างแท้จริง รวมถึงการเลือกใช้คำในการรายงานข่าวอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ IOM ต้องการที่จะฉายภาพผู้ย้ายถิ่นอีกมุมหนึ่ง โดยพวกเขาไม่ได้เป็นผู้เปราะบางโดยเนื้อแท้ แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่หลากหลาย เป็นอาจารย์ แพทย์ พยาบาล และประกอบอาชีพที่มั่นคง โดยเมื่อปลายปี 2567 IOM จัดนิทรรศการเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่หลากหลายของผู้ย้ายถิ่นไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของความเปราะบางเท่านั้น แต่เป็นความเข้มแข็งของพวกเขาและเรื่องราวการฟันฝ่าอุปสรรคด้วย
๐ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสิทธิของผู้โยกย้ายถิ่นฐานได้อย่างไรบ้าง
เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ในวันผู้โยกย้ายถิ่นฐานสากล ทาง IOM เดินทางไปยังภาคเหนือ เพื่อจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวันดังกล่าวเพื่อเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน ทั้งผู้โยกย้ายถิ่นฐายและชาวไทย อีกทั้ง ยังมีการจัดงานเนื่องในวันผู้โยกย้ายถิ่นฐานสากลทั้งในกรุงเทพ รวมถึงจังหวัดอื่นๆ แม้กระทั่งในมหาวิทยาลัย เพื่อเฉลิมฉลองความหลากหลายในสังคม
ประชาชนมีความสำคัญต่อการส่งเสริมสิทธิของผู้โยกย้ายถิ่นฐานเป็นอย่างมาก เพราะใบหน้าของคนในพื้นที่เป็นสิ่งแรกที่ผู้โยกย้ายถิ่นเห็นเมื่อเดินทางเข้ามา ในช่วงที่เกิดน้ำท่วมที่ภาคเหนือเมื่อเดือนกันยายน โดยเฉพาะในเชียงรายและเชียงใหม่ เราพบว่ามีองค์กรในไทยมากมาย ทั้งองค์กรท้องถิ่นและอาสาสมัครจำนวนมากที่เข้าไปในพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ แสดงให้เห็นถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กางข้อแนะนำ IOM ส่งเสริมการทำงานภาครัฐไทย เพิ่มขีดความสามารถจัดการโยกย้ายถิ่นฐาน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th