3 ความจริงปม “ขาดดุลการค้า” เหรียญอีกด้านที่ทรัมป์ไม่เคยพูดถึง
นักเศรษฐศาสตร์จาก Bnomics ชำแหละเบื้องหลัง "ตัวเลขขาดดุลการค้า" ที่ทรัมป์ใช้โจมตีจีนอย่างต่อเนื่อง ชี้สหรัฐแท้จริงเกินดุลบริการสูงสุดในโลก ขณะที่จีนขาดดุลบริการหนัก
วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 สราลี วงษ์เงิน Economist, Bnomics อธิบายถึง 3 ความจริงเบื้องหลังขาดดุลการค้า เหรียญอีกด้านที่ทรัมป์ไม่พูดถึง ดังนี้
1. สหรัฐเกินดุลบริการสูงสุดในโลก
ขาดดุลสินค้า ≠ ขาดดุลทั้งหมด โดนัลด์ ทรัมป์ มักชี้นิ้วว่า “อเมริกาขาดดุลการค้าเพราะถูกเอาเปรียบ” แต่สิ่งที่เขาไม่พูดถึงคืออีกด้านของเหรียญ เนื่องจากสหรัฐคือ “ประเทศที่เกินดุลบริการมากที่สุดในโลก”
ในปี 2567 สหรัฐส่งออกบริการ 1.107 ล้านล้านดอลลาร์ (7.9% YoY) คิดเป็น 13% ของการส่งออกบริการทั้งโลก โดยกว่า 60% มาจาก Digital Services ได้แก่ แอปพลิเคชัน ซอฟต์แวร์ ค่าลิขสิทธิ์ บริการทางการเงิน ทรัพย์สินทางปัญญา ฯลฯ ซึ่งตลาดหลักคือ สหราชอาณาจักร แคนาดา ไอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ จีน แม้นำเข้าบริการจะสูงถึง 8.12 แสนล้านดอลลาร์ (+8.6% YoY) แต่ก็ยังคงเกินดุลบริการถึง 2.95 แสนล้านดอลลาร์ สูงที่สุดในโลก และเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
เมื่อมองลึกกว่านั้น… บริษัทสหรัฐที่ขายบริการผ่านสาขาในต่างประเทศ ในปี 2565 มีรายได้รวม 2.114 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ซื้อกลับเพียง 1.518 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้เกินดุลเพิ่มอีก 5.96 แสนล้านดอลลาร์ รวมแล้วสหรัฐเกินดุลบริการเกือบ 9 แสนล้านดอลลาร์/ปี เกือบเทียบเท่ากับตัวเลขขาดดุลการค้าที่ทรัมป์ใช้โจมตีจีนอยู่เสมอ
2. จีนได้ดุลสินค้า… แต่ขาดดุลบริการ เบื้องหลังตัวเลขที่สหรัฐใช้โจมตี
จริงอยู่ จีนเกินดุลสินค้ากับสหรัฐมหาศาล แต่นั่นคือ “ครึ่งเดียวของเรื่องราว” ในปี 2567 จีนขาดดุลบริการถึง 2.29 แสนล้านดอลลาร รายการที่จีนขาดดุลหลัก ๆ คือ การท่องเที่ยวต่างประเทศ ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ บริการการเงินและธุรกิจ และค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา
ในขณะเดียวกันสหรัฐได้ดุลจากบริการเหล่านี้ผ่านบริษัทเทคฯ และสถาบันการเงิน ได้แก่ Apple, Google, Microsoft, Visa ฯลฯ หากนับรวมการค้าสินค้า + บริการ ดุลระหว่างสองประเทศนี้อาจจะสมดุล
และถ้ามองลึกลงไปอีก… รายได้จากบริษัทสหรัฐในจีนที่ทำกำไรมหาศาล ไม่ถูกนับเป็นการส่งออก แต่เป็นรายได้จากการลงทุน สุดท้ายแล้วจีนได้ดุลสินค้า สหรัฐได้ดุลบริการ + รายได้จากทรัพย์สินในจีน โดยความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอาจสมดุลกว่าที่ทรัมป์หรือสื่ออเมริกันพูดถึง
แต่โลกกลับเห็นแค่ด้านเดียวของเหรียญที่มีคนเลือกจะพูด
3. Global Supply Chain ทำให้ตัวเลขขาดดุล “หลอกตา” iPhone ผลิตในจีน แต่กำไรกลับไปสหรัฐแล้วขาดดุลจริงหรือ?
iPhone ออกแบบที่สหรัฐ ผลิตโดย Foxconn ที่จีน แล้วส่งกลับมาขายในอเมริกา ในเชิงสถิติ iPhone 1 เครื่อง ถูกนับว่าสหรัฐนำเข้าจากจีนเต็มมูลค่า ≈400 - 500 ดอลลาร์ ทั้งที่จีนได้มูลค่าเพิ่มเพียง 3–5% เท่านั้น ส่วนที่เหลือค่าชิปจากเกาหลีใต้ หน้าจอจากญี่ปุ่น ระบบปฏิบัติการจากสหรัฐ และกำไรกลับไปอยู่ที่ Apple ในอเมริกา
ปัญหาคือ ดุลการค้านับตามประเทศสุดท้ายที่ประกอบสินค้า จีนจึงถูกบันทึกว่าได้ดุลมหาศาล ทั้งที่เป็นแค่ผู้ประกอบขั้นสุดท้าย
รายงานของ OECD และ WTO ชี้ว่าหากวัดมูลค่าเพิ่มที่แท้จริง (Trade in Value-added) ดุลการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนจะลดลงครึ่งหนึ่ง
ในโลกที่ supply chain พัวพันหลายประเทศ การวัดความได้เปรียบเสียเปรียบทางการค้าต้องมองว่า“ใครได้มูลค่าเพิ่ม” มากกว่า “ใครส่งออก”