หญิงอย่างเราก็ต้องรู้ไว้! ไขข้อสงสัย “ประจำเดือน” มาเท่าไหร่ถึงเรียกว่าปกติ?
บอกเลยว่าเรื่องนี้สาวๆคงเข้าใจกันเป็นอย่างดี!
วานนี้(15 พ.ค.68) เพจเฟซบุ๊ก ลุงป้าพาเพลิน ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเพื่อให้ข้อมูล เกี่ยวกับ “ประจำเดือน” หรือ “วันแดงเดือด” ที่ชอบใช้เรียกกันในกระแส ทั้งยังตอบข้อสงสัยว่า ทำไมผู้หญิงบางคน “ประจำเดือน” ยิ่งมาน้อยลงเรื่อย ๆ หรือนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนเรื่องสุขภาพ แล้วประจำเดือนต้องมาในปริมาณเท่าไรถึงเรียกว่าปกติ? เดี๋ยววันนี้มีคำตอบค่ะ
โดยเพจดังกล่าวได้ระบุว่า….
“ทำไมผู้หญิงบางคน “ประจำเดือน” ยิ่งมาน้อยลงเรื่อย ๆ? เช็กเลย! นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพของคุณ
ปริมาณประจำเดือนเท่าไหร่ถึงเรียกว่าปกติ?
– โดยเฉลี่ยในรอบเดือนควรมีเลือดไหลประมาณ 50-80 ml
– หากประจำเดือนหมดภายใน 3 วัน, ใช้ผ้าอนามัยไม่เต็มแผ่น, หรือเปลี่ยนเกิน 3 ชม.โดยยังแห้งอยู่ อาจเข้าข่าย “เลือดมาน้อยผิดปกติ”
4 สาเหตุหลักที่ทำให้ประจำเดือนมาน้อย (ตามศาสตร์จีน)
1.เลือดพร่อง(เลือดน้อย)
– ประจำเดือนสีอ่อน จาง ใส
– มักมีอาการเหนื่อยง่าย หน้าซีด มือเท้าเย็น
วิธีดูแล: เน้นบำรุงม้ามและกระเพาะ เช่น ข้าวฟ่าง, พุทราแดง, ซุปไก่ตุ๋นกับสมุนไพรจีน
2.ไตพร่อง(พลังชีวิตต่ำ)
– สีเลือดคล้ำ รอบเดือนเลื่อนได้
– ปวดเอว ปวดขา ความจำแย่
วิธีดูแล: เน้นกินของสีดำ เช่น ถั่วดำ งาดำ, น้ำต้มสมุนไพร “โกจิเบอร์รี+เก๋ากี้+รากหม่อน”
3.ความชื้นสะสมในร่างกาย
– เลือดเหนียว ขุ่น ปริมาณน้อย
– ตัวบวม ลิ้นหนา อ่อนเพลีย
วิธีดูแล: งดของมัน หวาน เย็น, กินข้าวแดงต้มถั่วแดง + ฟักทอง + ขิง
4.เลือดติดขัด(พลังงานไหลเวียนไม่ดี)
– สีเลือดเข้ม มีลิ่ม ปวดท้องตอนมีประจำเดือน
– หงุดหงิดง่าย หน้าไม่ใส
วิธีดูแล: กิน “ไข่ตุ๋นสมุนไพรจีน” (ตังกุย, ขิงแห้ง, พุทรา, โกจิ) หรือดื่มชากุหลาบ+มะลิ
เคล็ดลับช่วยฟื้นฟูประจำเดือนให้กลับมาเป็นปกติ
– นอนก่อน 5 ทุ่ม
– หลีกเลี่ยงของเย็น อาหารหวานจัด
– แช่เท้าทุกวันด้วยสมุนไพร
– งดออกกำลังกายหนัก แต่ให้เคลื่อนไหวเบา ๆ เช่น โยคะ ตีเส้นลมปราณ
– อารมณ์ดี = ร่างกายดี อย่าลืมจัดการความเครียด
ถ้าคุณมีอาการแบบนี้ ควรหันมาฟังร่างกายตัวเองให้มากขึ้นนะ! สุขภาพประจำเดือน = สุขภาพมดลูก = สุขภาพทั้งชีวิต”
สาวคนไหนที่ตรงกับลิสต์ที่กล่าวมา อย่าลืมหันมาดูแลสุขภาพกันนะคะ ผู้หญิงอย่างเราต้องเจอเรื่องแบบนี้ในทุกเดือน แต่สิ่งสำคัญก็คือ ถ้าเราไม่เครียด มีความสุข ประจำเดือนก็จะไม่มีผลอันตรายค่ะ
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก :เพจเฟซบุ๊ก ลุงป้าพาเพลิน