ถอดรหัสบัตรเครดิต: เข้าใจดอกเบี้ยและเคล็ดลับการใช้อย่างคุ้มค่า | เงินทองของจริง
5 ดูบัตรเครดิตถือเป็นสินเชื่อกลุ่มแรก ๆ ที่หลายคนสามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก แต่ก่อนจะใช้ คุณควรทำความเข้าใจวิธีการคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ที่ไม่จำเป็น ข้อควรรู้เกี่ยวกับดอกเบี้ยบัตรเครดิต ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ออกบัตรสามารถคิดดอกเบี้ยจากการใช้สินเชื่อบัตรเครดิตได้สูงสุด 16 ต่อปี และคิดดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลได้สูงสุด 25 ต่อปี (มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563) จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า 58 ของคนวัยเริ่มทำงาน (อายุ 25-39 ปี) เป็นหนี้ และ 1 ใน 4 เป็นหนี้เสีย (NPL) โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้ส่วนบุคคล และหนี้รถยนต์/มอเตอร์ไซค์ ประโยชน์ของการใช้บัตรเครดิตอย่างเหมาะสม การใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธีสามารถเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวันและมีข้อดีหลายประการ เพิ่มความสะดวกในการใช้จ่าย ลดความเสี่ยงจากการถือเงินสดจำนวนมาก ติดตามและควบคุมค่าใช้จ่ายได้จากใบแจ้งหนี้ เป็นแหล่งเงินทุนระยะสั้นที่ไม่มีดอกเบี้ย หากใช้อย่างถูกวิธี ระยะปลอดดอกเบี้ย (Grace Period) คืออะไร ? ระยะปลอดดอกเบี้ยบัตรเครดิต คือช่วงเวลาที่ผู้ถือบัตรสามารถใช้วงเงินในบัตรเครดิตโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย หากชำระคืนเต็มจำนวนภายในกำหนดเวลา ระยะเวลานี้มักอยู่ระหว่าง 45-55 วัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคารผู้ให้บริการ ตัวอย่าง: หากคุณใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าราคา 80,000 บาท ในวันที่ 2 ตุลาคม และครบกำหนดชำระหนี้วันที่ 15 พฤศจิกายน แต่คุณชำระล่าช้าในวันที่ 30 พฤศจิกายน ธนาคารจะเริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม (วันที่ทำรายการซื้อสินค้า) ไม่ใช่วันครบกำหนดชำระ ทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยเป็นเวลา 60 วัน หรือเท่ากับ 2,104 บาท วิธีคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต กรณีที่ 1: จ่ายขั้นต่ำ แต่ตรงเวลา เมื่อชำระขั้นต่ำตามกำหนด การคิดดอกเบี้ยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ดอกเบี้ยเงินต้น - คิดจากยอดใช้จ่ายทั้งหมด ดอกเบี้ยค้างชำระ - คิดจากยอดที่ยังไม่ได้ชำระ ตัวอย่าง: คุณรูดซื้อสินค้า 10,000 บาท เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม โดยบัตรเครดิตสรุปยอดทุกวันที่ 25 ของเดือน และครบกำหนดชำระเงินทุกวันที่ 10 ของเดือนถัดไป ดอกเบี้ย 16 ต่อปี วันที่ 10 พฤศจิกายน คุณชำระขั้นต่ำ 10 คิดเป็นเงิน 1,000 บาท ดอกเบี้ยเงินต้น: 10,000 × 16 × 36/365 = 157.80 บาท (36 วัน คือ วันที่ 5 ตุลาคม - 10 พฤศจิกายน) ดอกเบี้ยค้างชำระ: 9,000 × 16 × 15/365 = 63.12 บาท (ยอดค้างชำระ 9,000 บาท คิดดอกเบี้ย 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 - 25 พฤศจิกายน) รวมดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในรอบถัดไป: 157.80 + 63.12 = 220.92 บาท ดังนั้น ในรอบชำระวันที่ 10 ธันวาคม คุณจะมียอดคงค้างพร้อมดอกเบี้ย: 9,000 + 220.92 = 9,220.92 บาท กรณีที่ 2: จ่ายเต็มจำนวน แต่ไม่ตรงเวลา แม้จะชำระเต็มจำนวน แต่หากไม่ตรงเวลา คุณยังถูกคิดดอกเบี้ยของยอดทั้งหมดตั้งแต่วันที่ใช้บัตรจนถึงวันที่ชำระ ตัวอย่าง: คุณรูด 30,000 บาท ดอกเบี้ย 16 และชำระล่าช้า 45 วัน ดอกเบี้ย: 30,000 × 16 × 45/365 = 591.78 บาท ค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้: ประมาณ 100 บาท + VAT 7 = 107 บาท รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ต้องจ่าย: 591.78 + 107 = 698.78 บาท กรณีที่ 3: เบิกเงินสดล่วงหน้า การเบิกเงินสดจากบัตรเครดิตไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย และต้องเสียค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดประมาณ 3 ของจำนวนเงินที่เบิก ตัวอย่าง: คุณเบิกเงินสด 10,000 บาท วันที่ 2 กันยายน และชำระคืนวันที่ 28 กันยายน (26 วัน) ดอกเบี้ย 16 ดอกเบี้ย: 10,000 × 16 × 26/365 = 113.97 บาท ค่าธรรมเนียมการเบิกเงินสด: 10,000 × 3 = 300 บาท รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ต้องจ่าย: 113.97 + 300 = 413.97 บาท คำแนะนำการใช้บัตรเครดิตอย่างชาญฉลาด วิธีใช้บัตรเครดิตที่ถูกต้องและดีที่สุด คือ รูดเท่าไร จ่ายเต็มจำนวนในกำหนดเวลา เราจะไม่เสียดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมใดๆ และยังได้ประโยชน์จากระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยอีกด้วย ใช้บัตรเครดิตให้เป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีประโยชน์ ไม่ใช่กับดักที่นำไปสู่หนี้สินล้นพ้นตัว การเข้าใจวิธีคำนวณดอกเบี้ยและใช้บัตรอย่างมีวินัยจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากบัตรเครดิตอย่างแท้จริง พบกับ โค้ชหนุ่ม และ ทิน โชคกมลกิจ ได้ใน เงินทองของจริง ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital ติดตาม CH7HD News และ TERO Digital ได้ที่ : https://linktr.ee/ch7hdnews_tero #เงินทองของจริง #TERODigital #CH7HDNews
Ch7HD News - ข่าวช่อง7
อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 05.04 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 04.04 น. • TEROASIAเล่นอัตโนมัติ