ปชน.โต้ ‘สส.กฤษฎิ์’ ชี้เหตุผลฟังไม่ขึ้น – เตรียม ‘ดองงูเห่า’
The Bangkok Insight
อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 00.56 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 12.06 น. • The Bangkok Insightปชน.โต้ "สส.กฤษฎิ์" ชี้เหตุผลขอยุติบทบาทกับพรรคฟังไม่ขึ้น พร้อมเตรียมใช้มาตรการ "ดองงูเห่า" ไม่ให้สมปรารถนาทรยศประชาชนแน่นอน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานคณะกรรมการประสานงาน สส. พรรคประชาชน และ นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวกรณี นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี เขต 6 ประกาศยุติการทำงานร่วมกับพรรคประชาชนและแสดงความจำนงเข้าร่วมพรรคกล้าธรรม
โดยในส่วนของ นายปกรณ์วุฒิ ระบุว่า จากที่ได้รับฟังเหตุผลที่ สส.กฤษฎิ์ แถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อเช้านี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อกล่าวหาว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคในการผลักดันนโยบายหรือประเด็นที่กฤษฎิ์อยากขับเคลื่อน หรือการแก้ปัญหาการทำงานในพื้นที่ไม่เคยได้รับงบประมาณจากพรรค ซึ่งพรรคประชาชนยืนยันว่า พรรคสนับสนุนการทำงานของกฤษฎิ์ในพื้นที่มาโดยตลอด โดยฝ่ายนโยบายได้อนุมัติงบประมาณส่วนกลางให้กฤษฎิ์นำไปทำกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นต่อการพัฒนานโยบายในพื้นที่ศรีราชา
นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อไป ว่านอกจากนี้ การทำงานในคณะกรรมาธิการคมนาคมที่กฤษฎิ์ระบุว่าไม่ได้รับการสนับสนุนนั้น ตั้งแต่เริ่มเปิดสภามีการให้ สส. ทุกคนได้เสนอว่าตนเองอยากอยู่ในกรรมาธิการสามัญคณะใด ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะได้อยู่ในกรรมาธิการสามัญที่ตนเองอยากอยู่เป็นอันดับหนึ่ง แต่นางสาวกฤษฎิ์เป็น สส. หนึ่งในไม่กี่คนที่ได้อยู่ในกรรมาธิการสามัญอันดับหนึ่งที่ตัวเองเลือกมา คือกรรมาธิการคมนาคม เพราะพรรคประชาชนเห็นว่าในพื้นที่ของกฤษฎิ์มีท่าเรือแหลมฉบังซึ่งน่าจะเข้าไปขับเคลื่อนในกรรมาธิการได้
ต่อมาเมื่อมีญัตติที่ถูกส่งไปในกรรมาธิการคมนาคม พรรคประชาชนก็ยังได้ให้โอกาสกฤษฎิ์ได้เป็นรองประธานคนที่หนึ่งของอนุกรรมาธิการนี้ ในสัดส่วนของอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาเองพรรคก็เปิดโอกาสให้กฤษฎิ์ได้เสนอชื่อได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีการปิดกั้นแต่อย่างใด และอนุกรรมาธิการนี้ก็มีมติให้มีการศึกษาดูงานรับฟังปัญหาของประชาชนในท่าเรือแหลมฉบังและมีการไปดูงานมาแล้ว เพราะฉะนั้นพรรคประชาชนมีการสนับสนุนการทำงานของกฤษฎิ์ในประเด็นที่ต้องการขับเคลื่อนตลอด
นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อไปว่า ส่วนอีกข้อกล่าวหาคือการไม่ได้รับความเคารพเรื่องสถานะทางเพศ พรรคประชาชนยืนยันว่าตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ มาจนเป็นพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชน การโอบรับความหลากหลายทางเพศเป็นค่านิยมหลักและความเชื่อที่พรรคให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง พรรคประชาชนยืนยันว่าไม่มีการเหยียดสถานะทางเพศของ สส. หรือประชาชนคนใด และหากเกิดขึ้นย่อมถือเป็นการผิดวินัยและไม่เคารพต่ออุดมการณ์หลักของพรรค
นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังเปิดโอกาสให้กฤษฎิ์ ได้ทำงานในด้านความหลากหลายทางเพศ โดยร่วมในทีมสภาความหลากหลายทางเพศของพรรคประชาชน มีส่วนร่วมผลักดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม มีส่วนร่วมในทีมยกร่าง พ.ร.บ.รับรองเพศฯ และพรรคประชาชนเองก็ได้มอบหมายให้กฤษฎิ์ยกร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยเทคโนโลยีอนามัยการเจริญพันธุ์ เพื่อให้สอดคล้องกับสมรสเท่าเทียม แม้ขณะนี้ยังไม่ได้สำเร็จครบถ้วน และพรรคเองก็เคยสนับสนุนงบประมาณในการทำกิจกรรมในพื้นที่ศรีราชา ในการรวบรวมความเห็นของผู้มีความหลากหลายทางเพศเกี่ยวกับสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศในพื้นที่ด้วย
ไม่พอใจส่วนตัวมากกว่าเรื่องงาน
ด้านนายณัฐพงษ์ ระบุว่าสิ่งที่พรรคประชาชนยืนยันมาโดยตลอดคือการทำงานการเมืองเพื่อรับใช้ประชาชน แต่จากเหตุผลที่ สส.กฤษฎิ์ ได้แถลงมาเมื่อเช้าส่วนใหญ่เป็นเรื่องความไม่พอใจส่วนตัว ไม่ใช่อุปสรรคในการทำงานรับใช้ประชาชนแต่อย่างไร ซึ่งพรรคประชาชนจะมีมาตรการต่อคนที่ทรยศต่อเสียงของประชาชนที่มอบความไว้วางใจให้พรรคประชาชนมาอย่างเด็ดขาดต่อไป
สำหรับมาตรการต่อไป จะมีการดำเนินทุกมาตรการให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด โดยเฉพาะประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.ชลบุรี ส่วนการให้กฤษฎิ์ได้ทำตามเจตนารมณ์ในการขอยุติบทบาทกับพรรค และการร้องขอให้พรรคขับออกจากการเป็นสมาชิกนั้น ประชาชนและวิญญูชนทุกคนน่าจะมีข้อสรุปตรงกันว่ากฤษฎิ์ได้แสดงเจตจำนงออกมาแล้วว่าไม่ต้องการเป็นสมาชิกพรรคประชาชนอีกต่อไป แม้การขอลาออกต้องทำหนังสือยื่นต่อนายทะเบียนสมาชิกพรรค แต่พรรคประชาชนมีความเห็นว่าหนังสือฉบับนี้ของกฤษฎิ์ได้แสดงเจตจำนงเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าต้องการยุติการเป็นสมาชิกพรรคประชาชน
เจตนาจะชัดเจน "ลาออก"
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความชัดเจนในข้อกฎหมาย แม้ในทางเจตนาจะชัดเจนแล้วว่า สส.กฤษฎิ์ ต้องการยุติการเป็นสมาชิกพรรค แต่เมื่อหัวจดหมายไม่ได้จั่วหัวมาอย่างชัดเจนว่าต้องการลาออก พรรคประชาชนจึงจะขอใช้อำนาจตามกฎหมายที่พรรคมี ในการยื่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้อำนาจตีความให้พรรคประชาชน ว่าหนังสือฉบับนี้เป็นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาชนหรือไม่
นอกจากนี้ในการแถลงเมื่อเช้านี้ นางสาวกฤษฎิ์เองก็ได้แสดงเจตนารมณ์ของตัวเองโดยใช้คำว่า “ลาออก” จากการเป็นสมาชิกพรรค เพราะฉะนั้นไม่ว่าหนังสือจะเขียนมาอย่างไร แต่พรรคประชาชนจะขอยึดตามเจตนารมณ์ของผู้ยื่นหนังสือเป็นตัวตั้ง เพราะฉะนั้นมาตรการแรกคือการยื่นขอตีความไปยังหน่วยงานที่เกียวข้องว่าหนังสือที่กฤษฎิ์ได้ยื่นให้กับกรรมการบริหารพรรคประชาชนนั้นถือเป็นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่
เตรียมใช้มาตรการ "ดองงูเห่า"
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณีต่อไป ที่ประชุม สส. และผู้บริหารพรรคได้มีมาตรการที่จะลงโทษให้ สส.กฤษฎิ์ ไม่ได้สิ่งที่ต้องการในการย้ายไปพรรคกล้าธรรม หากสุดท้ายมีการตีความออกมาแล้วว่าหนังสือฉบับนั้นไม่ใช่หนังสือลาออก โดยพรรคประชาชนจะไม่ทำการขับกฤษฎิ์ออกจากพรรค แต่จะใช้มาตรการในการ “ดองงูเห่า” รวมถึงการนำเรื่องเข้ากรรมการวินัยของพรรคเพื่อตัดสิทธิพึงมีทุกอย่างในสถานะสมาชิกพรรคที่กฤษฎิ์มีอยู่
นอกจากนี้ ในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ตนจะเข้าพื้นที่พร้อม สส. ชลบุรีทุกเขตเพื่อยืนยันกับประชาชนว่าพรรคประชาชนยังพร้อมเดินหน้ารับใช้ประชาชนในทุกเขต รวมถึงเขต 6 ที่เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น และในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน ได้มีการมอบหมายให้สหัสวัตเป็นผู้ดูแลพื้นที่เขต 6 แทนกฤษฎิ์ต่อจากนี้ไปแล้ว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'เท้ง' ชี้ 'สส.กฤษฎิ์' แสดงออกชัดลาออกพรรค
- ส.ส.กฤษฎิ์ พรรคประชาชน ชลบุรี เผ่นร่วม 'กล้าธรรม' เหตุทัศนคติไปด้วยกันไม่ได้
- ‘นิพิฏฐ์’ ขอประชาชนอย่าใจอ่อนกับหญ้าหวาน หวัง ‘นักการเมือง’ เปลี่ยน
ติดตามเราได้ที่