โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สุดารัตน์’ อัดจัดงบฯ 69 แบบ ‘ขาดวิสัยทัศน์’ ซ้ำเติมเศรษฐกิจ

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 09.39 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 09.39 น. • The Bangkok Insight

"สุดารัตน์" อัดจัดงบฯ 69 แบบ "ขาดวิสัยทัศน์" ซ้ำเติมเศรษฐกิจ หนี้สาธารณะแตะ 13 ล้านล้าน จ่อทะลุเพดาน

วันนี้ (30 พ.ค.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย แสดงความกังวลต่อการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ของรัฐบาล ที่แม้จะตั้งวงเงินสูงถึง 3.78 ล้านล้านบาท แต่กลับลด งบลงทุนลงถึง 7.3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งที่ปีนี้ควรเป็นปีแห่ง “การฟื้นฟูเศรษฐกิจ” อย่างจริงจังหลังผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก และสงครามการค้าของประเทศมหาอำนาจ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การลดงบลงทุนในช่วงเวลาที่ประเทศต้องการการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นการบริหารงบประมาณที่ "ขาดวิสัยทัศน์" และเสี่ยงซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งจากสงครามการค้า ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ราคาน้ำมันผันผวน และความท้าทายทางเทคโนโลยี

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า การลงทุนภาครัฐควรเป็นหัวใจหลักของการฟื้นเศรษฐกิจ เพราะเป็นการสร้างการจ้างงาน กระจายรายได้ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ การลดงบในส่วนนี้สะท้อนถึงการขาดแผนระยะยาวและการตัดสินใจที่มองแค่ระยะสั้น รัฐบาลยังคงจัดสรรงบกลางสูงถึง 632,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของนายกแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ต้องผ่านสภาอีก ซึ่งกังวลว่าการใช้งบในลักษณะนี้ ที่ผ่านมาเป็นเสมือน "งบเงินทอน" แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ เข้ากระเป๋าเฉพาะผู้มีอำนาจ โดยไม่สามารถนำมาแก้ไขปัญหา และทำให้ประชาชนมีกินมีใช้ได้จริง

ดังนั้นขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ใช้งบประมาณมหาศาลนี้อย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ระมัดระวังและคิดอย่างรอบคอบยิ่งกว่าการใช้เงินในกระเป๋าของตัวเอง พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชน และเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบได้ เช่น กรณีรัฐบาลยกเลิกแจกเงินหมื่น แล้วโยกงบ 157,000 ล้านบาทไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้เวลาเสนอแผนงานเพียง 3 วัน ซึ่งไม่เพียงพอและเสี่ยงต่อการทุจริตและการแบ่งผลประโยชน์ แบบ (Fast Track) ขณะเดียวกันโครงการอาจซ้ำซาก ตรวจสอบยาก ทั้งการสร้างถนน สร้างตึก จัดอบรมสัมมนา ขุดลอกคลอง ซึ่งองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น หรือ ACT ระบุว่าอาจมีการเรียกรับเงินใต้โต๊ะสูงถึง 30% หากเอกชนต้องการรับงานจากรัฐ

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ยังชี้ว่า การใช้งบประมาณที่ไม่มีทิศทาง และยังคงให้น้ำหนักกับงบด้านความมั่นคง มากกว่างบพัฒนาด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ อาจทำให้ประเทศไทยหลุดจากโอกาสในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก และพลาดโอกาสในการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตใหม่ ที่อาจเกิดขึ้น ในด้านรายได้ รัฐบาลคาดว่าจะจัดเก็บภาษีได้เพียง 2.88 ล้านล้านบาท ทำให้ต้องกู้เงินเพิ่มอีก 865,000 ล้านบาท เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ส่งผลให้หนี้สาธารณะของประเทศจ่อทะลุ 13 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 69% ของ GDP ซึ่งเข้าใกล้เพดานหนี้สาธารณะที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 70% อย่างน่าเป็นห่วง

คุณหญิงสุดารัตน์ จึงเสนอให้รัฐบาลเร่ง เปลี่ยนแนวคิดการจัดงบประมาณใหม่ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และกล้าลงทุนในสิ่งที่ตอบโจทย์ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับประชาชน พร้อมเสนอ 3 แนวนโยบายที่พรรคไทยสร้างไทยพร้อมให้รัฐบาลนำไปใช้ ดังนี้

  • ผลักดันโครงการ กองทุนเครดิตประชาชน ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยผู้มีหนี้นอกระบบให้กลับเข้าระบบการเงินปกติ
  • เพิ่มงบรีสกิล-อัพสกิลแรงงาน ทุกกลุ่ม ให้พร้อมรับเศรษฐกิจยุคใหม่ และความต้องการแรงงานทักษะสูง
  • การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคเกษตรและอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความยั่งยืนระยะยาว

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า ประเทศไทยไม่ได้ขาดงบประมาณ แต่ขาดแผน ขาดวิสัยทัศน์ของผู้นำ และที่สำคัญที่สุดคือ ขาดหัวใจที่มองเห็นความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนร่างงบประมาณประจำปี 2569 อย่างรอบคอบ ก่อนประเทศจะเข้าสู่กับดักหนี้และความล้มเหลวทางเศรษฐกิจในระยะยาว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...