โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘เอทานอล’ ล้นตลาดพิษราคาตก วอนรัฐปลดล็อกขยายสู่อุตฯใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 00.34 น.
เจษฎา ว่องวัฒนะสิน

สัมภาษณ์พิเศษ

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด อุตสาหกรรมเอทานอลของไทยกลับเผชิญกับปัจจัยเสี่ยง เมื่อความต้องการใช้ในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กำลังการผลิตยังคงล้นตลาด ราคาตกต่ำ และการสนับสนุนจากภาครัฐยังไม่ชัดเจน ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนเพื่อความอยู่รอด

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ นายเจษฎา ว่องวัฒนะสิน นายกกิตติมศักดิ์สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย ถึงสถานการณ์ปัจจุบันของอุตสาหกรรมเอทานอลในประเทศไทยที่เผชิญกับปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด เมื่อความต้องการใช้ในประเทศกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง กำลังการผลิตที่ยังคงล้นตลาด ผลพวงจากราคาผลผลิตต้นทางที่ลดต่ำลง และการสนับสนุนจากภาครัฐที่ยังไม่มีความชัดเจน ขาดความต่อเนื่อง

“มัน-กากน้ำตาล” ล้น-ราคาตก

ตอนนี้ผู้ผลิตกำลังเผชิญกับภาวะล้นตลาดอย่างรุนแรง โดยกำลังการผลิตรวมในประเทศสูงถึง 7 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ปริมาณความต้องการใช้จริงอยู่เพียง 3 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลให้เกิดความแตกต่างระหว่างดีมานด์และซัพพลาย ทำให้ราคาขายปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่ราคาขายเอทานอลในตลาดเดือนตุลาคม 2567 เคยสูงถึง 28.32 บาทต่อลิตร ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 17-18 บาทต่อลิตร ในช่วงต้นปี 2568

ปัญหาหลัก คือ ความต้องการใช้เอทานอลในตลาดที่ลดลง ทั้งจากภาคพลังงานและอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงราคาวัตถุดิบหลักอย่างมันสำปะหลังและกากน้ำตาลที่ตกต่ำลง ทำให้ต้นทุนการผลิตลดต่ำลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตจำเป็นต้องลดราคาขายเพื่อระบายสต๊อกเอทานอลที่มีมากสะสมอยู่ เนื่องจากไม่สามารถขายได้ในราคาสูงเช่นเดิม

กระทรวงพลังงานแจ้งว่า ในปี 2567 ราคากากน้ำตาลเฉลี่ย 5.79 บาทต่อกิโลกรัม และราคาหัวมันสดคละ 3.07 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ปี 2568 ราคากากน้ำตาลช่วงเดือน ม.ค. อยู่ที่ 7.88 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงเหลือ 4.04 บาท/กก. ในเดือนเมษายน และราคาหัวมันสดช่วงเดือนมกราคม อยู่ระหว่าง 2.00-2.45 บาท/กก. ลดลงเหลือ 1.70-2.00 บาทต่อกิโลกรัม ในเดือนเมษายน

ขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงงานผลิตเอทานอลประมาณ 28 แห่ง มีกำลังการผลิตรวม 6.92 ล้านลิตรต่อวัน แต่หลายโรงงานยังไม่สามารถผลิตเต็มกำลังได้ โดยบางแห่งเดินเครื่องผลิตต่ำกว่า 50% ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาด้านความต้องการใช้ในตลาดที่ลดลงอย่างชัดเจน

“ต้องยอมรับว่า ประเทศไทยไม่เคยประสบปัญหาขาดแคลนเอทานอล เนื่องจากมีวัตถุดิบทางการเกษตรที่เพียงพอ แต่ปัญหาที่แท้จริง คือ การบริหารจัดการวัตถุดิบที่ยังไม่สมดุล บางช่วงมีการกักเก็บสต๊อกมากเกินไป ทำให้ไม่สามารถผลิตหรือจำหน่ายได้เต็มที่”

ดัน E20 น้ำมันพื้นฐานไม่คืบ

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ความต้องการลดลงอย่างมาก คือ ทิศทางนโยบายภาครัฐ โดยแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ฉบับปัจจุบัน มีเป้าหมายในการลดการใช้เอทานอล และยังมีการปรับลดการอุดหนุนราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายเอทานอลลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจจึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก

นอกจากนั้นยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการกำหนดน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 และ E20 ให้เป็นน้ำมันพื้นฐานที่ใช้ในประเทศ ส่งผลให้การวางแผนการผลิตและการจัดหาวัตถุดิบไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะความต้องการใช้งานจริงไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของภาครัฐที่ตั้งไว้

ในช่วงที่ผ่านมา สมาคมได้หารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสนอให้ภาครัฐและกระทรวงพลังงานกำหนดน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นน้ำมันเกรดพื้นฐานสำหรับกลุ่มเบนซิน เพื่อกระตุ้นให้มีการใช้เอทานอลเพิ่มขึ้น แต่จนถึงตอนนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ได้รับความชัดเจนและถูกเลื่อนการพิจารณาออกไป

หากมีการกำหนดให้น้ำมัน E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน จะประหยัดกว่าน้ำมันประเภทอื่น ๆ ซึ่งจากข้อมูลการวิจัยของสถาบันยานยนต์ได้มีการทดสอบแล้ว พบว่า ราคาน้ำมัน E20 ต่างกว่า E10 และแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ 7% แต่อัตราการสิ้นเปลือง ประหยัดกว่า 8% และสมรรถนะอัตราเร่งและแรงม้าของ E20 ไม่ต่างจากน้ำมันชนิดอื่น

ขอใช้เอทานอลผลิตน้ำมันเครื่องบิน

นอกเหนือจากการใช้ในภาคพลังงานแล้ว ผู้ผลิตยังต้องการให้ภาครัฐเปิดโอกาสให้เอทานอลถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น อุตสาหกรรมคอสเมติกส์ อุตสาหกรรมการสกัดสมุนไพร รวมถึงอุตสาหกรรมเคมี แต่เพราะเอทานอลเป็นสินค้าควบคุมของกรมสรรพสามิต การผลิตและการใช้จึงถูกจำกัดไว้ตามปริมาณที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเท่านั้นซึ่งจำกัดโอกาสในการขยายตลาดและเพิ่มความต้องการใช้ในประเทศ ถ้ารัฐสามารถปลดล็อกข้อจำกัดนี้ เปิดโอกาสให้เอทานอลเข้าไปใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลายมากขึ้น จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มความต้องการใช้ภายในประเทศ

ที่ผ่านมาไทยเน้นผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel : SAF) จากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil) เป็นหลัก แต่ปริมาณน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วในประเทศยังไม่เพียงพอ และต้องนำเข้าเพิ่มเติม ภาคเอกชนได้ผลักดันการผลิตเอทานอลชีวภาพ (Bioethanol) ที่สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต SAF ได้ โดยกระบวนการผลิต SAF จากเอทานอล โดยใช้เทคโนโลยี Alcohol-to-Jet (ATJ) สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 70-80% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วไป

หากนำเอทานอลมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมัน SAF เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว มองว่าไม่มีความแตกต่างกันมาก เพราะมีการกำหนดคุณภาพและมาตรฐานของน้ำมัน SAF ที่ชัดเจน ทั้ง ลักษณะ สี กลิ่น ปริมาณการตกตะกอน แต่ไม่ทราบเหตุผลว่า ทำไมถึงเลือกใช้น้ำมันปรุงอาหารมาแทน เพราะในประเทศไทยมีเอทานอลล้นตลาด และมากกว่าปริมาณของน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วที่มีไม่เพียงพอ

ดังนั้น การส่งเสริมให้เอทานอลเป็นวัตถุดิบอีกทางเลือกในการผลิต SAF จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมและเป็นไปได้ เพราะไทยมีปริมาณเอทานอลล้นตลาดอยู่แล้ว นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังมีความพยายามในการใช้เอทานอลเป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอโพลีโพรพิลีน (Bio-Polypropylene หรือ Bio-PP) พลาสติกชีวภาพชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าพลาสติกโพลีโพรพิลีนทั่วไป แต่ผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพ เช่น เอทานอลจากอ้อย การพัฒนาไบโอโพลีโพรพิลีนถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าเอทานอล และสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างยั่งยืน

อนาคตเอทานอลขึ้นอยู่กับรัฐ

ทิศทางเอทานอลของไทยในอนาคต เชื่อว่ายังมีความหวัง และคิดว่าเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน เพียงแต่จะต้องมีนโยบายและได้รับการสนับสนุนอย่างชัดเจน เหมือนกับอินเดียที่เดินหน้าใช้น้ำมันผสมเอทานอล (E20) ตั้งเป้าครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2025-2026 รวมถึงบราซิลได้เดินหน้านโยบายผสมเชื้อเพลิงในระดับ E20-E27 ด้วย

ผู้ประกอบการภาคเอกชน เกษตรกรชาวไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลังจึงอยากให้ภาครัฐผลักดันให้เกิดการใช้เอทานอลเพิ่มขึ้น พร้อมกับผลักดันให้ใช้น้ำมัน E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน หรือใช้ในอุตสาหกรรมคอสเมติกส์ เครื่องสำอาง หรือกลุ่มที่ต้องการใช้เอทานอลเป็นตัวทำละลาย ใช้สารเคมีที่เป็นไบโอเบสและฟอสซิลจริง ๆ ถ้าเปิดโอกาสมากขึ้นก็จะกระตุ้นเศรษฐกิจและตอบโจทย์ความยั่งยืนของประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เอทานอล’ ล้นตลาดพิษราคาตก วอนรัฐปลดล็อกขยายสู่อุตฯใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...