โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยใช้สิทธิ “FTA” ดันส่งออกไทย ม.ค.-ก.พ.68 โตทะลุ 24%

อีจัน

อัพเดต 19 พ.ค. 2568 เวลา 16.09 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 09.09 น. • อีจัน

(วันนี้ 19 พ.ค.68) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รายงานตัวเลขการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ของไทยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2568 มกราคม-กุมภาพันธ์ พบว่าไทยสามารถใช้สิทธิฯ ได้รวมมูลค่า 15,086.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 467,672 ล้านบาท คิดเป็น 81.36% ของมูลค่าส่งออกที่มีสิทธิ และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 24.11%

พระเอกส่งออก “ตลาดอาเซียน”

โดยมีการใช้สิทธิภายใต้ความตกลง ATIGA สูงสุด มูลค่ากว่า 5,303.67 ล้านดอลลาร์ฯ คิดเป็น 68.5% รองลงมา ได้แก่

  • จีน (ACFTA): 3,163.48 ล้านดอลลาร์ฯ (ใช้สิทธิ 90.66%)

  • อินเดีย (AIFTA): 3,206.08 ล้านดอลลาร์ฯ (ใช้สิทธิ 89.97%)

  • ญี่ปุ่น (JTEPA): 1,027.36 ล้านดอลลาร์ฯ (ใช้สิทธิ 75.93%)

  • ออสเตรเลีย (TAFTA): 894.95 ล้านดอลลาร์ฯ (ใช้สิทธิ 58.16%)

สินค้าเด่น 5 อันดับแรก ที่ไทยใช้สิทธิ FTA ส่งออกมากที่สุด ได้แก่

1. แพลทินัม (ยังไม่ขึ้นรูป, กึ่งสำเร็จรูป หรือผง) 1,513.63 ล้านดอลลาร์ฯ

2.ยานยนต์ดีเซล ขนาดไม่เกิน 5 ตัน 999.73 ล้านดอลลาร์ฯ

3.แพลทินัมประเภทอื่น 697.10 ล้านดอลลาร์ฯ

4.ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ 602.57 ล้านดอลลาร์ฯ

5.น้ำตาลจากอ้อย 372.23 ล้านดอลลาร์ฯ

เดือนกุมภาพันธ์ “อินเดีย” โตพุ่งเกินคาด

เฉพาะเดือนเดียวมีมูลค่าการใช้สิทธิ FTA กับอินเดียสูงถึง 1,737.27 ล้านดอลลาร์ฯ หรือกว่า 53,855 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 300% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมาจากการส่งออกแพลทินัมและเครื่องเพชรพลอยที่มีมูลค่าสูง แม้ FTA ไทย-อินเดียยังมีข้อจำกัดด้านภาษีนำเข้า ทำให้อัตราการใช้สิทธิยังไม่สูง (เพียง 35.61% หรือ 76.96 ล้านดอลลาร์ฯ) แต่ไทย-อินเดียกำลังอยู่ระหว่าง เจรจาอัปเกรด FTA ฉบับใหม่ ที่คาดว่าจะครอบคลุมสินค้ากว้างขึ้น รวมถึงบริการและการลงทุน ซึ่งจะช่วยเปิดตลาดอินเดียขนาดยักษ์ที่มีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน ได้อย่างมีศักยภาพในอนาคต

FTA = แต้มต่อที่ผู้ประกอบการไทยควรใช้

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวเสริมว่า ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศได้เชิญภาคเอกชนผู้มีประสบการณ์ในการส่งออกโดยใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าจาก FTA แลกเปลี่ยนความเห็นถึงโอกาสและความท้าทายจากสถานการณ์ทางการค้าโลกจากผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ พูดคุยกับผู้แทนจากสภาผู้ส่งออก และกรมการค้าต่างประเทศ ภายใต้หัวข้อแนวทางรับมือสำหรับผู้ประกอบการ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศขึ้นภาษี ภายใต้โครงการส่งเสริม SMEs ให้แข่งขันได้ในตลาดสากล เรื่อง “FTA ขยายธุรกิจ พิชิตส่งออก” ที่จังหวัดนครพนม โดยจากงานสัมมนาดังกล่าว ทุกคนเห็นร่วมกันว่า FTA เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะสร้างแต้มต่อในการส่งออก ช่วยลดภาษีนำเข้า ลดต้นทุนทางการค้า ทำให้สินค้าส่งออกจากไทยน่าดึงดูดเมื่อเทียบกับสินค้าจากประเทศอื่นที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จาก FTA และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ภาครัฐได้เจรจาจัดทำ FTA ฉบับใหม่ๆ กับประเทศคู่ค้าใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นไทย-ศรีลังกา ไทย-สมาคมการค้าเสรียุโรป หรือ เอฟต้า ไทย-ภูฏาน โดยการใช้สิทธิฯ ผ่าน FTA ทั้งหมดนี้ จะช่วยขยายตลาดการส่งออกใหม่ๆ และลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ในการส่งออกได้ ซึ่งในปี 2568 กรมการค้าต่างประเทศยังคงมีแผนการจัดสัมมนาเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศต่อเนื่องทั้งจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ ลำพูน และหนองคาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...