โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : HFT มั่นใจจุดแข็งบริษัท คุณภาพสินค้า-ฐานลูกค้า OEM แกร่ง หนุนคำสั่งซื้อโตต่อเนื่อง

Share2Trade

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 08.25 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 06.14 น. • Share2Trade

แม้ยอดขายรถยนต์ในประเทศปีนี้จะชะลอตัวลง แต่ตลาดต่างประเทศ ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทำให้อุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะยางล้อรถ ซึ่งมีรายงานว่า ปี 2022 ตลาดยางรวมทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ อยู่ที่ประมาณ 380 พันล้านบาทและเติบโตเฉลี่ย 3% ต่อปี

HFT มั่นใจจุดแข็งบริษัท_รายงานพิเศษ (เว็บ)_0.jpg

ขณะที่รัฐบาลก็ส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ยืนยันว่า การผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรม EV เป็นส่วนสำคัญของการรักษาความเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของอาเซียน

ซึ่งอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมจากรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) สู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตามแนวโน้มโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ที่ต่างแข่งกันดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ ประเทศไทยจึงต้องช่วงชิงการเป็นฐานผลิต EV ในทุกเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), Range-Extended EV (REEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV)

ส่งผลดีต่อผลิตภัณฑ์ของ บมจ.ฮั้วฟงรับเบอร์ (ไทยแลนด์) (HFT) ผู้ผลิตและจำหน่ายยางนอกและยางในสำหรับรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และรถขนส่งขนาดเล็ก

แม้ว่าจะเผชิญกับช่วงสภาวะเศรษฐกิจและการส่งออกที่ชะลอตัว แต่บริษัทฯ ยังคงได้รับคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีออเดอร์ถึงไตรมาส 3/68 แล้ว สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าและความเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์

ขณะเดียวกันบริษัทได้มีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้ดำเนินการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปและเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร

ส่วนช่วงครึ่งหลังของปี 2568 บริษัทฯ อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์การแข่งขันในตลาดฟิลิปปินส์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจากผู้ผลิตรายใหม่จากประเทศจีนที่เริ่มเข้ามารุกตลาดในภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและระดับราคาขายสินค้าในอนาคต

แต่บริษัทฯ มั่นใจว่า ด้วยจุดแข็งด้านคุณภาพสินค้าและความเชี่ยวชาญในการผลิตยางรถจักรยานยนต์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม รวมถึงการให้บริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพจะช่วยสร้างความแตกต่างและรักษาความเชื่อมั่นจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี จึงสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้

"แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจและตัวเลขการส่งออกโดยรวมจะชะลอตัวลงในช่วงที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกลุ่มลูกค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นลูกค้าในลักษณะ OEM ซึ่งมักมีการกำหนดสเปกสินค้าไว้ล่วงหน้าแล้ว ส่งผลให้คำสั่งซื้อยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเบื้องต้นบริษัทฯ ได้มีการหารือร่วมกับลูกค้าเพื่อหาแนวทางรับมือสำหรับสถานการณ์ดังกล่าว และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณผลกระทบในเชิงลบจากลูกค้าแต่อย่างใด"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...