โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะหุ้นแม่ลูก STA-STGT ในมุมมอง"โนมูระ พัฒนสิน"

ทันหุ้น

อัพเดต 09 พ.ย. 2565 เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2565 เวลา 06.08 น.

#STA #ทันหุ้น-บล.โนมูระ พัฒนสิน ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA และหุ้นบริษัทลูกบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT หลังจากที่เมื่อเย็นวานนี้ได้ประกาศงบการเงินงวดไตรมาส 3/65 ออกมา ซึ่งในส่วนของ STA นั้นมองว่าธุรกิจส่งออกยางพาราน่าจะค่อยๆดีขึ้น ขณะที่กำไรไตรมาส 3 ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ในส่วนของ STGT ผลประกอบการไตรมาส 3/65 ต่ำกว่าคาด เนื่องจากการแข่งขันด้านราคา รวมถึงความต้องการลดลง จึงได้ปรับลดราคาเป้าหมายปี 2566 ลงมาอยู่ที่ 10 บาทต่อหุ้น จากเดิมที่ 14 บาทต่อหุ้น

ฝ่ายวิจัยโนมูระ พัฒนสิน มองว่า STA ที่ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 1,156 ล้านบาท ลดลง 64% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 1% จากไตรมาสก่อน แต่ก็สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาด 30% เพราะกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าคาด โดย STA ที่มีกำไรลดลง เพราะอัตรากำไรขั้นต้นลดลงตามธุรกิจถุงมือยยาง มีราคาขายและปริมาณขายลดลง ขณะที่ธุรกิจยางพาราคา มีปริมาณขายและราคาขายเพิ่ม แต่ไม่สามารถชดเชยอัตรากำไรขั้นต้นของถุงมือที่ลดไปมาก

ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/65 คาดว่าจะมีกำไรปกติราว 700-800 ล้านบาท ลดลง 60% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 18% จากไตรมาสก่อน เพราะผลการดำเนินงานธุรกิจถุงมือยางลดมาก แม้ธุรกิจยางพาราดีขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอชดเชย

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Neutral ในหุ้น STA ให้ราคาเป้าหมายปี 2566 ที่ 22 บาท โดยมีมุมมมองที่ดีขึ้น เพราะธุรกิจยางพาราเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/65 ทั้งปริมาณขายและอัตรากำไรขั้นต้น ขณะที่ธุรกิจถุงมือยางยังคงมีราคาขายและปริมาณขายลดลงจากภาวะการข่งขันรุนแรง ซึ่งฝ่ายวิจัยรอฟังความคิดเป็นของผู้บริหาร STA และ STGT ในการประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 11 พ.ย.นี้ อย่างไรก็ตามในประมาณการปัจจุบัน คาดกำไรสุทธิปี 2565 จะอยู่ที่ 4,548 ล้านบาท ลดลง 71% เพราะธุรกิจถุงมือยาที่ลดลง

ฝ่ายวิจัยโนมูระ พัฒนสิน มองหุ้น STGT ในเชิงลบต่อกำไรไตรมาส 3/65 ที่ประกาศออกมา โดยมีกำไรสุทธิไตรมาส 3/65 ที่ราว 22 ล้านบาท ลดลง 99% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 96% จากไตรมาสก่อน เพราะยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าคาด โดยราคาขายลดลง 50% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 11% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ปริมาณขายลดลง 11% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 16% จากไตรมาสก่อน เพราะความต้องการน้อยลงจากการคลี่คลายโควิด ขณะที่การแข่งจันราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมถุงมือยางมีการเพิ่มกำลังการผลิตทั้งผู้ผลิตจากมาเลเซีย ไทย จีน ส่วนต้นทุนน้ำยางธรรมชาติ และยางสังเคราะห์ลดลง

ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/65 คาดว่ากำไรสุทธิยังคงลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เพราะการแข่งขันจากมาเลเซีย และจีนยังคงกดดันราคาขายให้ลดลง แต่หากเทียบกับไตรมาส 3/65 คาดกำไรสุทธิเริ่มทรงตัวได้ตามราคาขายที่สอดคล้องกับแนวโน้มต้นทุนน้ำยางธรรมชาติมากขึ้น

กลยุทธ์การลงทุนในหุ้น STGT แนะนำ Reduce โดยได้ปรับลดราคาเป้าหมายลงมาอยู่ที่ 10 บาทต่อหุ้น จากเดิมที่ 14 บาทต่อหุ้น โดยยังคงกังวลต่อปัจจัยความเสี่ยงและแนวโน้มผลการดำเนินงานที่เกิดจากต้นทุนและราคาขายที่ผันผวน โดยได้ปรับลดประมาณการในปี 2565-2567 ลงจากเดิม 40% , 36% และ 38% ตามลำดับ โดยได้ปรับลดสมมติฐานราคาขายและอัตรากำไรขั้นต้นลงจากเดิม รวมทั้งเพิ่มสมมติฐาน SG&A ขึ้นจากเดิม โดยคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2565 จะอยู่ที่ 1,892 ล้านบาท ลดลง 92% ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นตัวในปี 2566-2567 เกิดจากการเพิ่มของปริมาณขาย และการทรงตัวของราคาขายและราคาวัตถุดิบ

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...