“B-ASEANRMF” ตอบโจทย์เป้าหมายเกษียณ... ด้วย “หุ้นอาเซียน” คุณภาพดี-ฝีมือ ‘คนไทย’ !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 01 ก.ค. 2567 เวลา 08.40 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2565 เวลา 21.39 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดากองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว”จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar”ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “ASEAN Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนหุ้น“กลุ่มอาเซียน” รวมถึงหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในประเทศอื่นที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับ“อาเซียน” ด้วยฝีมือ “ผู้จัดการกองทุนคนไทย”
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ได้หยิบยกกองทุนในกลุ่ม “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ที่น่าสนใจมาแบ่งปันกันในครั้งนี้
“B-ASEANRMF”…ลุย “หุ้นอาเซียน” ตอบโจทย์เกษียณแบบเน้นๆ
โดยกองทุนดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียนเพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ “B-ASEANRMF” ที่เป็นหนึ่งในภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บัวหลวง จำกัด’ และด้วยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นก็ทำให้ถูกยกให้เป็น “กองทุน 5 ดาว” โดย “มอร์นิ่งสตาร์” อีกด้วย
สำหรับกองทุน ‘B-ASEANRMF’จะมีการลงทุนทั้งหุ้นในประเทศและต่างประเทศ ที่ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่ 2 มิถุนายน 2560ซึ่งจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 21ธันวาคม 2565) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 845,174,977บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 10.13 บาทต่อหน่วย
“โดยตัวนโยบายอย่างที่บอกไว้ข้างต้นจะเป็นกองทุนรวมที่ลงทุนหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งประเทศที่กองทุนเลือกลงทุนจะเป็นในกลุ่มประเทศอาเซียน ปัจจุบันมีสมาชิก 10ประเทศ ได้แก่ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน เวียดนาม ลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา”
แต่เกณฑ์การคัดเลือกหุ้นหรือการให้น้ำหนักการลงทุนจะเป็นการมุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีปัจจัยพื้นฐานดีมีความมั่นคง และมีศักยภาพในการให้ผลตอบแทนจากการลงทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ทั้งนี้กองทุนมีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79%ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ณ วันที่ 30 พ.ย. 65 มีการลงทุนใน “หุ้นต่างประเทศ” 74.89% และ “หุ้นในประเทศ” 15.00%
หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาพอร์ตของ ‘กอง B-ASEANRMF’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า” เป็นสำคัญ
โดยสัดส่วนแบ่งตามประเทศ 5 อันดับแรกที่มีสัดส่วนการลงทุนสูงสุด (ณ วันที่ 30พ.ย. 65) ประกอบไปด้วย
-สิงคโปร์ 20.97%
-อินโดนีเซีย 17.60%
-เวียดนาม 13.59%
-มาเลเซีย 10.88%
-พิลิปปินส์ 10.78%
และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
-ธนาคาร 35.00%
-อาหารและเครื่องดื่ม 8.51%
-พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 7.13%
-พาณิชย์ 7.07%
-เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6.39%
“ในด้านผลการดำเนินงานของ ‘กอง B-ASEANRMF’ (ณ วันที่ 30พ.ย. 65) ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 0.72%ต่อปี(ดัชนีชี้วัดอยู่ที่ 0.73%ต่อปี) ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินเฉลี่ยอยู่ที่ 11.97%ต่อปี(ดัชนีชี้วัดอยู่ที่ 13.68% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -41.14%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 500 บาท
ส่วนนักลงทุนที่สนใจหรืออยากเข้าลงทุนในกองทุนนั้น มูลค่าขั้นต่ำของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500บาท ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนไม่มีการกำหนดไว้ โดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 5 วันทำการนับหลังจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน
ขณะที่ช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่าน สาขาธนาคารกรุงเทพโดยมีบริการหักบัญชีเงินฝาก/บัตรเครดิตเพื่อซื้อหน่วยลงทุนกองทุนเปิดแบบถัวเฉลี่ย และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน นอกจากนี้ยังมีช่องทางออนไลน์โดยผ่านโมบายแบงก์กิ้งจากธนาคารกรุงเทพ และบัวหลวงไอแบงก์กิ้ง
“สำหรับนักลงทุนที่ยังลังเลว่าจะลงทุนในกองทุนประเภทใดหรือจะให้น้ำหนักการลงทุนไปยังประเทศใด การลงทุนใน ‘หุ้นอาเซียน’ เองก็ถือเป็นกลุ่มที่มีความน่าสนใจ ด้วยการได้รับประโยชน์จากการเปิดเมืองเปิดประเทศซึ่งจะช่วยให้ภาพรวมของเศรษฐกิจกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง ซึ่ง ‘กอง B-ASEANRMF’เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจด้วยฝีมือคนไทยบริหารเองอีกด้วย”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน