โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ตลาดที่อยู่อาศัยมือสอง ไตรมาส 4 ปี 65 ประกาศขายเพิ่ม แต่มูลค่ารวมลดลง

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 ก.พ. 2566 เวลา 13.53 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2566 เวลา 23.32 น. • The Bangkok Insight

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เผยตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ ไตรมาส 4 ปี 2565 จำนวนประกาศขายเพิ่ม 13.4% แต่มูลค่าลดลง 7.2% กทม.ยังนำทั้งขายและซื้อบ้านมือสอง

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัยมือสอง ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2565 พบว่า มีการประกาศขายเพิ่มขึ้น 13.4% แต่มูลค่ากลับลดลง 7.2% เมื่อเปรียบเทียบกับกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ตลาดที่อยู่อาศัยมือสอง

ทั้งนี้ ส่วนใหญ่มีการขยายตัวในกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% ราคา 1.01-1.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% และราคา 2.01-3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3%

ขณะที่ระดับราคา 1.51-2 ล้านบาท มีปริมาณใกล้เคียงเดิมโดยลดลงเพียง 0.4% เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยมือสองประเภทห้องชุด และทาวเฮ้าส์

ข้อมูลดังกล่าว สอดคล้องกับข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองในช่วง 11 เดือนของปี 2565 ที่มีอัตราขยายตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทเช่นกัน โดยระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ขยายตัว 24.9% ราคา 1.01-1.5 ล้านบาท ขยายตัวร้ 24.7% ราคา 1.51-2 ล้านบาท ขยายตัว 19.4% และ ราคา 2.01 – 3 ล้านบาท ขยายตัว 36.2%

การขยายตัวของที่อยู่อาศัยมือสองในกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เกิดจากปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่เปิดเงื่อนไขให้ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ได้รับสิทธิ์ในการลดค่าธรรมเนียมการโอน และค่าจดจำนอง เหลือ 0.01% ซึ่งกระตุ้นให้เกิดอุปทานกลุ่มนี้เข้ามาสู่ตลาดที่มากขึ้น

นอกจากนี้ยังพบว่า ส่วนใหญ่ผู้ประกาศขายบ้าน และผู้ซื้อบ้านได้อยู่ในพื้นที่ 10 อันดับ คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ชลบุรี ภูเก็ต ปทุมธานี เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ นครราชสีมาและสุราษฎร์ธานี

อุปทานตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ

ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2565 พบว่า มีจำนวนหน่วยประกาศขาย 162,787 หน่วย และมีมูลค่า 860,415 ล้านบาท หากเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งมีจำนวน 162,923 หน่วย และมูลค่า 962,188 ล้านบาท พบว่ามีการปรับตัวลดลง 0.1% และ 10.6% ตามลำดับ

แต่หากเปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ของปีก่อนพบว่า การประกาศขายที่อยู่อาศัยมือสอง มีจำนวนหน่วยที่เพิ่มขึ้นถึง 13.4% แต่มูลค่ากลับลดลง 4.7%

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยต่อไตรมาสในปี 2565 ที่มีจำนวน 162,320 หน่วย และมูลค่า 961,757 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก ปี 2564 ถึง 52.6% และ 31.7% ตามลำดับ

บ้านเดี่ยวครองแชมป์ประกาศขายสูงสุด

เมื่อพิจารณาถึงประเภทของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขาย พบว่า ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2565 พบว่า ประเภทที่อยู่อาศัยที่มีการประกาศขายมากที่สุดเกาะกลุ่มใน 3 ประเภทตามลำดับ คือ

1. บ้านเดี่ยว จำนวน 67,907 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 41.7% มูลค่า 461,011 ล้านบาท สัดส่วน 53.6%

2. ทาวเฮ้าส์ จำนวน 44,722 หน่วย สัดส่วน 27.5 % มูลค่า 109,616 ล้านบาท สัดส่วน 12.7%

3. ห้องชุด จำนวน 44,016 หน่วย สัดส่วน 27.0% มูลค่า 257,896 ล้านบาท สัดส่วน 30.0%

สำหรับ อาคารพาณิชย์ และบ้านแฝด เป็นประเภทที่มีสัดส่วนจำนวนหน่วย และมูลค่าประกาศขายน้อยที่สุด

เมื่อเปรียบเทียบไตรมาส 4 ปี 2565 กับไตรมาสก่อนหน้า พบว่า ในทุกประเภทบ้านเดี่ยว มีจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 4.5% และเป็นทาวน์เฮ้าส์ เพิ่มขึ้น 5.5% ขณะที่จำนวนหน่วยของห้องชุด ลดลง 9.7% อาคารพาณิชย์ ลดลง 8.6% และบ้านแฝด ลดลง 11.5%

ในขณะที่ด้านมูลค่าตลาดที่อยู่อาศัยมือสอง มีการลดลงในเกือบทุกประเภท พบว่า บ้านเดี่ยวลดลง 1.7% ห้องชุดลดลง 26.8% ทาวน์เฮ้าส์ลดลง 1.9% และบ้านแฝดลดลง 15.9% แต่อาคารพาณิชย์ เพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

บ้านไม่เกิน 1 ล้านบาทประกาศขายมากที่สุด

เมื่อพิจารณาถึงราคาประกาศขายของที่อยู่อาศัยมือสอง ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2565 พบว่า ระดับราคาของที่อยู่อาศัยที่มีการประกาศขายมากที่สุดเกาะกลุ่มใน 3 ระดับราคาตามลำดับ คือ

1. ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 40,364 หน่วย สัดส่วน 24.8% มูลค่า 21,807 ล้านบาท สัดส่วน 2.5% มีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยเท่ากับ 0.5 ล้านบาท

2. ระดับราคา 2.01-3 ล้านบาทจำนวน 25,417 หน่วย สัดส่วน 15.6% มูลค่า 63,941 ล้านบาท สัดส่วน 7.4% มีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยเท่ากับ 2.5 ล้านบาท

3. ระดับราคา 3.01-5 ล้านบาท 24,998 หน่วย สัดส่วน 15.3% มูลค่า 97,964 ล้านบาท สัดส่วน 11.4 %

เมื่อพิจารณาจำนวนหน่วยบ้านมือสองที่ประกาศขายในแต่ละระดับราคา พบว่า ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2565 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยมือสองที่ราคามากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไป

สภาวะของการประกาศขายเช่นนี้ เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยมือสองที่มีอยู่ในตลาดที่เพิ่มขึ้นมาก ดังจะเห็นได้จากภาวะการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองในช่วง 11 เดือนของปี 2565 ที่มีอัตราขยายตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทเช่นกัน

บ้านในกรุงเทพฯ ประกาศขายสูงสุด

สำหรับจังหวัดที่มีอันดับมูลค่าที่อยู่อาศัยมือสองที่มีการประกาศขายสูงที่สุด 10 จังหวัดแรก ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2565 ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ชลบุรี ภูเก็ต ปทุมธานี เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ นครราชสีมาและสุราษฎร์ธานี ซึ่งค่อนข้างสอดคล้องกับจังหวัดที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองเช่นกัน

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร มีหน่วยประกาศขาย 55,852 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 34.3% และ มีมูลค่าสูงเป็นอันดับแรก มีมูลค่าถึง 518,480 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 60.3% เมื่อเทียบกับทั้งประเทศ

ขณะที่จังหวัดอันดับที่ 2-10 มีสัดส่วนจำนวนหน่วยและมูลค่าของแต่ละจังหวัดอยู่ระหว่าง 0.8% ถึง 6.8% เมื่อรวมทั้ง 10 จังหวัดจะพบว่า มีสัดส่วนจำนวนหน่วยเป็น 67.6% และสัดส่วนของมูลค่ารวมกันมากถึง 87.3%

ส่วนจังหวัดที่เหลืออีก 67 จังหวัด มีสัดส่วนจำนวนหน่วยรวมกัน 32.4% และมีสัดส่วนมูลค่ารวมกันเพียง 12.7% เท่านั้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...