โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หลักทรัพย์บัวหลวง แนะลงทุน “กองทุน SSF-RMF” ลดหย่อนภาษีปี 65 ช่วงตลาดหุ้นย่อตัว

Wealthy Thai

อัพเดต 20 ม.ค. 2567 เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2565 เวลา 11.24 น.

หลักทรัพย์บัวหลวง ชี้ตลาดหุ้นย่อตัว โอกาสดีในการทยอยซื้อ “กองทุน SSF-RMF” เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีปี 2565ชูกระจายการลงทุนผ่าน “กองทุนตราสารหนี้ กองทุนหุ้นทั่วโลกกองทุนหุ้นไทย” พร้อมแนะนำระบบบริหารพอร์ตการลงทุนผ่านกองทุนรวมแบบอัตโนมัติตัวช่วยจัดพอร์ตกองทุนรวมแบบมืออาชีพ
นายเสริมศักดิ์ วงศ์สิทธิโชค ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายค้าตราสารการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกพักฐานย่อตัวลงมาพอสมควร ทั้งตลาดหุ้นสหรัฐฯและตลาดประเทศพัฒนาแล้ว จากสถานการณ์อัตราเงินเฟ้อสูง และอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกที่อยู่ระดับสูง แต่นับตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นสัญญาณอัตราเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ สูงขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์ แม้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกในปีนี้ ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังอยู่ระดับสูง แต่อัตราที่เพิ่มขึ้นในปี 2566 อาจน้อยลง

(นายเสริมศักดิ์ วงศ์สิทธิโชค)

จากภาพรวมตลาดหุ้นในช่วงนี้ที่ย่อตัวลงมา ขณะที่ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า มองสินทรัพย์เสี่ยงมีโอกาสฟื้นตัวสูง จากความเสี่ยงเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ที่คงไม่สูงไปกว่านี้หลังผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยในปี 2566มีโอกาสทรงตัวหรือปรับตัวลดลงได้ ส่วนตลาดหุ้นจีนที่มีประเด็น ZERO-COVID เชื่อในช่วงครึ่งแรกปี 2566จะเริ่มเห็นความชัดเจนในการเปิดประเทศ ฉะนั้นช่วงนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยสะสมกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีปี 2565
สำหรับการลงทุนในกองทุน SSF-RMF รายงาน BLS Top Funds ของหลักทรัพย์บัวหลวง แนะนำนักลงทุนกระจายการลงทุนออกเป็น 3ส่วนหลัก คือ 1. กองทุนตราสารหนี้ ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ประเภทต่าง ๆ ภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เพราะกองทุนตราสารหนี้จะช่วยทำให้พอร์ตลงทุนไม่ผันผวนมากนัก และสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง ไม่หวือหวา เน้นความมั่นคง เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ สำหรับกองทุนแนะนำ คือ กองทุนเปิดเคเคพี อินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดทั่วไป (KKP INRMF) ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ของบริษัทเอกชนที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีมีแนวโน้มเติบโตสูงและมีเสถียรภาพทางการเงินที่ดี
2.กองทุนหุ้นทั่วโลก ที่มีนโยบายกระจายการลงทุนไปในหุ้นของบริษัทชั้นนำระดับโลกเหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง ซึ่งกองทุนประเภทนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีทางหนึ่งให้กับนักลงทุน สำหรับกองทุนแนะนำ คือ กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอลเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-GLOBALRMF) มีนโยบายลงทุนหุ้นทั่วโลกคุณภาพดี เติบโตสูง โดยจะกระจายตัวไปในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมหนุนให้พอร์ตไม่กระจุกตัวอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง ขณะที่ผลตอบแทนในช่วงที่ผ่านมาสามารถทำผลงานออกมาได้ดีก่อนย่อตัวลงในปีนี้ตามตลาดหุ้นทั่วโลก
3.กองหุ้นไทย ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี ซึ่งกองทุนประเภทนี้นักลงทุนยังคงต้องมีติดพอร์ตไว้ เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในทิศทางฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากการเปิดเมือง ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักมาจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคจากภาคเอกชน ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวต่อไปได้ สำหรับกองทุนแนะนำ คือ กองทุนเปิดเคเคพีหุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (KKP EQRMF) เน้นลงทุนหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการที่ดีมีแนวโน้ม การเติบโตสูง และมีความมั่นคงด้านฐานะทางการเงิน ซึ่งหุ้นในพอร์ตจะกระจายตัวในหลากหลายกลุ่ม ได้แก่ พลังงาน, ธนาคาร, พาณิชย์, อาหารเครื่องดื่ม และวัสดุก่อสร้าง
“สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง - มาก รายงาน BLS Top Funds แนะนำจัดพอร์ตลงทุนโดยให้น้ำหนักในหุ้นไทยประมาณ 30%หุ้นทั่วโลก 30%ตราสารหนี้ 20-30%ที่เหลือ 10%กระจายการลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนในตลาดและสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ตลาดเวียดนาม หุ้นเทคโนโลยี และทองคำ แม้ที่ผ่านมาตลาดเวียดนามจะปรับตัวลงแรง แต่ยังเป็นตลาดที่น่าสนใจ เพราะเศรษฐกิจในช่วง 3ปีข้างหน้า GDP มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 6-8%ต่อปี ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูง ส่วนผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แนะลงทุนในตราสารหนี้ประมาณ 50-70% ที่เหลือ 20-30% ลงทุนในหุ้นไทยและหุ้นทั่วโลก”
อย่างก็ดีสำหรับผู้ลงทุนที่ไม่อยากพลาดจังหวะการลงทุนในกองทุนรวม ผ่าน BLS Top Fundsรายงานอัปเดตสถานการณ์การลงทุนทั่วโลกแบบ Weekly พร้อมแนะนำกองทุนตัวท็อป จาก 18บลจ. และรายงาน BLS Top Funds : Consensus Call ที่รวบรวมคำแนะนำการลงทุนแบบเจาะลึกตามรายสินทรัพย์ เพียงเปิดบัญชีกองทุนรวมออนไลน์กับหลักทรัพย์บัวหลวง ผ่าน www.bualuang.co.th
นายเสริมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาตัวช่วยจัดพอร์ตกองทุนรวมแบบมืออาชีพหลักทรัพย์บัวหลวง แนะนำบริการ BLS Top Funds Portfolio : Auto Asset Allocation ระบบบริหารพอร์ตการลงทุนผ่านกองทุนรวมแบบอัตโนมัติ ด้วยการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ผ่านกองทุนรวมที่หลักทรัพย์บัวหลวงทำการคัดเลือกจาก 18บลจ. ชั้นนำ โดยใช้ทั้งการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ
สำหรับจุดเด่นของบริการนี้ คือ 1.ใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคล 2. มีให้เลือก 3กลยุทธ์ย่อย โดยแต่ละกลยุทธ์จะมีน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ที่ต่างกันออกไปตามระดับของความเสี่ยง เพื่อให้เหมาะกับความต้องการของผู้ลงทุน คือ Conservative Asset Allocation (CAA)เสี่ยงต่ำ, Moderate Asset Allocation (MAA)เสี่ยงปานกลาง, Aggressive Asset Allocation (AAA) เสี่ยงสูง

  1. มีผู้จัดการกองทุนคอยติดตามการลงทุนและปรับพอร์ตให้โดยอัตโนมัติหากมีสถานการณ์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อราคาสินทรัพย์ 4. ส่งคำสั่งอัตโนมัติโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการออกคำสั่งเพื่อซื้อขายกองทุนได้อย่างอัตโนมัติ ติดตามผลการลงทุนได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Streaming Fund+หรือพอร์ตการลงทุนผ่านเว็บไซต์หลักทรัพย์บัวหลวง
    สำหรับลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวง สามารถสมัครบริการ BLS Top Funds Portfolio : Auto Asset Allocation ออนไลน์ได้ง่าย ๆ ไม่ต้องส่งเอกสาร เริ่มต้นลงทุนเพียง 500,000 บาท เมื่อสมัครผ่านช่องทาง Wealth CONNEX ส่วนผู้ลงทุนทั่วไปสามารถเปิดบัญชีหุ้นคู่กองทุนออนไลน์ได้ที่ www.bualuang.co.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
    โทร.0 2618 1111
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...