โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนรู้จัก ‘เชื้อแอนแทรกซ์’ โรคที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ และสามารถระบาดคร่าชีวิตผู้คนได้

The MATTER

เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 04.25 น. • Brief

หลังจากที่มีข่าว ‘เชื้อแอนแทรกซ์’ ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต คำถามที่สำคัญคือ เชื้อนี้จริงๆ แล้วคืออะไร แพร่อย่างไร มีอะไรที่เราควรระวังบ้าง The MATTER พาทุกคนไปทำความรู้จักมันพร้อมๆ กัน

เชื้อแอนแทรกซ์ (Anthrax) หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าโรคกาลี ที่รู้จักกันมาแต่ช้านานตั้งแต่สมัยโบราณกาล ซึ่งกลายเป็นโรคระบาดสำคัญตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499 เป็นโรคติดต่ออันตรายร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับสัตว์กินหญ้าแทบทุกชนิด

ตั้งแต่สัตว์ป่าอย่าง ช้าง,เก้งหรือกวาง จนถึงสัตว์เลี้ยงอย่าง วัว, ควาย แพะหรือแกะก็สามารถติดเชื้อได้ และแพร่สู่คนและสัตว์เลี้ยงในบ้านอย่าง หมา, แมวได้ด้วย พูดง่ายๆ คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดโดยเฉพาะสัตว์เคี้ยวเอื้องที่กินหญ้าเป็นอาหาร

#แอนแทรกซ์คืออะไร

โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Bacillus anthracis จัดอยู่ในตระกูล Bacillaceae

อธิบายแบบที่จะเข้าใจง่ายๆ กว่านี้ คือ เชื้อนี้ ‘ทนมาก’ ไม่ว่าจะร้อนหรือเย็น และสู้กับยาฆ่าเชื้อ แถมยังอยู่ในธรรมชาติได้นานเป็นสิบๆ ปี เพราะเมื่อไหร่ที่มันอยู่ในที่แห้งและภาวะอากาศไม่เหมาะสมมันจะสร้างสปอร์หุ้มเซลล์เอาไว้

#แอนแทรกซ์แพร่เชื้อยังไง

สำหรับมนุษย์เราแล้ว สามารถติดเชื้อแอนแทรกซ์ได้ 3 วิธี

การสัมผัสสัตว์ป่วย หรือสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากสัตว์ป่วย แน่นอนว่าโรคนี้มักจะพบในคนที่มีอาชีพทางเกษตรกรรม คนชำแหละเนื้อ และสัตว์แพทย์ ซึ่งเชื้อจะสามารถเข้าไปตามรอยถลอกหรือแผลได้ด้วย ทางเดินหายใจ จากการที่เราหายใจเอาสปอร์ที่อยู่ตามขนสัตว์เข้าไป ทางเดินอาหาร จากการกินเข้าไป แต่ไม่ใช่ว่าการกินเนื้อดิบจะทำให้ติดเชื้อได้ทุกครั้ง แต่เป็นเนื้อสัตว์ที่ป่วยตายด้วยโรคนี้ แล้วไม่นำมาปรุงสุกเพียงพอ

เชื้อจะใช้เวลาฝักตัวตั้งแต่รับเชื้อจนถึงแสดงอาการ ระหว่าง 12 ชั่วโมงถึง 7 วันในคน แต่หากสูดหายใจเอาสปอร์เข้าไปก็อาจจะใช้เวลาฝักตัวนานถึง 60 วัน

#อาการของแอนแทรกซ์

หากติดเชื้อที่ผิวหนัง จะเริ่มมีอาการคันบริเวณที่สัมผัสเชื้อ เป็นตุ่มแดงและเปลี่ยนเป็นตุ่มพองมีน้ำใส เมื่อผ่านไป 2-6 วันจะยุบและกลายเป็นเนื้อตายสีดำ มักจะไม่มีอาการปวด แต่ถ้าปวดเป็นเพราะบวมน้ำหรือติดเชื้อแทรกซ้อน

หากสูดหายใจเข้าไป จะเริ่มมีอาการเหมือนติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจส่วนบน ส่งผลเช่น ปวดเมื่อย ไอหรือเจ็บหน้าอก ต่อมาจะหายใจติดขัดฉับพลัน หายใจลำบากแบบรุนแรงและเกิดภาวะออกซิเจนต่ำ จนช็อกและตัวเขียว

สุดท้ายคือทางเดินอาหาร อาจเกิดจุดใดจุดหนึ่งในลำไส้ ซึ่งจะอักเสบและบวมน้ำมาก จนเลือดออก และอุดตัน มีน้ำในช่องท้องมาก อย่างไรก็ตาม แอนแทรกซ์ในทางเดินอาหารยังไม่มีพบการเสียชีวิตที่แน่นอน แต่การรักษาอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้

#วิธีการป้องกันเชื้อแอนแทรกซ์

กรมควบคุมโรค ระบุว่า หากพบกับสัตว์ตายโดยกระทันหันและไม่ทราบสาเหตุการตาย โดยมีเลือดสีดำคล้ำไม่แข็งตัวไหลออกตามทวารต่างๆ ห้ามชำแหละและเอาเนื้อไปเป็นอาหาร รวมถึงห้ามผ่าซากสัตว์ด้วย

นอกจากนี้ ต้องระวังไม่ให้คนสัมผัสกับสัตว์ป่วย หรือผลิตภัณฑ์ของสัตว์ป่วย, ต้องกำจัดหรือทำลายสัตว์ที่ติดเชื้อ เพื่อไม่ให้เชื้อมาสู่คน, กำจัดซากสัตว์ป่วยอย่างปลอดภัย และคอยเฝ้าระวังพื้นที่ที่มีสัตว์ป่วยอย่างใกลิชิด เนื่องจากสปอร์เหล่านี้ทนทานต่อยาฆ่าเชื้อต่างๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...