โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กบข.เพิ่มน้ำหนักลงทุนทองคำ ลดความเสี่ยงทรัมป์-ลุย Senior Housing

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 08.15 น.

กบข.ปรับพอร์ตลดความเสี่ยงผลกระทบ “ทรัมป์” เพิ่มน้ำหนักลงทุนทองคำ เผยปีที่แล้วสร้างผลตอบแทนสมาชิกพุ่ง 25% ต้นปีนี้ไม่กี่เดือนสร้างผลตอบแทนกว่า 20% แล้ว พร้อมเพิ่มสัดส่วนหุ้นไทยเน้นลงทุนรายตัว แย้มอนาคตลงทุน Senior Housing ยีลด์ 8-12%

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า จากนี้ถึงสิ้นปี 2568 ความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุนจะมีแบบนี้ต่อเนื่อง จากนโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งที่มีปัจจัยเสี่ยงและสิ่งที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นเยอะมาก โดยจากนี้ไปถึงสิ้นปีไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง อย่างไรก็ดี ในมุมของ กบข. ต้องเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถดูแลพอร์ตการลงทุนสมาชิกท่ามกลางความผันผวนที่เกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ ทาง กบข.ยอมรับว่าในช่วงต้นปี มองเชิงบวกมากกับการที่ทรัมป์ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ แต่ปัจจุบันจะเห็นว่าตลาดลงทุนมีความผันผวนสูงจากนโยบายของทรัมป์ โดยแม้จะมีการชะลอขึ้นภาษีตอบโต้ไป 90 วัน แต่ความไม่มั่นใจเชิงนโยบายก็ยังมีอยู่

“ดังนั้นการลงทุนจึงต้องมีการกระจายความเสี่ยง โดย กบข.ถือว่าโชคดีที่มีลงทุนได้หลายประเภท สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ อย่างทองคำ ยังเป็นสินทรัพย์ที่ถูกนำมาใช้ค่อนข้างมากในการป้องกันความเสี่ยง และสิ่งที่ กบข.ดำเนินการแล้ว ก็คือ การลดสัดส่วนของตราสารทุนโลก และเพิ่มการลงทุนทองคำมากขึ้น”

โดยสัดส่วนลงทุนในปัจจุบัน กบข.มีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ รวม 18 สินทรัพย์ แบ่งเป็น ตราสารหนี้ 56.76% ได้แก่ ตราสารหนี้ภาคเอกชนไทย 15.06% ตราสารหนี้ภาครัฐไทย 15.02% ตราสารหนี้ภาคเอกชนโลก 12.48% ตราสารหนี้ภาครัฐโลก 10.65% ตราสารหนี้ระยะสั้น 2.52% ตราสารหนี้ตลาดเงินไทย 0.84% ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ 0.19%

ตราสารทุน 22.62% ได้แก่ ตราสารทุนโลกตลาดพัฒนาแล้ว 12.46% ตราสารทุนไทย 5.89% ตราสารทุนโลกตลาดเกิดใหม่ 4.27% และสินทรัพย์ทางเลือก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน 4.83% อสังหาริมทรัพย์โลก 4.47% อสังหาริมทรัพย์ไทย 4.30% นิติบุคคลเอกชนโลก 4.09% Absolute Return Funds 2.03% นิติบุคคลเอกชนไทยและในภูมิภาค 0.72% ทองคำ 0.17% สินค้าโภคภัณฑ์ 0.01%

“สินทรัพย์ทุกตัวมีการตั้งเป้าผลตอบแทนในแต่ละตัวไม่เท่ากัน แต่ทุกตัวรวมกันต้องเอาชนะเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2% ให้ได้ ซึ่งอาจจะมีขาดทุนและกำไรได้ โดยพอร์ตของ กบข.ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาโดยเฉลี่ยยังทำกำไรได้”

นายทรงพลกล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา กบข.ได้ปรับสัดส่วนการลงทุนให้กับสมาชิกที่สนใจลงทุนในทองคำ จากเดิมที่ลงทุนได้ไม่เกิน 15% ของพอร์ต สามารถลงทุนได้ไม่เกิน 25% ซึ่งสมาชิกที่เพิ่มสัดส่วนสามารถรับผลตอบแทนได้สูงถึง 25% และปีนี้ตั้งแต่ต้นปี (YTD) รับผลตอบแทน 20%

“กบข.เล็งเห็นถึงสถานการณ์ที่ไม่ปกติ จึงปรับพอร์ตลงทุน Tactical Asset Allocation หรือ TAA เพื่อลดความเสี่ยง โดยมีการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในทองคำไป 6% อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความขัดแย้งด้านสงครามมีการผ่อนคลายลง ก็อาจจะมีการลดสัดส่วนการลงทุนในทองคำลงได้เช่นกัน”

นอกจากนี้ในแต่ละเดือน หากเกิดเหตุการณ์ที่สหรัฐเปลี่ยนนโยบายกะทันหัน พอร์ตการลงทุนก็จะมีการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ตลาดโลก ซึ่งในปีที่ผ่านมา กบข.ปรับพอร์ตการลงทุน TAA เพื่อลดความเสี่ยงไปทั้งหมด 3 ครั้ง ขณะที่ปีนี้ตั้งแต่ต้นปีจากความผันผวนที่เกิดขึ้น กบข.ได้ปรับแผนลงทุนแล้ว 3 ครั้งเช่นกัน ซึ่งจนถึงปลายปียังตอบไม่ได้ว่าจะต้องปรับอีกกี่ครั้ง เพราะต้องติดตามความชัดเจนของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่มีผลกระทบ แต่ในทางปฏิบัติควรที่จะปรับให้น้อยที่สุด

ขณะที่แผน Asset Allocation หรือ SAA เป็นแผนระยะยาว 3-5 ปี โดยในปีนี้ช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. ปีนี้จะมีแผน SAA ใหม่ ซึ่งจะมีการกำหนดกลุ่มสินทรัพย์ใหม่เช่นกัน

“เราไม่รู้ว่าจากนี้ไปถึงสิ้นปีจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่เราก็ปิดความเสี่ยงโดยการเพิ่มสินทรัพย์บางประเภทมากขึ้น และมองว่าโอกาสที่สินทรัพย์บางประเภทจะได้ผลตอบแทนสูงขึ้น หรือกลับมาทำผลตอบแทนเป็นบวกยังมีอยู่ โดยการจัดสรรการลงทุนปัจจุบันมั่นใจว่าจะมีความทนทานเพียงพอกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว”

ทั้งนี้ ปัจจุบัน กบข.ตั้งเป้าหมายว่าหากข้าราชการเกษียณอายุแล้ว อยากให้มีเงินเพียงพอในการใช้ชีวิตหลังจากเกษียณ จะต้องชนะเงินเฟ้อเฉลี่ยประเทศไทย 10 ปี และบวกอีก 2% รวมถึงพยายามสร้างผลตอบแทนในส่วนของสมาชิกให้สูงกว่าปี 2567 ที่ทำได้สูงถึง 4.12% ภายใต้ความเสี่ยงด้านการลงทุนที่ปีนี้มีมากกว่าปีที่ผ่านมาค่อนข้างมาก ขณะที่สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ปัจจุบันอยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท

นายทรงพลกล่าวว่า พอร์ตการลงทุนหุ้นไทยได้มีการปรับเพิ่มสัดส่วนลงทุนจากสิ้นปี 2567 ที่ระดับ 3% เป็น 5.89% กลยุทธ์ลงทุนหลักคือ เน้นลงทุนแบบรายตัวที่มีพื้นฐานดี มีการจ่ายเงินปันผลสูง มีแนวโน้มเติบโตดี พร้อมกับหุ้นกลุ่มเป้าหมายที่ให้ปันผลสูง คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ แม้ดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลง มองเป็นผลดีต่อธนาคารในการช่วยลดภาระผู้ประกอบการได้ดีขึ้น รวมถึงหุ้นกลุ่มสื่อสารที่ให้ปันผลสูง

“พอร์ตหุ้นไทยของ กบข.แบ่งวงเงินเป็น 2 ส่วน โดยวงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท กบข.บริหารเอง โดยใช้กลยุทธ์เน้นลงทุนใน SET 50 Free Float (SET50FF) แทนการลงทุนแบบเดิม สามารถสร้างผลตอบแทนต้นปีได้สูงกว่า 4% ส่วนวงเงินอีก 6,000 ล้านบาท ให้ 3 บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) เป็นผู้บริหาร ได้แก่ บลจ.ทิสโก้, บลจ.กรุงศรี และ บลจ.วรรณ รายละ 2,000 ล้านบาท”

เลขาธิการ กบข.กล่าวด้วยว่า ในอนาคต กบข.มีความสนใจที่จะลงทุน Senior Housing ผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ โดยสินทรัพย์ดังกล่าวสามารถสร้างผลตอบแทนสูงถึง 8-12% ต่อปี ขณะปัจจุบันอยู่ระหว่างแก้กฎหมายและขั้นตอนอื่น ๆ อีกหลายขั้นตอน โดยศึกษาลงทุนในหลายประเทศ เช่น จีน ออสเตรเลีย ยุโรป เป็นต้น

“มั่นใจว่าสามารถลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าวได้ภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในการสร้างผลตอบแทน และช่วยกระจายความเสี่ยงได้อย่างดี เราจะเริ่มลงทุน Senior Housing ในประเทศที่ลงทุนอยู่แล้วและมีผลตอบแทนที่เป็นกำไรก่อน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กบข.เพิ่มน้ำหนักลงทุนทองคำ ลดความเสี่ยงทรัมป์-ลุย Senior Housing

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...