โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ตร.เชื่อ 3 ศพพ่อแม่ลูก ถูกฆ่าอำพราง เจอหัวกระสุนในรถ สลดศพแม่นั่งกอดลูก 7 ขวบอยู่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 ก.พ. 2568 เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2568 เวลา 09.44 น.

ตร.เชื่อ 3 ศพพ่อแม่ลูก ซุกกระบะคลุมผ้า ถูกฆ่าอำพราง เจอหัวกระสุนในรถ 1 นัด สลดศพแม่นั่งกอดลูก 7 ขวบอยู่

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบรถกระบะถูกคลุมผ้าขาว ส่งกลิ่นเหม็น จอดอยู่ภายในบ้านร้างริมถนนพหลโยธิน (ขาขึ้น) พื้นที่หมู่ 10 ต.คลองขลุง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรจุดคลองขลุง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านร้าง ห่างจากถนนประมาณ 25 เมตร ภายในพื้นที่ดังกล่าวมีบ้าน 2 หลัง เป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง 1 หลัง และบ้านปูนชั้นเดียว 1 หลัง บริเวณด้านหน้าบ้านปูนชั้นเดียว พบรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุดีแมคซ์ สีขาว ป้ายทะเบียนกำแพงเพชร จอดคลุมผ้าขาว ส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง มีแมลงวันตอม

เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานกำแพงเพชรได้เข้าตรวจสอบภายในรถบริเวณที่นั่งข้างคนขับพบศพแม่กับลูก โดยผู้เป็นแม่นั่งกอดศพลูกอยู่ บริเวณเบาะหลังคนขับพบศพของผู้เป็นพ่ออยู่ในลักษณะนอนเหยียดยาว โดยทั้ง 3 ศพ มีสภาพเน่าเปื่อยและเริ่มแห้ง

เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนนำร่างทั้ง 3 ศพออกมา โดยนำศพของลูก ซึ่งเป็นผู้ชายออกมาก่อน จากนั้นเป็นศพแม่ และศพผู้เป็นพ่อ เพื่อทำการเก็บหลักฐานทั้งหมด ก่อนจะส่งพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งเบื้องต้นพบหัวกระสุนปืนไม่ทราบขนาดตกอยู่ภายในรถ 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้ตรวจสอบ

ทราบต่อมาว่าทั้ง 3 ศพคือ นายวงศกร อายุ 37 ปี, น.ส.นัทกานต์ อายุ 35 ปี และ ด.ช.นัทกร หรือ น้องซันเดย์ อายุ 7 ขวบ เป็นพ่อแม่ลูกครอบครัวเดียวกัน โดยครอบครัวนี้ประกอบธุรกิจส่วนตัวขายเสื้อผ้า ให้เช่าเครื่องเสียง เครื่องไฟตามงาน และปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยทั้ง 3 คนหายตัวไปเมื่อวันที่ 12 ม.ค.68 ที่ผ่านมา ซึ่งครอบครัวและญาติไม่สามารถติดต่อได้ จึงประกาศตามหาทางโซเชียลมาตลอด พร้อมแจ้งบุคคลสูญหายไว้ที่ สภ.คลองขลุง

จากการสอบถามผู้พบศพคือนายโอภาส อายุ 29 ปี เล่าว่า เมื่อช่วงเวลา 11.00 น. มาดักหนูบริเวณดังกล่าวแล้วได้กลิ่นเหม็นเน่าจึงเดินเข้าไปดู พบรถกระบะจอดคลุมผ้าทิ้งไว้ จึงแง้มผ้าคลุมดูป้ายทะเบียนรถก็จำได้ว่าเป็นรถคันเดียวกันกับที่ประกาศตามหาพร้อมคนที่หายไป ตนจึงได้กลับไปที่บ้านและโทรหาครอบครัวผู้เสียชีวิตให้มาตรวจสอบ ซึ่งญาติผู้เสียชีวิตยืนยันว่าเป็นบุคคลและรถที่หายไปจริง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ

นางสำเนา อายุ 59 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว เล่าว่า บ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่มานานนับ 10 ปีแล้ว ซึ่งเป็นบ้านของลูกชายตน เหตุที่ไม่มีคนอยู่เพราะมีน้ำท่วมเป็นประจำจึงต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่น หลังปีใหม่ตนก็ยังเข้ามาดูบ้านอยู่ แต่ไม่พบรถกระบะคันดังกล่าว จากนั้นก็ไม่ได้เข้ามาอีกเลย กระทั่งมีคนโทรบอกว่าพบศพและรถกระบะ

ขณะที่นายสุพัฒน์ อายุ 42 ปี ลูกพี่ลูกน้องของคนตาย เล่าว่า ผู้ตายประกอบอาชีพขายเสื้อผ้าและให้เช่าเครื่องไฟ เครื่องเสียงตามงานต่างๆ และยังปล่อยเงินกู้นอกระบบ รวมทั้งมีการตั้งวงแชร์ร่วมกับผู้อื่นด้วย หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. โดยได้ประกาศตามหาและเข้าแจ้งความกับตำรวจ จนวันนี้มาพบรถกระบะและศพอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งตนก็ได้พยายามไล่กล้องวงจรปิดหาเบาะแสแต่ก็ยังไม่พบ ซึ่งก็มีบางคนเห็นว่ามีการออนไลน์ Facebook และโทรติด แต่ไม่มีใครรับ ซึ่งมีปัญหากับใครหรือไม่นั้นตนไม่ทราบเลย จนมีคนดักหนูมาเจอรถ จึงรีบมาดู

ขณะที่ พล.ต.ต.โอภาส คงเมือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอนก จันทร์ศร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร พ.ต.อ.นเรศ พูลหน่าย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร และ พ.ต.อ.รัฐศรัณย์ เกตุสิงห์สร้อย ผู้กำกับ สภ.คลองขลุง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และกำลังประชุมที่ สภ.คลองขลุง เพื่อติดตามสืบหาเบาะแสทางคดี โดยเบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นการฆ่าอำพรางศพ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตร.เชื่อ 3 ศพพ่อแม่ลูก ถูกฆ่าอำพราง เจอหัวกระสุนในรถ สลดศพแม่นั่งกอดลูก 7 ขวบอยู่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...