โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Krungthai COMPASS คาด กบง.ลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 1.5%

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 พ.ค. 2568 เวลา 03.52 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 03.52 น. • The Bangkok Insight

กนง. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.75% จากผลกระทบจาก tariff คาดว่าส่งผลเศรษฐกิจขยายตัวต่ำลง อีกทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มต่ำกว่าคาด ขณะที่ภาวะการเงินที่ยังตึงตัว

กนง. มีมติให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 1.75% ต่อปี ในการประชุมครั้งที่ 2/2568 ลดลงต่อเนื่องจากการประชุมครั้งก่อน โดยมีสาระสำคัญดังนี้

ลดอัตราดอกเบี้ย

ความเสี่ยงด้านต่ำของเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย จากสถานการณ์นโยบายการค้าสหรัฐ และการตอบโต้ของประเทศเศรษฐกิจหลัก นำไปสู่การปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจ การเงิน และการค้าโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปัจจุบันยังอยู่ในระยะเริ่มต้นที่ความไม่แน่นอนสูงมาก

ประกอบกับเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ชะลอตัวกว่าที่คาด จากนักท่องเที่ยวจีนเป็นสำคัญ ขณะที่การส่งออกและการบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง มองไปข้างหน้า นโยบายการค้าโลกจะเริ่มส่งผลกระทบชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เป็นต้นไป

กนง. วิเคราะห์ผลกระทบภายใต้ 2 scenario

  • Reference Scenario (Lower Tariffs): การเจรจายืดเยื้อและล่าช้า โดยสหรัฐ มีการผ่อนผัน Reciprocal Tariff ให้กับคู่ค้าเป็นระยะ รวมถึงผ่อนผันอัตราภาษีให้กับจีนตั้งแต่ Q3/2568 เศรษฐกิจไทยปี 2025 อาจขยายตัว 2%%
  • Alternative Scenario (Higher Tariffs): สถานการณ์ที่ทุกประเทศเจรจาลดภาษีได้ครึ่งหนึ่งของ Reciprocal Tariff ตั้งแต่ Q3/2568 และเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มเข้าสู่ Technical Recession ในปีนี้ เศรษฐกิจไทยปี 2568 อาจขยายตัวเพียง 1.3%

ภาวะการเงินของไทยยังคงมีความตึงตัว สะท้อนจากสินเชื่อที่ยังหดตัวแม้จะมีสัญญาณ การทรงตัวโดยข้อมูล ณ กุมภาพันธ์ 2568 สินเชื่อรวม (ไม่รวมภาครัฐ) หดตัว 0.5% โดย SMEs สินเชื่อยังตงหดตัวที่ 3.0% ด้านคุณภาพสินเชื่อธุรกิจทรงตัว สะท้อนภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังอ่อนแรง

นอกจากนี้ กนง. แสดงความกังวลถึงความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้น จากการที่นโยบายการค้าโลกสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อฐานะการเงินของภาคธุรกิจและครัวเรือน โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อมจาก Tariff ของสหรัฐที่จะปรับสูงขึ้นมากหากการเจรจาการค้าของไทยไม่บรรลุผล

ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไป กนง. ประเมินว่า มีแนวโน้มต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมาย จากปัจจัยด้านอุปทานโดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีแนวโน้มลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก รวมถึงมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐเป็นสำคัญ โดยราคาน้ำมันดูไบปรับลดลงจากประมาณการรอบก่อน โดยในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 71 USD/bbl ใน Reference Scenario และ 68 USD/bbl ใน Alternative Scenario

ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มทรงตัว และเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย อย่างไรก็ดี กนง. ประเมินว่านโยบายกีดกันทางการค้าและการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่การผลิตโลกอาจส่งผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า

Krungthai COMPASS คาด กนง. อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมสู่ระดับ 1.50% จากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบรุนแรงจากนโยบายการค้าสหรัฐ โดยมองว่าช่วงเวลาของการตัดสินนโยบายครั้งต่อไป กนง. จะพิจารณาจากพัฒนาการของการเจรจาการค้ากับสหรัฐ หลังพ้นกรอบระยะเวลายกเว้นการเก็บภาษี 90 วัน และพัฒนาการของเศรษฐกิจไทย เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดจาก policy space ที่มีจำกัด

ในการประชุมครั้งต่อไปช่วงปลายเดือนมิถุนายน หาก กนง. ตัดสินใจลดดอกเบี้ยอีกครั้ง จะเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง 3 การประชุมเช่นเดียวกับช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงินโลก 2551 ( GFC ) และโควิด-19

ในระยะข้างหน้า ต้องติดตามช่วงเวลาและขนาดของการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ของ กนง. ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาท หลังแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยไทยมีทิศทางต่ำลง

ขณะที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐ (Fed) ยังไม่ความไม่แน่นอนจากผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าที่อาจส่งผลให้เงินเฟ้อสหรัฐ ปรับสูงขึ้นอีกครั้ง โดยเงินบาทในช่วงนับตั้งแต่การเลือกตั้ง ปธน. สหรัฐ ในเดือน พฤศจิกายน 2567 มีทิศทางแข็งค่าสูงกว่าประเทศในภูมิภาค โดยเป็นรองเพียงญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์

บทวิเคราะห์โดย: กฤษฏิ์ ศรีปราชญ์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...