BKA มั่นใจปี 69 ผลงานโตก้าวกระโดด จากปีนี้รายได้โต 15-20% ลุยซื้อ NPA จาก AMC เก็บเข้าพอร์ต
BKA มั่นใจปี 69 ผลงานโตก้าวกระโดด จากปีนี้รายได้โต 15-20% ลุยซื้อ NPA จาก AMC เก็บเข้าพอร์ต
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 เม.ย. 68 12:17 น.
BKA มั่นใจปีหน้าผลงานโตก้าวกระโดด จากปีนี้วางเป้ารายได้โต 15-20% เตรียมขยายพอร์ตบ้านมือสองจาก AMC ที่มีทรัพย์ NPA จำนวนมาก ชี้หลังแผ่นดินไหว ลูกค้าสนใจอสังหาฯ แนวราบมากขึ้น - มีแผนปรับพอร์ตสู่บ้านระดับราคาที่สูงขึ้น พร้อมพอใจราคาหุ้นเปิดเทรดวันแรกเหนือจอง เหตุลูกค้าเชื่อมั่นธุรกิจ
นายพชร ธนวงศ์เกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BKA เปิดเผยว่า ปี 68 บริษัทวางเป้ารายได้โตไม่ต่ำกว่า 15-20% หลังได้เงินระดมทุนจะนำเงินขยายธุรกิจ ทำให้แนวโน้มผลประกอบการปี 69 จะเติบโตก้าวกระโดด จากเดิมที่รายได้เติบโตปีละ 15-20% โดยมีเป้าหมายจะซื้อทรัพย์สินรอการขาย (NPA) มาปรับปรุง เชื่อว่าจะทำให้ยอดขายบ้านได้เพิ่มอีก 70-80 หลัง สร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เพราะรูปแบบธุรกิจบ้านแต่งยังไปได้ แม้กำลังซื้อจะชะลอ โดยเน้นบ้านเดี่ยวราคา 5-10 ล้านบาท กลุ่มลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบจากการปฏิเสธสินเชื่อของธนาคาร เป็นกลุ่มลูกค้าที่ยังไปได้
นอกจากนี้อัตราการทำกำไรคาดว่าเพิ่มขึ้นจากการเข้าให้บริการธุรกิจบ้านแต่ง ซึ่งธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC) ต่างๆ ที่จะมี NPA อยู่ในระบบจำนวนมาก เชื่อว่าเราสามารถเข้าไปช่วยให้บริการตรงนี้ได้อีกมาก จากเดิมที่ให้บริการรายย่อย ซึ่งเชื่อว่าการให้บริการเป็นล็อตๆ จากทรัพย์ NPA ของ AMC จะให้มาร์จิ้นได้ดีกว่ารายย่อย บริษัทยังมีโอกาสการเติบโตอีก
"ส่วนในอนาคตจะขยับเป็นบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปหรือไม่นั้น มองว่าปีนี้บ้านราคา 5-7 ล้านบาท ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการรัฐ ที่ลดค่าธรรมเนียนการโอน และจดจำนอง จึงยังโฟกัสที่บ้านระดับราคานี้ แต่หากหมดมาตรการรัฐ อาจจะขยับเป็นบ้าน 10 ล้านบาทขึ้นไป"
เงินระดมทุนที่ได้ 80% ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนอีก 20% ใช้พัฒนาธุรกิจ Property Technology สร้าง Platform ใหม่ เพื่อเป็นตัวกลางในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ โดยจะมีการบริการที่หลากหลาย แนะนำทางเลือกการซื้อบ้านที่ดีด้วยระบบ AI ช่วยลดค่าใช้จ่ายการตลาด
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/68 ดีกว่าไตรมาส 1/67 มองหลังเกิดแผ่นดินไหว ลูกค้าจะสนใจอสังหาริมทรัพย์แนวราบมากขึ้น
สำหรับการเปิดซื้อขายหุ้น BKA วันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ราคาเปิดที่ 2.40 บาท เพิ่มขึ้น 33.33% จากราคาไอพีโอที่ 1.80 บาท ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากปัจจัยภายนอกไม่รุนแรง ขณะที่ราคาขายหุ้นไอพีโอไม่ได้แพง ราคาที่มีส่วนลด ( Discount) อีกทั้งส่วนหนึ่งนักลงทุนเข้าใจธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ เป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นบวกได้
โดยธุรกิจบริการรับฝากขายบ้านมือสองพร้อมกับการปรับปรุงก่อนขาย ธุรกิจบ้านแต่ง หรือ Flipping) เป็นธุรกิจที่มีมาร์จิ้นค่อนข้างดี เพราะบริษัทลงทุนค่าซ่อม วางจองเงินประกัน แต่เงินส่วนต่างจากการขายบ้านถือเป็นรายได้ เป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ลงทุนต่ำ คือลงทุนไม่นานราว 6-8 เดือน แต่ให้ผลตอบแทนสูง เป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่นักลงทุนสนใจ
รายงาน โดย จำเนียร พรทวีทรัพย์ เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ