5 จุดเช็กลิสต์สำคัญ...รู้ทัน “สุขภาพการเงิน” ประจำปี !!!
Wealth EZ: หลายคนอาจสังเกตว่าทุกครั้งที่เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี หมอมักจะเริ่มต้นด้วยการวัดความดัน ชั่งน้ำหนัก ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และค่าไขมันต่างๆ เพื่อประเมินสภาวะสุขภาพโดยรวม การดูแล “สุขภาพทางการเงิน” ก็เช่นกัน จำเป็นต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนเพื่อบอกได้ว่า ณ วันนี้ มีสถานะทางการเงินเป็นอย่างไร กำลังเดินไปถูกทางหรือไม่
ซึ่ง “การวางแผนการเงิน” ที่ดีก็ต้องเริ่มต้นจากการทำความรู้จักกับงบดุลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นเสมือนแผนที่ทางการเงินที่จะช่วยให้เห็นภาพรวมชีวิตการเงินของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น ดังนั้น การจะวางแผนการเงินให้ประสบความสำเร็จ ก็ต้องเริ่มจากการรู้จักตัวเลขสำคัญในชีวิตก่อน ตัวเลขเหล่านี้จะเป็นเหมือนเข็มทิศที่คอยชี้นำทางให้ไปถึงเป้าหมายทางการเงินที่ฝันไว้ได้
1.สินทรัพย์ เป็นทรัพย์สินมีค่าที่เราครอบครอง เช่น เงินสดและเงินฝากธนาคาร เงินลงทุนในกองทุนรวม หุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์สินมีค่าต่าง ๆ
2.หนี้สิน เป็นภาระผูกพันทางการเงิน เช่น หนี้บัตรเครดิต เงินกู้ธนาคาร ผ่อนบ้าน รถ
3.ความมั่งคั่งสุทธิ คือ มูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดที่เรามีเหลืออยู่ หลังจากหักหนี้สินที่มีทั้งหมดแล้ว
“จากตัวเลขพื้นฐานที่ได้รู้จักกันไปข้างต้น เปรียบเสมือนผลตรวจสุขภาพที่บ่งบอกสถานะร่างกายของตัวเอง ตัวเลขทางการเงินเหล่านี้ก็เป็นเหมือนกระจกสะท้อนให้เห็นว่า ‘สุขภาพการเงิน’ เป็นอย่างไร มีจุดแข็งตรงไหน หรือมีความเสี่ยงที่ต้องระวังหรือไม่ เมื่อรู้จุดยืนของตัวเองชัดเจนแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะมาดูแลและเสริมสร้างความแข็งแรงทางการเงินด้วยการตรวจเช็ก 5จุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งจะช่วยให้สามารถวางแผนและปรับกลยุทธ์ทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”
เช็กลิสต์ที่ 1 สำรวจ “เป้าหมาย” และ “สถานะการเงิน” จุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จ
การเดินทางที่ไม่มีจุดหมายปลายทาง มักจะทำให้หลงทางหรือวนเวียนอยู่กับที่ “การวางแผนการเงิน” ก็เช่นกัน การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้มีทิศทางและแรงผลักดันในการเดินหน้าสู่ความสำเร็จ ลองนึกภาพว่าชีวิตการเงินเป็นเหมือนการเดินทางที่มีจุดแวะพักหลายระยะ
โดยเริ่มจาก “เป้าหมายระยะสั้น” 1 - 3ปีแรก ที่เปรียบเสมือนด่านแรกที่ต้องผ่านไปให้ได้ เช่น การสร้างเงินสำรองฉุกเฉินให้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 3 - 6เดือน หรือการวางแผนผ่อนชำระหนี้ให้หมดไป ถัดมาเป็น “เป้าหมายระยะกลาง” 3 - 7ปี ที่อาจเป็นความฝันที่ใหญ่ขึ้น เช่น การเก็บเงินดาวน์บ้านหลังแรก การวางแผนค่าเล่าเรียนลูก หรือการขยายธุรกิจ ซึ่งต้องใช้เวลาและความทุ่มเทมากขึ้น
สุดท้าย คือ “เป้าหมายระยะยาว” 7ปีขึ้นไป ที่เปรียบเสมือนปลายทางสำคัญของชีวิต เช่น การเกษียณอย่างมีความสุข การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น หรือการสร้างมรดกให้ลูกหลาน
“สิ่งสำคัญคือ ต้องหมั่นทบทวนและประเมินว่ากำลังเดินทางไปถูกทางหรือไม่ เหมือนการใช้ GPS ที่คอยบอกว่ายังอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องหรือต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางใหม่ เพราะบางครั้งสถานการณ์ชีวิตอาจเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ต้องปรับแผนหรือเปลี่ยนเป้าหมายให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง”
เช็กลิสต์ที่ 2 ตรวจสอบ “พอร์ตการลงทุน” ปรับแต่งเครื่องยนต์สู่ “ความมั่งคั่ง”
เปรียบเสมือนรถยนต์ที่ต้องได้รับการดูแลและตรวจเช็กสภาพอย่างสม่ำเสมอ “พอร์ตลงทุน” ก็เช่นกัน ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างต่อเนื่อง เพราะนี่คือเครื่องจักรสำคัญที่จะขับเคลื่อนความมั่งคั่งไปสู่เป้าหมายทางการเงิน
ขั้นแรก ต้อง “ตรวจสอบ” ว่าเครื่องยนต์ทางการเงินกำลังทำงานได้ตามที่คาดหวังไว้หรือไม่ โดยเปรียบเทียบผลตอบแทนที่ได้รับกับเป้าหมายที่วางไว้ จากนั้นมาดู “การกระจายความเสี่ยง” (Asset Allocation) ว่ามีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ อย่างเหมาะสมหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น พันธบัตร กองทุนรวม หรืออสังหาริมทรัพย์
สุดท้าย อย่าลืม “ปรับสมดุลพอร์ต” (Portfolio Rebalancing) เป็นระยะ เหมือนการปรับจูนเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะเมื่อสภาพตลาดเปลี่ยนแปลงไป หรือเมื่อสัดส่วนการลงทุนเบี่ยงเบนไปจากที่วางแผนไว้
เช็กลิสต์ที่ 3 ทบทวน “ความคุ้มครอง” เกราะป้องกันที่ไม่ควรมองข้าม
ในการเดินทางของชีวิต ไม่มีทางรู้ว่าจะเจออะไรข้างหน้าบ้าง เหมือนนักเดินทางที่ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันตัวติดตัวไว้เสมอ การมี “ประกัน” ที่เหมาะสมก็เปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่จะช่วยรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น เริ่มจากการตรวจสอบวงเงินคุ้มครอง ซึ่งต้องสอดคล้องกับภาระทางการเงินในปัจจุบัน เช่น ถ้ามีภาระหนี้สิน หรือมีคนในครอบครัวที่ต้องดูแล วงเงินคุ้มครองชีวิตควรมีมากพอที่จะรองรับภาระเหล่านี้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
“ต่อมา พิจารณาความครอบคลุมของแผนประกันว่าตอบโจทย์ความต้องการในแต่ละช่วงชีวิตหรือไม่ บางคนอาจต้องการเน้นการคุ้มครองสุขภาพ บางคนอาจต้องการเน้นการออมควบคู่ไปด้วย ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์และความจำเป็น”
สุดท้าย อย่าลืมเปรียบเทียบ “ค่าเบี้ยประกัน” กับ “ผลประโยชน์” ที่ได้รับ เหมือนการชั่งน้ำหนักระหว่างต้นทุนและความคุ้มค่า เพราะการจ่ายเบี้ยประกันที่สูงเกินไปอาจกระทบต่อเป้าหมายทางการเงินอื่นๆ ได้ แต่การมีความคุ้มครองที่น้อยเกินไปก็อาจไม่เพียงพอเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
เช็กลิสต์ที่ 4 “วางแผนภาษี” ศิลปะแห่งการประหยัดที่ต้องเข้าใจ
หลายคนมองว่าการเสียภาษีเป็นเรื่องน่าปวดหัว แต่จริงๆ แล้ว “การวางแผนภาษี” ที่ดีเปรียบเสมือนรางวัลที่ภาครัฐมอบให้ผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษีในรูปแบบต่างๆ ที่จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เริ่มต้นด้วยการสำรวจสิทธิลดหย่อนภาษีที่มีอยู่ เหมือนการเดินในห้างสรรพสินค้าที่มีส่วนลดมากมาย แต่ต้องรู้ว่าส่วนลดไหนเหมาะกับตัวเอง ช่น ค่าลดหย่อนประกันชีวิต ประกันสุขภาพ เงินสะสมประกันสังคม หรือดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน
“สำหรับผู้ที่มองหาการลงทุนระยะยาว การลงทุนในกองทุน RMF หรือ ThaiESG นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว ยังเป็นการสร้างวินัยการออมไปในตัว นอกเหนือจากนี้ สำหรับผู้ที่อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม การบริจาคให้องค์กรการกุศลที่ได้รับการรับรอง นอกจากจะได้บุญแล้ว ยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย เรียกได้ว่าได้ประโยชน์ทั้งสองทาง”
เช็กลิสต์ที่ 5 “แผนเกษียณ” การเตรียมพร้อมสู่ “อิสรภาพทางการเงิน”
ลองนึกภาพวันที่เราไม่ต้องตื่นเช้าไปทำงาน มีเวลาทำในสิ่งที่รัก เดินทางท่องเที่ยวได้ตามใจปรารถนา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอง นี่คือภาพฝันของวัยเกษียณที่หลายคนปรารถนา แต่จะทำอย่างไรให้ความฝันนี้เป็นจริงได้
ก้าวแรก คือ การคำนวณจำนวนเงินที่ต้องการในวัยเกษียณ โดยพิจารณาจากรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต้องการ ค่าใช้จ่ายประจำ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลที่อาจเพิ่มขึ้นในวัยเกษียณ จากนั้นมาสำรวจแหล่งรายได้ที่จะมีหลังเกษียณ เช่น เงินบำเหน็จบำนาญ เงินประกันสังคม ผลตอบแทนจากการลงทุน หรือรายได้จากธุรกิจ เพื่อดูว่าเพียงพอกับความต้องการหรือไม่
สุดท้าย “วางแผนการออมและการลงทุน” อย่างเป็นระบบ เริ่มต้นเร็วยิ่งดี เพราะยิ่งมีเวลาสะสมมากเท่าไร โอกาสที่เงินจะงอกเงยผ่านดอกเบี้ยทบต้นก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เลือกเครื่องมือการลงทุนที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมเพื่อการเกษียณ พันธบัตร หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ประจำ
เคล็ดลับสู่ความสำเร็จในการดูแล “สุขภาพการเงิน”
การเดินทางสู่ “ความมั่นคงทางการเงิน” เปรียบเหมือนการออกกำลังกายที่ต้องอาศัยวินัยและความสม่ำเสมอ เพื่อให้การตรวจสอบ “สุขภาพการเงิน” เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เริ่มจากการกำหนดวันสำคัญในการตรวจสอบให้แน่นอน อาจเป็นวันเกิด วันขึ้นปีใหม่ หรือวันครบรอบการทำงาน เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ในยุคดิจิทัลเช่นนี้สามารถใช้แอปพลิเคชันต่างๆ มาช่วยติดตามค่าใช้จ่ายและการลงทุน ทำให้การจัดการการเงินง่ายขึ้นมาก
“เมื่อเจอประเด็นที่ซับซ้อนหรือต้องการมุมมองที่หลากหลาย อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะบางครั้งมุมมองจากมืออาชีพอาจช่วยให้เห็นโอกาสหรือความเสี่ยงที่มองข้ามไป และสิ่งสำคัญที่สุด คือ การดูแลสุขภาพการเงินต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ชีวิตที่เปลี่ยนไป”
การดูแล “สุขภาพการเงิน” ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของใคร เพียงแค่ให้ความสำคัญและใส่ใจอย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์ที่ได้จะเกินคุ้มกับความพยายามที่ทุ่มเทไป เพราะนี่คือการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของตัวเราเองและครอบครัว
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand และ www.tfpa.or.th