โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

นั่งรถไฟหัวจักรไอน้ำ ย้อนวันวานสไตล์ท่านขุน ท่องกรุงเก่าอโยธยา

EDTguide

อัพเดต 29 เม.ย. 2568 เวลา 11.57 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 08.29 น.

พี่หมื่นหลบไป…ท่าน(โค)ขุนกำลังมา !!!
เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากิจการรถไฟ ครบปีที่ 122 ในวันอังคารที่ 26 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการขบวนรถพิเศษ นำเที่ยวรถจักรไอน้ำ ขบวนที่ 901-902 (กรุงเทพ-อยุธยา-กรุงเทพ) เดินทางไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญ ณ เมืองกรุงเก่าอโยธยา ด้วยเหตุนี้ท่าน(โค)ขุนเยี่ยงข้า จึงจำต้องออกจากพระนคร ไปย้อนวันวานกันเสียหน่อย เพราะในรอบปี เจ้าขบวนรถไฟหัวจักรไอน้ำ จะถูกนำมาให้บริการให้เราได้เห็นหน้าค่าตา เพียง 5 วันเท่านั้น
จุดเริ่มต้นเดินทางของข้าในครานี้ คือ สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือ หากจะพูดให้คุ้นหูก็ หัวลำโพง นั่นแหละ ที่นี่เป็นสถานีรถไฟที่เก่าแก่ที่สุดในไทย สร้างขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 5 โดยก่อสร้างในลักษณะโดมสไตล์อิตาเลียนผสมกับศิลปะแบบเรอเนสซองซ์ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับสถานีรถไฟแฟรงก์เฟิร์ตในประเทศเยอรมนี การประดับหลัก ประดับด้วยหินอ่อนและเพดานมีการสลักลายนูนต่างๆ มีนาฬิกาขนาดใหญ่ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 160 เซนติเมตร ตั้งอยู่กลางสถานีรถไฟเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่น
ณ ชานชาลาที่ 5 ข้าอยากจะขอแนะนำให้เจ้าทั้งหลายรู้จักกับ รถจักรไอน้ำ ที่จะพาเราไปเยือนกรุงเก่ากันเสียก่อน หัวรถไฟขบวนนี้เป็นรถจักรไอน้ำแบบแปซิฟิค รุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการสั่งรถจักรไอน้ำเข้ามาใช้งานในเมืองไทยครั้งสุดท้ายด้วย รถจักรไอน้ำรุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นมาจำนวน 30 คัน (หมายเลข 821-850) ระหว่างปี พ.ศ. 2492-2493 โดยสมาคมอุตสาหกรรมรถไฟแห่งประเทศญี่ปุ่น มีการจัดวางล้อแบบ 4-6-2 คือ มี ล้อนำ 4 ล้อ, ล้อกำลัง 6 ล้อ และล้อตาม 2 ล้อ ใช้สำหรับลากจูงขบวนที่มีความเร็วสูงและมีน้ำหนักน้อย
คงจะพอรู้เรื่องของ รถจักรไอน้ำ กันบ้างแล้วใช่หรือไม่? บัดนี้ก็ได้เพลาเคลื่อนขบวนกันแล้ว ระหว่างทางเราก็จะได้ซึมซับบรรยากาศของรถไฟไทยโดยแท้ทั้งการตรวจตั๋วจากเจ้าหน้าที่ ภาพพ่อค้าหิ้วกระติกมาเร่ขายน้ำดื่ม และวิวข้างทางชวนให้เพลิดเพลินตลอด 2 ชั่วโมงจนถึงอยุธยา
จากสถานีรถไฟอยุธยา เราจะต้องเปลี่ยนพาหนะเป็น รถหัวกบ อีกหนึ่งสัญลักษณ์ในตำนานของกรุงเก่าแห่งนี้ เพื่อต่อไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ ตามโปรแกรม โดยจุดแรกที่ข้าย่างก้าวเข้ามาเยือนนั่นก็คือ ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา (ศาลากลางจังหวัดอยุธาหลังเก่า) ที่นี่เป็นศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ ปูพื้นความเป็นมาของกรุงศรีอยุธยาราชธานีแห่งที่ 2 ของสยามประเทศ
จากนั้นก็มาต่อกันที่ วัดมหาธาตุ วัดที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุใต้ฐานองค์ปรางค์ประธาน ซึ่งวัดนี้มีจุดไฮไลท์ห้ามพลาดก็คือ การเยี่ยมชมเศียรพระพุทธรูปในรากต้นโพธิ์ 1 ในที่สุดของมรดกโลก 936 แห่ง ทั่วโลก การันตีรางวัลโดยยูเนสโก้
นอกจากนี้ยังมีเจดีย์แปดเหลี่ยม รูปทรงแปลกตา ซึ่งทั่วทั้งอยุธยาสามารถหาชมได้ที่นี่เพียงองค์เดียวเท่านั้น
เยี่ยมชม วัดมหาธาตุ จนทั่ว ก็แวะกินมื้อกลางวันเติมพลัง ก่อนมุ่งหน้าสู่ วัดหน้าพระเมรุ ซึ่งเป็นวัดเดียวในอยุธยาที่ในอดีตไม่ถูกเผาทำลายจากพม่า เนื่องจากเป็นที่ตั้งค่ายของกองทัพพม่า ภายในอุโบสถของวัดเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปทรงเครื่องจักรพรรดิ หรือ พระพุทธนิมิตรวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ ที่มีความงดงามเป็นอย่างมาก
ในขณะที่ในวิหารก็ประดิษฐาน พระคันธารราฐ หรือ พระพุทธรูปศิลาทรายเขียวอายุกว่า 1,500 ปี ซึ่งได้อัญเชิญมาจากวัดมหาธาตุ อยุธยา โดยพระอุบาลีได้อัญเชิญมาจากประเทศลังกาอีกทีหนึ่ง
ปิดท้ายด้วยการมาสักการะ พระพุทธไสยาสน์ หรือ พระนอน องค์ยาวที่สุดในอยุธยา (ความยาว 42 เมตร สูง 8 เมตร) ณ วัดโลกยสุธาราม วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น โดยมีความเชื่อว่าหากใครได้มาสักการะจะได้รับความเมตตามหานิยมเป็นอย่างมาก ก่อนจะย้อนไปยังสถานีรถไฟอยุธยา เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับพระนครโดย รถไฟหัวจักรไอน้ำ เป็นอันเสร็จสิ้นทริปย้อนวันวานในครานี้
สำหรับใครที่อยากเห็นความสวยงามสุดคลาสสิคและสัมผัสความรู้สึกของการนั่งรถไฟหัวจักรไอน้ำสุดเก๋าเฉกเช่นตัวข้าแล้วล่ะก็ สามารถส่งสาส์นไปติดต่อสอบถามรายละเอียดกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เลย
ที่อยู่ : เลขที่ 1 ถนนรองเมือง แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เว็บไซต์ : http://www.railway.co.th
โทร : Call Center 1690

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...