โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อน ‘จปร.5-ตท.6’จาก รสช. ถึง คมช. จับตา ตท.22 ยกแผง ‘คอแดง ตท.28’ ยึด ทบ.

ย้อน ‘จปร.5-ตท.6’จาก รสช. ถึง คมช. จับตา ตท.22 ยกแผง ‘คอแดง ตท.28’ ยึด ทบ.

‘บิ๊กบี้’ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ นั่ง ผบ.ทบ. อีก 1 ปี ‘บิ๊กจ๊อด’พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ว่าที่ ผบ.ทร. คนใหม่ ‘บิ๊กตุ๊ด’พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ว่าที่ ผบ.ทอ. คนใหม่ และ ‘บิ๊กเด่น’พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ว่าที่ ผบ.ตร. คนใหม่ ส่วนตำแหน่ง ผบ.ทหารสูงสุด ยังคงเป็นของรุ่นพี่ ตท.21 ‘บิ๊กแก้ว’พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ซึ่งแผงอำนาจ ตท.21-22 จะเกษียณฯ พร้อมกันหมด ก.ย. 2566

ย้อนไปยุค รปห. 2549 แกนนำรุ่น ตท. 6 นำโดย ‘บิ๊กบัง’พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ‘บิ๊กอุ๊’พล.ร.อ.สถิรพันธ์ เกยานนท์ ผบ.ทร. ‘บิ๊กต๋อย’พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ. ได้ทำการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ โดยมี พล.อ.สนธิ เป็นประธาน คมช. ในขณะนั้น

นอกจากนี้ยังมี ‘บิ๊กโก’พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร. ก็จบ ตท.6 เช่นกัน แต่ ‘บิ๊กต๋อย’พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผบ.ทหารสูงสุด ไม่ได้จบ ตท.6 แต่จบ ตท.5 ซึ่งทั้ง พล.ต.อ.โกวิท กับ พล.อ.เรืองโรจน์ นั้นอยู่กับฝั่งอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร

ในช่วงเวลาก่อน พล.อ.สนธิ จะแถลงการณ์ยึดอำนาจ ฝั่งอดีตนายกฯทักษิณ ที่ในขณะนั้นอยู่ที่นครนิวยอร์ก ร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ได้อ่านแถลงข่าวทางไกลผ่านช่อง 9 อ่านประกาศภาวะฉุกเฉิน สั่งย้าย พล.อ.สนธิ ผบ.ทบ ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ พล.อ.เรืองโรจน์ ผบ.ทหารสูงสุด เป็นหัวหน้าผู้ปฏิบัติตามประกาศภาวะฉุกเฉิน แต่ยังอ่านแถลงการณ์ไม่จบ ก็ถูกตัดสัญญาณไปก่อน

ในขณะนั้นฝั่ง พล.อ.เรืองโรจน์ ได้เตรียมตั้ง ‘กองบัญชาการต้านปฏิวัติ’ แต่ถูกกำลังจาก คมช. ล้อมไว้ สุดท้ายจึงต้องมาร่วมนั่งร่วมนั่งแถลงการณ์ยึดอำนาจ

ย้อนไปไกลกว่านั้น เมื่อราว 30 ปีก่อน แกนนำ จปร.5 ภายใต้รหัส 0143 ซึ่งเป็น นายร้อย จปร. 05 , นายเรือ 01 และ นายเรืออากาศ 01 โดยเป็น ‘สี่เหล่า-สามทัพ’ ทั้ง ‘บิ๊กสุ’พล.อ.สุจินดา คราประยูร ผบ.ทบ. ‘บิ๊กตุ๋ย’พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี รอง ผบ.ทบ. เพื่อน จปร.5 ซึ่ง พล.อ.อิสระพงศ์ เป็นพี่ชายของ ‘คุณหญิงวรรณี คราประยูร’ ภริยาของ พล.อ.สุจินดา

นอกจากนี้ คือ ‘บิ๊กเต้’พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล ผบ.ทอ. และ พล.ร.อ.ประพัฒน์ กฤษณจันทร์ ผบ.ทร. ได้ทำการัฐประหารรัฐบาล ‘น้าชาติ’พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ โดยเชิญ ‘บิ๊กจ๊อด’พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ผบ.ทหารสูงสุด รุ่นพี่ จปร.1 ขึ้นเป็นหัวหน้า รสช. แต่สุดท้ายก็จบด้วยเหตุการณ์ ‘พฤษภาทมิฬ 2535’ ผ่านมา 14 ปี ได้เกิดรัฐประหาร 2549 ที่จบด้วยเหตุการ ‘พฤษภาเลือด 2553’

สุดท้ายก็เกิด รปห. อีกครั้งในปี 2557 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ยึดอำนาจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก่อนขึ้นเป็นนายกฯ ด้วยตัวเอง ผ่านมาแล้ว 8 ปี ‘ดุลอำนาจ’ ต่างๆ ก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะ ‘โครงสร้างอำนาจ’ ภายในกองทัพ ในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ ใกล้ถึง ‘ทางตัน’ ทางการเมือง ก็ทำให้อำนาจ ‘คุมกองทัพ’ เปลี่ยนไปด้วย

ด้วยรุ่น ตท.22 ที่ห่างจาก พล.อ.ประยุทธ์ ตท.12 ถึง 10 รุ่น ย้อมมี ‘ช่องว่าง’ ต่อกัน แต่สิ่งที่ชัดคือ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ยิ่งใกล้ถึงทางตันทางอำนาจ สถานะที่เหลือเพียง การเป็น ‘รัฐมนตรี’ (รมว.กลาโหม) ไม่ได้เป็น นายกฯ

แม้จะถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวก็ตาม แต่สิ่งเหล่านี้เชื่อได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ย่อมรู้สึกได้ถึง ‘ระยะห่าง’ กับ ผบ.เหล่าทัพ ที่มีมากขึ้น หรือแม้แต่กับ ‘ข้าราชการ’ หรือบรรดา ‘นักการเมือง’ ที่มองว่า พล.อ.ประยุทธ์ ใกล้หมดเวลาในเก้าอี้นายกฯ แล้ว ก็พากัน ‘ตีออกห่าง’ หรือมี ‘ช่องว่าง’ มากขึ้น ทำให้บารมีของ พล.อ.ประยุทธ์ ลดลงด้วย

ที่สำคัญภายในกองทัพ ต้องยอมรับว่า ‘ขั้วอำนาจ 3ป.’ มีอำนาจต่อรองลดลง เห็นได้ชัดจากโผทหารล่าสุด สายบูรพาพยัคฆ์-ทหารเสือฯ ที่แม้ว่าเป็น ‘ทหารคอแดง’ ก็ถูก ’เบียดขับ’ ต้องวัดพลังกันเอง ซึ่งในยุคนี้ถือเป็นยุค ตท.28 ที่กำลังเข้าคุม ทบ. โดย ตท.28 เข้ายึด 3 กองพลหลัก ได้แก่ พล.1 รอ. , พล.ร.2 รอ. และ พล.ร.9 เรียบร้อยแล้ว ได้แก่

‘รองแอ้ม’พ.อ.ณัฐเดช จันทรางศุ (ตท.28) รอง ผบ.พล.1 รอ. ขึ้น ผบ.พล.1 รอ. คุมพื้นที่ภาคกลาง-กรุงเทพฯ

‘บิ๊กกอล์ฟ’พล.ต.สราวุธ ไชยสิทธิ์ (ตท.28) ผบ.มทบ.11 ขึ้นเป็น ผบ.พล.ร.2 คุมชายแดนตะวันออก

‘บิ๊กต๊อบ’พ.อ.วุทธยา จันทมาศ (ตท.28) รองผบ.พล.ร.9 ขึ้นเป็น ผบ.พล.ร.9 คุมชายแดนตะวันตก

อย่างไรก็ตามสายทหารเสือฯ ยังมี ‘บิ๊กต่อ’พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. (ตท.23) ที่เตรียมขึ้นเป็น ผบ.ทบ. คนต่อไป ต.ค. 2566 เกษียณฯ ก.ย. 2567 และยังมี ‘บิ๊กใหญ่’พล.ต.อมฤต บุญสุยา ผบ.พล.ร.2 รอ. (ตท.27) ที่ขึ้นเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 1 ชิงขึ้นแม่ทัพภาคที่ 1 ในปีหน้า แต่ต้องวัดพลังกับ ‘บิ๊กไก่’พล.ต.วรยศ เหลืองรุ่งเรือง ผบ.พล.1 รอ. (ตท.28) ที่ขึ้นเป็น รอง รองแม่ทัพภาคที่ 1 เช่นกัน

(พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. (ตท.23))

อีกชื่อที่ถูกจับตาจะเป็น ผบ.ทบ. ก่อนที่รุ่น ตท.28 จะขึ้นมา คือ ‘บิ๊กปู’พล.ต.พนา แคล้วปลอดทุกข์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.26) ที่ขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 1

โดย พล.ต.พนา เติบโตมาจาก ร.31 รอ. เหมือนกับ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ผบ.ทบ. และพล.ต.พนา เคยเป็น ผบ.พล.ร.11 คุมกองพลสไตรเกอร์ ยุค ‘บิ๊กแดง’ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็น ผบ.ทบ. ด้วย โดย พล.ต.พนา เกษียณฯ ก.ย. 2570 ที่สำคัญเพิ่งผ่านการฝึกหลักสูตร ‘ทหารคอแดง’ มาด้วย

(พล.ต.พนา แคล้วปลอดทุกข์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.26) ที่ขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 1 )

อีกทั้งยังมีตำแหน่งที่เซอร์ไพรส์ คือ ‘บิ๊กหมี’พล.ต.ไกรภพ ไชยพันธุ์ (ตท.24) ผบ.มทบ.14 ที่ขึ้นเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 1 โดย พล.ต.ไกรภพ เคยเป็น เลขานุการ ทบ. ทำงานข้างกาย พล.อ.อภิรัชต์ สมัยเป็น ผบ.ทบ. โดยเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 คนเดียว ที่ไม่ได้เป็น ‘ทหารคอแดง’ ด้วย

เรียกได้ว่า ‘3ป.บูรพาพยัคฆ์’ แทบสิ้นอำนาจใน ทบ.

ส่วนจะสิ้นอำนาจการเมืองหรือไม่ งานนี้ ‘3ป.’ คงไม่ยอมไปง่ายๆ

มิเช่นนั้นจะ ‘เสียของ’ เฉกเช่นรัฐปรเะหารในอดีต และอาจโดน ‘เช็กบิลย้อนหลัง’ ด้วย

สถานการณ์การเมืองปี 2566 อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจ ที่จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ส่วนเหตุการณ์รัฐประหาร ไม่มีใครการันตีได้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่

แต่ ‘เงื่อนไข’ การทำรัฐประหารเปลี่ยนไป ด้วยบริบทต่างๆ ทั้งขุมกำลังปฏิวัติที่เปลี่ยนไป หลังมีการเปลี่ยนโครงสร้างหน่วย ทบ. ใหม่ มีการโยกหน่วย ‘กำลังปฏิวัติ’ ออกนอก ทบ. รวมทั้งการเกิดขึ้นของ ‘ทหารคอแดง’ ทำให้ ‘ปัจจัย’ ต่างๆ เปลี่ยนไปเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง