ชมภาพ 'เสาแห่งการก่อกำเนิด' (Pillars of Creation) ในอวกาศสุดน่าสะพรึง
NASA เผยภาพ เสาแห่งการก่อกำเนิด (Pillars of Creation) สุดน่าสะพรึงอีกภาพจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb
นับตั้งแต่ทาง NASA ได้เปิดเผยภาพสีอย่างเป็นทางการจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2022 ที่ผ่านมา ก็ทำให้ทั่วโลกต่างตะลึงกับความสวยงามและความสามารถของเจ้ากล้องดังกล่าว รวมทั้งทำให้ผู้คนมีความสนใจในประเด็นด้านอวกาศมากขึ้น หลังจากนั้นก็ได้มีการเผยแพร่ภาพวัตถุในอวกาศเพิ่มเติมให้คนทั้งโลกได้ชมกันมากมาย
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทาง NASA ได้เผยภาพ เสาแห่งการก่อกำเนิดของเนบิวลาอินทรี The Eagle Nebula's "Pillars of Creation" ที่ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เว็บบ์ กล้องอินฟาเรดย่านใกล้ หรือ NIRCam (Near Infrared Camera) เป็นภาพที่คมชัดและมีรายละเอียดสูง แสดงให้เห็นกลุ่มฝุ่นและแก๊สและดาวฤกษ์ใหม่ที่เพิ่งกำเนิดขึ้น ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตามนุษย์ ขณะการถ่ายในย่านอินฟาเรดทำให้ Webb สามารถเห็นผ่านกลุ่มฝุ่นและแก๊ส และเห็นดาวฤกษ์ที่อยู่ด้านหลังได้
และล่าสุด เพื่อเป็นการต้อนรับฮาโลวีน ทาง NASA ก็ได้เผยภาพ เสาแห่งการก่อกำเนิดของเนบิวลาอินทรี อีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นภาพจากอุปกรณ์ในย่านอินฟาเรดช่วงกลาง Mid-Infrared Instrument (MIRI) โดยเป็นเครื่องมือที่เก็บรายละเอียดบริเวณที่มีฝุ่นและก๊าซได้ดี แต่ไม่สามารถเห็นดาวที่เกิดใหม่ได้ชัดเจนเนื่องจากไม่ปล่อยแสงสว่างที่เพียงพอที่จะปรากฏในความยาวคลื่นเหล่านี้ โดยบริเวณที่ฝุ่นหนาแน่นที่สุดคือเฉดสีเทาที่เข้มที่สุด ในขณะที่บริเวณสีแดงที่อยู่ด้านบนคือที่ที่ฝุ่นกระจายตัวและเย็นกว่า
โดย “เสาแห่งการกำเนิด (Pillars of Creation)” เป็นส่วนหนึ่งของเนบิวลานกอินทรีย์ (Eagle Nebula, M16) ซึ่งเป็นเนบิวลาเปล่งแสง อยู่บริเวณกลุ่มดาวงู (Serpens) ห่างจากโลกประมาณ 6,500 ถึง 7,000 ปีแสง ภายในประกอบด้วยดาวฤกษ์และกระจุกดาวเปิดอายุน้อย กลุ่มของฝุ่นและแก๊สจำนวนมากรวมตัวกันเนื่องจากแรงโน้มถ่วง เกิดเป็นกลุ่มแก๊สที่มีความหนาแน่นและอุณหภูมิสูง ทำให้บริเวณนี้มีการกำเนิดดาวฤกษ์ใหม่ ๆ ขึ้น
ซึ่งเสาแห่งการก่อกำเนิด เป็นที่โด่งดั่งจากภาพถ่ายโดยกล่องอวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ที่ถ่ายในปี 1995 และปี 2014 จากลักษณะที่สวยงาม ซึ่งภาพถ่ายใหม่ที่เพิ่งเผยแพร่นี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุดาวกฤษ์ที่เพิ่งกำเหนิดใหม่ และศึกษาเกี่ยวกับแก๊สและฝุ่นในบริเวณดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจรวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับการก่อกำเนิดดวงดาวได้ดียิ่งขึ้น
อนึ่ง James Webb Space Telescope (JWST) ถือเป็นเรือธงลำใหม่ขององค์การบริหารการบินและอวกาศ NASA ร่วมมือกับองค์การอวกาศยุโรป (ESA) และแคนาดา เป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศที่ทันสมัยที่สุดในยุคปัจจุบัน ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2021 โดย ภารกิจหนึ่งของ JWST นั้นคือการค้นหากาแล็กซีที่อยู่ห่างออกไป ยิ่งวัตถุอยู่ห่างออกไปจากผู้สังเกตเท่าใด แสงที่ออกมาจากวัตถุนั้นก็ยิ่งจะต้องใช้เวลาเดินทางนานมากขึ้นเท่านั้น การสังเกตกาแล็กซีที่ห่างไกลออกไปจึงเทียบได้กับการย้อนอดีตไปเพื่อหากาแล็กซีแรกๆ ที่ถือกำเนิดขึ้นมาในเอกภพ เพื่อที่จะบอกเราได้ถึงการก่อกำเนิดและวิวัฒนาการของกาแล็กซีในเอกภพของเรา ซึ่งวัตถุที่ห่างไกลไปนั้น มาพร้อมกับแสงอันริบหรี่ที่สังเกตได้ยาก
โดย JWST อาจจะเห็นกาแล็กซีได้ไกลออกไปถึงกว่า 13,600 ล้านปีแสง หรือแสงจากกาแล็กซีที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นขณะที่เอกภพมีอายุเพียง 1% ของอายุปัจจุบัน JWST จะสามารถสังเกตการณ์ทั้งภาพในอดีตอันไกลโพ้นของกาแล็กซีเก่าแก่ที่อยู่ห่างไกลออกไป และกาแล็กซีใกล้เคียงที่อยู่ในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราเข้าใจวิวัฒนาการของกาแล็กซี
นอกจากนี้ ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ในกาแล็กซีนั้นก่อกำเนิดขึ้นท่ามกลางฝุ่นอันหนาทึบของเนบิวลาที่คอยบดบังแสงจากมันเอาไว้ การศึกษาวัตถุเหล่านี้จึงทำได้เพียงในช่วงคลื่นอินฟราเรดที่สามารถทะลุทะลวงกลุ่มฝุ่นอันหนาทึบออกมาได้ JWST จะสามารถส่องทะลุเนบิวลาก่อกำเนิดไปเห็นกระบวนการกำเนิดดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ที่เรายังไม่เคยเห็นมาก่อน
JWST ยังอาจจะช่วยค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะด้วยอุปกรณ์ coronagraph ที่สามารถบดบังแสงจากดาวฤกษ์เพื่อเปิดเผยให้เห็นดาวเคราะห์อันริบหรี่ที่โคจรอยู่รอบๆ ได้ นอกจากนี้ โมเลกุลที่สำคัญต่อชีวิตหลายโมเลกุล เช่น ออกซิเจน และน้ำ นั้นจะมีแถบการดูดกลืนแสงที่เป็นเอกลักษณ์ในช่วงอินฟราเรด การสังเกตการณ์สเปกตรัมในช่วงคลื่นอินฟราเรดของ JWST จึงทำให้เราสามารถบอกได้ถึงองค์ประกอบของโลกต่างดาว และวันหนึ่งอาจจะนำไปสู่การค้นพบหลักฐานที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกโลกก็เป็นได้
ภาพ NASA, ESA, CSA, STScI; Joseph DePasquale (STScI), Alyssa Pagan (STScI)
ติดตามข้อมูลข่าวสารอื่นๆเกี่ยวกับ James Webb Space Telescope ได้ที่ https://www.jwst.nasa.gov/content/news/
ที่มา
https://www.nasa.gov/…/haunting-portrait-nasa-s-webb…
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=5249063791888692&id=1523107561151019