โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชมภาพ 'เสาแห่งการก่อกำเนิด' (Pillars of Creation) ในอวกาศสุดน่าสะพรึง

Environman

เผยแพร่ 30 ต.ค. 2565 เวลา 09.30 น.

NASA เผยภาพ เสาแห่งการก่อกำเนิด (Pillars of Creation) สุดน่าสะพรึงอีกภาพจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb
นับตั้งแต่ทาง NASA ได้เปิดเผยภาพสีอย่างเป็นทางการจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2022 ที่ผ่านมา ก็ทำให้ทั่วโลกต่างตะลึงกับความสวยงามและความสามารถของเจ้ากล้องดังกล่าว รวมทั้งทำให้ผู้คนมีความสนใจในประเด็นด้านอวกาศมากขึ้น หลังจากนั้นก็ได้มีการเผยแพร่ภาพวัตถุในอวกาศเพิ่มเติมให้คนทั้งโลกได้ชมกันมากมาย
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทาง NASA ได้เผยภาพ เสาแห่งการก่อกำเนิดของเนบิวลาอินทรี The Eagle Nebula's "Pillars of Creation" ที่ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เว็บบ์ กล้องอินฟาเรดย่านใกล้ หรือ NIRCam (Near Infrared Camera) เป็นภาพที่คมชัดและมีรายละเอียดสูง แสดงให้เห็นกลุ่มฝุ่นและแก๊สและดาวฤกษ์ใหม่ที่เพิ่งกำเนิดขึ้น ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตามนุษย์ ขณะการถ่ายในย่านอินฟาเรดทำให้ Webb สามารถเห็นผ่านกลุ่มฝุ่นและแก๊ส และเห็นดาวฤกษ์ที่อยู่ด้านหลังได้
และล่าสุด เพื่อเป็นการต้อนรับฮาโลวีน ทาง NASA ก็ได้เผยภาพ เสาแห่งการก่อกำเนิดของเนบิวลาอินทรี อีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นภาพจากอุปกรณ์ในย่านอินฟาเรดช่วงกลาง Mid-Infrared Instrument (MIRI) โดยเป็นเครื่องมือที่เก็บรายละเอียดบริเวณที่มีฝุ่นและก๊าซได้ดี แต่ไม่สามารถเห็นดาวที่เกิดใหม่ได้ชัดเจนเนื่องจากไม่ปล่อยแสงสว่างที่เพียงพอที่จะปรากฏในความยาวคลื่นเหล่านี้ โดยบริเวณที่ฝุ่นหนาแน่นที่สุดคือเฉดสีเทาที่เข้มที่สุด ในขณะที่บริเวณสีแดงที่อยู่ด้านบนคือที่ที่ฝุ่นกระจายตัวและเย็นกว่า
โดย “เสาแห่งการกำเนิด (Pillars of Creation)” เป็นส่วนหนึ่งของเนบิวลานกอินทรีย์ (Eagle Nebula, M16) ซึ่งเป็นเนบิวลาเปล่งแสง อยู่บริเวณกลุ่มดาวงู (Serpens) ห่างจากโลกประมาณ 6,500 ถึง 7,000 ปีแสง ภายในประกอบด้วยดาวฤกษ์และกระจุกดาวเปิดอายุน้อย กลุ่มของฝุ่นและแก๊สจำนวนมากรวมตัวกันเนื่องจากแรงโน้มถ่วง เกิดเป็นกลุ่มแก๊สที่มีความหนาแน่นและอุณหภูมิสูง ทำให้บริเวณนี้มีการกำเนิดดาวฤกษ์ใหม่ ๆ ขึ้น
ซึ่งเสาแห่งการก่อกำเนิด เป็นที่โด่งดั่งจากภาพถ่ายโดยกล่องอวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ที่ถ่ายในปี 1995 และปี 2014 จากลักษณะที่สวยงาม ซึ่งภาพถ่ายใหม่ที่เพิ่งเผยแพร่นี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุดาวกฤษ์ที่เพิ่งกำเหนิดใหม่ และศึกษาเกี่ยวกับแก๊สและฝุ่นในบริเวณดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจรวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับการก่อกำเนิดดวงดาวได้ดียิ่งขึ้น
อนึ่ง James Webb Space Telescope (JWST) ถือเป็นเรือธงลำใหม่ขององค์การบริหารการบินและอวกาศ NASA ร่วมมือกับองค์การอวกาศยุโรป (ESA) และแคนาดา เป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศที่ทันสมัยที่สุดในยุคปัจจุบัน ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2021 โดย ภารกิจหนึ่งของ JWST นั้นคือการค้นหากาแล็กซีที่อยู่ห่างออกไป ยิ่งวัตถุอยู่ห่างออกไปจากผู้สังเกตเท่าใด แสงที่ออกมาจากวัตถุนั้นก็ยิ่งจะต้องใช้เวลาเดินทางนานมากขึ้นเท่านั้น การสังเกตกาแล็กซีที่ห่างไกลออกไปจึงเทียบได้กับการย้อนอดีตไปเพื่อหากาแล็กซีแรกๆ ที่ถือกำเนิดขึ้นมาในเอกภพ เพื่อที่จะบอกเราได้ถึงการก่อกำเนิดและวิวัฒนาการของกาแล็กซีในเอกภพของเรา ซึ่งวัตถุที่ห่างไกลไปนั้น มาพร้อมกับแสงอันริบหรี่ที่สังเกตได้ยาก
โดย JWST อาจจะเห็นกาแล็กซีได้ไกลออกไปถึงกว่า 13,600 ล้านปีแสง หรือแสงจากกาแล็กซีที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นขณะที่เอกภพมีอายุเพียง 1% ของอายุปัจจุบัน JWST จะสามารถสังเกตการณ์ทั้งภาพในอดีตอันไกลโพ้นของกาแล็กซีเก่าแก่ที่อยู่ห่างไกลออกไป และกาแล็กซีใกล้เคียงที่อยู่ในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราเข้าใจวิวัฒนาการของกาแล็กซี
นอกจากนี้ ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ในกาแล็กซีนั้นก่อกำเนิดขึ้นท่ามกลางฝุ่นอันหนาทึบของเนบิวลาที่คอยบดบังแสงจากมันเอาไว้ การศึกษาวัตถุเหล่านี้จึงทำได้เพียงในช่วงคลื่นอินฟราเรดที่สามารถทะลุทะลวงกลุ่มฝุ่นอันหนาทึบออกมาได้ JWST จะสามารถส่องทะลุเนบิวลาก่อกำเนิดไปเห็นกระบวนการกำเนิดดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ที่เรายังไม่เคยเห็นมาก่อน
JWST ยังอาจจะช่วยค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะด้วยอุปกรณ์ coronagraph ที่สามารถบดบังแสงจากดาวฤกษ์เพื่อเปิดเผยให้เห็นดาวเคราะห์อันริบหรี่ที่โคจรอยู่รอบๆ ได้ นอกจากนี้ โมเลกุลที่สำคัญต่อชีวิตหลายโมเลกุล เช่น ออกซิเจน และน้ำ นั้นจะมีแถบการดูดกลืนแสงที่เป็นเอกลักษณ์ในช่วงอินฟราเรด การสังเกตการณ์สเปกตรัมในช่วงคลื่นอินฟราเรดของ JWST จึงทำให้เราสามารถบอกได้ถึงองค์ประกอบของโลกต่างดาว และวันหนึ่งอาจจะนำไปสู่การค้นพบหลักฐานที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกโลกก็เป็นได้
ภาพ NASA, ESA, CSA, STScI; Joseph DePasquale (STScI), Alyssa Pagan (STScI)
ติดตามข้อมูลข่าวสารอื่นๆเกี่ยวกับ James Webb Space Telescope ได้ที่ https://www.jwst.nasa.gov/content/news/
ที่มา
https://www.nasa.gov/…/haunting-portrait-nasa-s-webb…
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=5249063791888692&id=1523107561151019

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...