โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แนะเพิ่มค่าอาหารกลางวันผกผัน อัดฉีด 'ร.ร.เล็ก' มากกว่าขนาดใหญ่ เหตุ น.ร.น้อย บริหารค่ากับข้าวลำบาก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 ก.ย 2565 เวลา 04.14 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2565 เวลา 03.25 น.

แนะเพิ่มค่าอาหารกลางวันผกผัน อัดฉีดงบอุดหนุน ‘ร.ร.เล็ก’ มากกว่าขนาดใหญ่ เหตุนักเรียนน้อย บริหารค่ากับข้าวลำบาก

รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) เปิดเผยว่า กรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างคำนวณอัตราเงินอุดหนุนในโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนใหม่ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น แม้ในปี 2564 ครม.จะมีมติปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวันของนักเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1-ป.6 เป็น 21 บาท/คน/วัน แต่อัตราดังกล่าวไม่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน เนื่องจากค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนน้อยได้รับผลกระทบมาก มองว่าเมื่อ ศธ.คิดปรับเพิ่มเงินอุดหนุนอาหารกลางวันใหม่ควรจะพิจารณาอย่างรอบคอบ เปลี่ยนหลักการให้เงินอุดหนุนรายหัวใหม่ เพราะที่ผ่านมาปรับเพิ่มในรูปแบบทุกคนได้เงินอุดหนุนเท่ากันหมด ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะเมื่อมีจำนวนเด็กน้อยก็จะได้รับเงินอุดหนุนน้อย ขณะที่โรงเรียนขนาดใหญ่มีจำนวนนักเรียนมาก จะได้รับเงินอุดหนุนมากตามไปด้วย ซึ่งบางโรงเรียนใช้เงินอุดหนุนอาหารกลางวันไปพัฒนาโรงเรียนด้านอื่นๆ ได้

รศ.ดร.เอกชัยกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ศธ.ควรเปลี่ยนหลักคิดในการจ่ายเงินอุดหนุนรายหัวใหม่ให้เป็นการจ่ายในลักษณะผกผัน คือดูจากจำนวนนักเรียน ให้โรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยได้รับเงินอุดหนุนรายหัวที่มาก ในขณะที่โรงเรียนที่มีนักเรียนมากได้รับเงินอุดหนุนในอัตราที่ผกผันลดหลั่นกันไป เช่น โรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 300 คน ควรได้รับเงินอุดหนุน 25 บาท/คน/วัน ส่วนโรงเรียนที่มีนักเรียน 500 คนขึ้นไป ควรได้รับเงินอุดหนุน 22 บาท/คน/วัน เป็นต้น ซึ่งการคิดในลักษณะผกผันนี้จะทำให้รัฐจ่ายเงินเท่าเดิม และทำให้โรงเรียนขนาดเล็กได้รับงบประมาณที่เพียงพอ สามารถจัดอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ ถูกหลักโภชนาการให้กับนักเรียนได้

“อีกวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาอาหารกลางวันในโรงเรียนขนาดเล็ก คือให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยให้คนในชุมชนเข้ามาทำอาหารส่งโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ จะทำให้เด็กได้รับอาหารกลางวันอย่างเพียงพอ เพราะแชร์ทรัพยากรร่วมกัน โรงเรียนไม่ต้องดูแลเอง และทำให้ชุมชนมีรายได้ด้วย หากกังวลเรื่องหลักโภชนาการอาจให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) มาดูแลคุณภาพและคุมโภชนาการ” รศ.ดร.เอกชัยกล่าว

ว่าที่ ร.ท.สุเวศ กลับศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) นครศรีธรรมราช เขต 4 กล่าวว่า เป็นเรื่องดี ที่ผ่านมาโรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนอาหารกลางวัน 21 บาท/คน/วัน โรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีจำนวนเด็กมากสามารถบริหารจัดการในส่วนนี้ได้ แต่โรงเรียนขนาดเล็กที่มีเด็ก 20-30 คน อาจได้รับความลำบากในการบริหารจัดการบ้าง ทั้งนี้ ขอบคุณ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. และนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ที่เห็นความสำคัญเรื่องนี้ เชื่อว่าถ้าเด็กได้รับอาหารที่ดี ถูกหลักโภชนาการ จะทำให้ร่างการสมบูรณ์ มีสติปัญญาที่ดี ส่งผลต่อการเรียนรู้

“ควรเพิ่มอย่างน้อย 30 บาท/คน/วัน เพราะปัจจุบันราคาสินค้าสูงอย่างมาก บางโรงเรียนสะท้อนว่าการจัดอาหารที่ต้องมีกับข้าว 2 อย่าง ยังบริหารจัดการลำบาก โรงเรียนต้องหาผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาช่วยเหลือเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้โรงเรียนสามารถจัดอาหารให้นักเรียนได้ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ” ว่าที่ ร.ท.สุเวศกล่าว

ว่าที่ ร.ต.ทวีศักดิ์ นามศรี ผู้อำนวยการ สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 กล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะเพิ่มเงินอุดหนุนอาหารกลางวันให้นักเรียน เพราะช่วงที่ดีที่สุดของการพัฒนาของเด็กคือตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปี ดังนั้น ต้องให้ความสำคัญเด็กวัยนี้ในทุกด้าน จึงอยากให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนเด็กกลุ่มนี้ให้มากที่สุด เพราะถือว่าเป็นวัยทองในการพัฒนา เรียนรู้ และหลอมรวมด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสติปัญญา พร้อมที่จะเข้าเรียนในระดับชั้นต่อๆ ไป

“ขอบคุณรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ที่เห็นความสำคัญและผลักดันเรื่องนี้ ถ้าโรงเรียนทุกโรงเรียนได้รับค่าอาหารกลางวันอย่างเท่าเทียมกันจะทำให้เด็กได้รับการโภชนาการที่ดี ทำให้สมองดี พร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา ส่วนควรจะเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนเป็นเท่าไหร่นั้นมองว่าจะเพิ่มเท่าไหร่ก็ได้ แต่ขอให้เพียงพอและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน” ว่าที่ ร.ต.ทวีศักดิ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...