โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประยุทธ์วางศิลาฤกษ์สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ต.ค. 2565 เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2565 เวลา 04.36 น.

ประยุทธ์หารือนายกฯ สปป.ลาว ก่อนเป็นประธานร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5

วันที่ 28 ตุลาคม 2565 ที่บริเวณพื้นที่โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 แขวงบอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้หารือทวิภาคีกับนายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ภายหลังการหารือนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า

นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้ร่วมเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้าง สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 ซึ่งเป็นไปตามที่ได้หารือกับนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ที่ไทยเชื่อมั่นว่าสะพานแห่งนี้จะเป็นอีกช่องทางให้ประชาชนตามแนวชายแดนไปมาหาสู่กันได้สะดวกมากขึ้น และเชื่อว่าจะมีสะพานแห่งอื่น ๆ เพิ่มอีก และขอให้ดูแลคนไทยในประเทศลาว ซึ่งคนไทยก็จะดูแลคนลาวในไทยเช่นกัน

นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว กล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งในวันนี้ไทย-ลาว มีสะพานเชื่อมโยง แต่ถึงจะไม่มีสะพานคนไทย-คนลาวก็มีใจเชื่อมใจ ขอให้จดจำถ้อยคำ ที่แสดงถึงความสัมพันธ์ที่พึ่งพาถ้อยอาศัยระหว่าง 2 ประเทศ กินข้าวร่วมนา กินปลาร่วมน้ำ

นายอนุชากล่าวว่า นายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ฝ่ายเชื่อมั่นว่าสะพานแห่งนี้ จะเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่แสดงถึงความเป็นมิตรที่ใกล้ชิด และยิ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ของประเทศและประชาชนทั้ง 2 ประเทศใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น และจะเป็นสะพานที่เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ทั้ง 2 ประเทศ เนื่องจากจะเป็นทางเลือกการขนส่งระหว่างไทยกับ สปป.ลาว รวมทั้งส่งเสริมการขนส่งเส้นทางหมายเลข 8 (R8) ระหว่างไทย-ลาว-เวียดนามให้สะดวกยิ่งขึ้น

นายอนุชากล่าวว่า ในส่วนของประเด็นเกี่ยวกับการเชื่อมต่อระบบรางของไทยกับรถไฟลาว-จีน นายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ฝ่ายพร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้ง 2 ฝ่ายหารือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อลดอุปสรรคในการขนส่งและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีให้เต็มที่ ซึ่งต้องการเห็นความคืบหน้า อำนวยความสะดวก ขจัดอุปสรรคต่าง ๆ

นายอนุชากล่าวว่า ในโอกาสนี้ ภายหลังการหารือนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ได้กล่าวแสดงความยินดี และความร่วมมือโครงการ ยินดีและเป็นเกียรติ ที่ได้มาร่วมงานที่มีความหมายเป็นสิริมงคลในวันนี้ การก่อสร้างนี้เป็นความพยายามมุ่งมั่นของรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนทั้ง 2 ฝั่ง การขนส่ง ส่งเสริมการค้า การลงทุน ท่องเที่ยว สนับสนุนการพัฒนาในทั้ง 2 ประเทศ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน และในตอนท้ายได้อวยพรให้ 2 ประเทศเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศไทย ทั้ง 4 มิติ (บก ราง น้ำ และอากาศ) ให้เชื่อมโยงการเดินทางสู่ภูมิอาเซียนอย่างไร้รอยต่อ ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวในภูมิภาค ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถเข้าถึงการเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ด้วยระบบการคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพ

โดยปัจจุบันประเทศไทยกับ สปป.ลาว มีสะพานข้ามแม่น้ำโขงขนาดใหญ่เพื่อเชื่อมโยงระหว่างประเทศแล้ว จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์) สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) โครงการนี้จึงเป็นสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ที่จะช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างไทย-สปป.ลาว ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

โดยคณะรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวง โดย กรมทางหลวง (ทล.) ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างโครงการ ตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งต่อมาในปี 2562 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าว และผู้แทนรัฐบาลทั้งสองประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่งแห่ง สปป.ลาว ได้มีการลงนามความตกลงว่าด้วยการก่อสร้าง ณ จังหวัดบึงกาฬ เพื่อกำหนดขอบเขตงานก่อสร้าง รวมทั้งกำหนดแนวทางในการบริหารโครงการก่อสร้างร่วมกัน

สำหรับรูปแบบการก่อสร้างของโครงการนี้ ทล. ได้ออกแบบเป็นสะพานขึงคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง ขนาด 2 ช่องจราจร ความยาว 1,350 เมตร พร้อมอาคารด่านพรมแดนสำหรับกระบวนการข้ามแดน และถนนเชื่อมต่อโครงข่ายของทั้งสองฝั่ง ปัจจุบันมีความก้าวหน้าในการก่อสร้างเฉลี่ย ร้อยละ 57 (ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2565) คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการประชาชนของทั้งสองประเทศได้ในปี 2567

นอกจากนี้ แนวคิดในการออกแบบโครงสร้างสะพานได้มีการนำ “แคน” ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีท้องถิ่น มาใช้ในการกำหนดรูปแบบทางสถาปัตยกรรม สะท้อนให้เห็นถึงความสนุก รื่นเริง ความเป็นมิตรไมตรี ความคุ้นเคย และความเป็นกันเองในวัฒนธรรมของไทยและ สปป.ลาว ส่งเสริมสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างสองประเทศ สร้างความเจริญทางด้านสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ)

ทั้งนี้ เมื่อโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) แล้วเสร็จจะเป็นการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงที่จะส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมขนส่งระหว่างสองประเทศ ตลอดจนประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านการขนส่งสินค้า และการสัญจรของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

และยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้านการขนส่งภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion Economic Cooperation : GMS) และยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy : ACMECS) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยง 5 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา ไทย สปป.ลาว เวียดนาม และกัมพูชา อย่างต่อเนื่อง และมั่นคง

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ)

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซนั้นมีงบประมาณรวม 3,653 ล้านบาท แบ่งการดำเนินการก่อสร้างออกเป็น 5 ตอน ดังต่อไปนี้

การก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 5 ตอน โดยเป็นการดำเนินงานในฝั่งไทย 3 ตอน คือ ตอน 1 งานก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองบึงกาฬ ซึ่งเป็นทางแนวใหม่ ขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทาง 9.400 กิโลเมตร ดำเนินการโดย บริษัท บัญชากิจ จำกัด งบประมาณ 831 ล้านบาท

ตอน 2 งานก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองบึงกาฬ (ต่อเนื่องจากตอน 1) ระยะทาง 2.683 กิโลเมตร และงานก่อสร้างอาคารด่านพรมแดนฝั่งไทย ดำเนินการโดยบริษัท เทิดไท แอนด์ โค จำกัด งบประมาณ 883 ล้านบาท

ตอน 3 งานก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง (ฝั่งไทย) และงานปรับปรุงลานเอนกประสงค์ใต้สะพาน ดำเนินการโดยบริษัท นภาก่อสร้าง จำกัด งบประมาณ 787 ล้านบาท

และการดำเนินงานในฝั่ง สปป.ลาว 2 ตอน คือ Package 2B งานก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง (ฝั่ง สปป.ลาว) งบประมาณ 379 ล้านบาท และ Package 3 งานก่อสร้างถนนและด่านพรมแดน ฝั่ง สปป.ลาว งบประมาณ 773 ล้านบาท

สำหรับความคืบหน้าปัจจุบัน ของทั้ง 5 ตอน มีผลการดำเนินงาน 56.945% จากแผนงาน 57.801% ช้ากว่าแผน 0.855% อย่างไรก็ตามกรมทางหลวงคาดว่า จะสามารถเร่งรัดงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผนงานที่กำหนดไว้ และเปิดให้บริการได้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้ ประมาณต้นปี พ.ศ. 2567

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...