โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตึงเครียด "รัสเซีย-ยูเครน" วิกฤตที่เอเชียต้องจับตา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 เม.ย. 2565 เวลา 02.19 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2565 เวลา 00.54 น.

รัสเซียกับยูเครนส่อเค้าทวีความตึงเครียดยิ่งขึ้น การที่บรรดาชาติตะวันตก โดยเฉพาะกลุ่มนาโต้ (NATO) ที่นำโดยสหรัฐอเมริกากังวลว่า รัสเซียอาจใช้ปฏิบัติการทางทหารบุกเข้ายึดพื้นที่บางส่วนของยูเครน เฉกเช่นที่เคยกระทำกับคาบสมุทรไครเมียเมื่อปี 2014 ทว่าทั้งโลกกำลังจับตาใกล้ชิดว่าอาจรุนแรงกว่าอดีตจนบานปลายเป็นสงครามรอบใหม่ ทั้งรัสเซียและยูเครน เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตมาก่อน

กระทั่งโซเวียตล่มสลาย ช่วงปี 1990 สหรัฐได้ลงนามกับรัสเซียว่า จะไม่แผ่ขยายอิทธิพลมายังกลุ่มชาติอดีตสหภาพโซเวียต ยูเครนจึงแยกออกมาเป็นรัฐอิสระ ประชากรส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายสลาฟที่ผูกพันทางวัฒนธรรมกับรัสเซียชนิดแทบแยกกันไม่ออก

ภูมิหลังของชาวยูเครนสามารถแบ่งเป็นฝั่งตะวันตกกับตะวันออก คนฝั่งตะวันออกมีแนวโน้มนิยมรัสเซีย ตรงข้ามกับคนฝั่งตะวันตก กระทั่งปี 2014 เกิดความวุ่นวายทางการเมืองในยูเครน รัฐบาลสายโปรรัสเซียถูกโค่นล้ม ประจวบกับการที่รัสเซียสามารถผนวกดินแดนไครเมียซึ่งทำให้รัสเซียได้ใช้ประโยชน์จากทางออกฝั่งทะเลดำไปเต็ม ๆ

“เปโตร โปโรเชนโก” ถือเป็นผู้นำยูเครนคนแรกที่เปิดหน้าท้าชนมอสโก มีท่าทีหันไปซบอกตะวันตก ต่อมา 2019 ยูเครนได้ผู้นำใหม่หนุ่มไฟแรงชื่อ “โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี้” ที่แอนตี้รัสเซียต่อจากโปโรเชนโกแล้ว ยังสนับสนุนแนวคิดสร้างความใกล้ชิดกับกลุ่มนาโต้และสหรัฐอเมริกามากขึ้น เป็นเหตุให้รัสเซียไม่พอใจ

ขณะที่พื้นที่ฝั่งตะวันออกของประเทศยังคงมีการปะทะอย่างประปรายระหว่างกลุ่มแบ่งแยกดินแดนกับกองทัพยูเครน แต่ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บริเวณชายแดนยูเครนซึ่งมีกองกำลังรัสเซียประชิดอยู่โดยรอบนั้น มอสโกมีการระดมกำลังทหารนับแสนนาย พร้อมยุทโธปกรณ์ที่พร้อมออกศึก สะสมกำลังบริเวณชายแดนยูเครนมากขึ้น นั่นยิ่งทำให้ความตึงเครียดส่อเค้าบานปลายกลายเป็นสงครามในสักวัน

แม้เรื่องขัดแย้ง “รัสเซีย-ยูเครน” อาจฟังเป็นเรื่องไกลตัวจากเอเชีย แท้จริงแล้วหากสงครามปะทุ ผลกระทบทั้งทางตรงทางอ้อมจะเกิดต่อเอเชียอย่างเลี่ยงไม่ได้ ยูเครนรู้จักในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของยุโรปมานานหลายศตวรรษ ยูเครนส่งออกธัญพืชในอันดับต้น อาทิ ข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ ข้าวสาลี และธัญพืชอื่น ๆ ล้วนมีความสำคัญต่อแอฟริกาและเอเชีย

ในปี 2020 ประมาณการว่ายูเครนส่งออกข้าวสาลีไม่น้อยกว่า 18 ล้านเมตริกตัน จากที่เก็บเกี่ยวได้ทั้งประเทศราว 24 ล้านตัน นั่นทำให้ยูเครนเป็นชาติผู้ส่งออกข้าวสาลีอันดับ 5 ของโลก ลูกค้าสำคัญคือ จีน อียู และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนามากถึง 14 ชาติทั้งในแอฟริกาและเอเชีย

ข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เยเมนและลิเบียนำเข้าข้าวสาลีมากถึง 22% และ 48% ตามลำดับ อียิปต์เป็นผู้บริโภคข้าวสาลียูเครนรายใหญ่สุด มาเลเซียและอินโดนีเซีย นำเข้าข้าวสาลีเท่ากันที่ 28% ของการบริโภคในประเทศ เช่นเดียวกับบังกลาเทศที่ 21% ขณะที่แหล่งเพาะปลูกธัญพืชสำคัญเหล่านี้ล้วนมาจากพื้นที่ตะวันออก
ฝั่งเขตอิทธิพลฝักใฝ่รัสเซียทั้งสิ้น อาทิ แคว้นคาร์คิฟ, ดนีโปรเปตรอฟสค์, ซาโปริเซีย, เคอร์ซอน และเขตปกครองตนเองโดเนตสค์และลูฮานสค์

หากเกิดสงครามพื้นที่เกษตรจะแทนที่ด้วยเขตสู้รบซึ่งกระทบต่อผลผลิตธัญพืชตลาดโลก เป็นอีกปัจจัยสำคัญดันราคาอาหารโลกสูงขึ้น พร้อมกับสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ทั้งส่งผลห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องต้องสะดุดลง ท่ามกลางสภาวะเงินเฟ้อในหลายชาติที่กำลังกระทบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ไม่เพียงเท่านั้น หากรัสเซียคิดบุกยูเครน นั่นหมายถึงราคาพลังงานทั้งในยุโรปและสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบทั้งเบรนต์และเทกซัส พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี ความตึงเครียด 2 ชาติจะยิ่งดันให้ราคาพลังงานโลก นั่นเพราะรัสเซียเป็นผู้ส่งออกพลังงานอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐ ส่วนยูเครนเป็นอีกเส้นทางหลักที่ส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยุโรป ความตึงเครียดนี้ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า วอชิงตันอาจคว่ำบาตรต่อแหล่งพลังงานรัสเซีย ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้ต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของยุโรป จึงไม่แปลกที่ “ปูติน” จะใช้ประเด็นนี้ต่อรองกับนาโต้

ปัจจุบันยุโรปพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียผ่านโครงการท่อส่งก๊าซนอร์ดสตอร์ม 1 มายังเยอรมนี ขณะที่โครงการนอร์ดสตอร์ม 2 ที่ยังสร้างไม่เสร็จ ฝ่ายสหรัฐมองว่าเยอรมนีและอียูไม่ควรพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียมากไป เพราะเท่ากับผูกโยงเศรษฐกิจกับรัสเซียมากขึ้น ย้อนไปยุค “อังเกลา แมร์เคิล” เธอเปรียบเสมือนกาวใจคอยประสานรอยร้าวระหว่างรัสเซียกับตะวันตกในหลายครั้งหลายคราว โดยเฉพาะกรณีไครเมียซึ่งเป็นจุดพีกของความตึงเครียดครั้งก่อน

แต่จากความตึงเครียดรอบนี้ซึ่งยากจะประเมิน หากบานปลายเป็นสงครามแม้กระสุนปืนใหญ่จะไม่ตกในเอเชีย แต่ผลจากความขัดแย้งกระทบใกล้เอเชียกว่าที่คิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...