โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มะฮอกกานี ไม้ราคาและยาสมุนไพร

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 21 ก.พ. 2567 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2567 เวลา 01.00 น.

นานนับร้อยปีมาแล้วที่คนไทยคุ้นเคยกับไม้มะฮอกกานี ที่มีเนื้อไม้สีแดงสวยทำให้มีราคาค่อนข้างสูง

บ้านไหนมีเฟอร์นิเจอร์จากไม้มะฮอกกานีจัดได้ว่าเป็นบ้านที่มีฐานะร่ำรวย นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงรับสั่งให้มีการปลูกมะฮอกกานีในเมืองไทยมากมายทั้งในกรุงเทพฯ และโดยเฉพาะที่ จ.เพชรบุรี

คนไทยจำนวนไม่น้อยคิดว่าไม้มะฮอกกานีเป็นไม้ของไทย แต่แท้จริงเป็นไม้ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ มีต้นกำเนิดที่ทวีปอเมริกากลาง และเป็นต้นไม้ที่รู้จักกันดีไปทั่วโลกเพราะเนื้อไม้สวยงาม มีความทนทาน และใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

นำมาผลิตเครื่องเรือนและของประดับตกแต่งได้มากมาย

ในอดีตช่วงต้นทศวรรษ 1970 ถึงปลายทศวรรษ 1990 บราซิลเป็นประเทศที่มีการค้าไม้มะฮอกกานีสูงที่สุด เคยมีการสำรวจพบว่าตั้งแต่บริเวณอเมริกากลางแถบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก จนถึงตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปอเมริกาใต้ พบไม้มะฮอกกานีในธรรมชาติราว 1,737.5 ล้านไร่ ซึ่งคำนวณแล้วมีถึง 57% ที่อยู่ในพื้นที่บราซิล

แต่จำนวนไม้มะฮอกกานีราว 21% ถูกโค่นไปในปี ค.ศ.2000 เพราะธุรกิจตัดไม้ส่งออกมากเกินไป จึงทำให้นานาชาติเรียกร้องให้รัฐบาลบลาซิลลดการตัดไม้มะฮอกกานี ในปี ค.ศ.2001 รัฐบาลบราซิลจึงห้ามการตัด การขนส่ง หรือทำการค้าขายไม้มะฮอกกานี ทำให้ประเทศโบลิเวียเริ่มมีบทบาทส่งออกไม้นี้แทน แต่ก็ทำได้ไม่นานเพราะตัดจนไม้ในธรรมชาติลดน้อยลง

การตัดต้นมะฮอกกานีถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศแถบทวีปอเมริกาใต้ แต่ความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้น ราคาจึงพุ่งสูงขึ้น จนมีคนเปรียบเทียบว่า ไม้มะฮอกกานีมีค่าดั่งทองคำ หรือมีการให้นิยามไม้ชนิดนี้ว่า “ทองคำสีแดง” (red gold) ปัจจุบันไม้มะฮอกกานีอยู่ในสภาพที่เสี่ยงจะสูญพันธุ์ จึงทำให้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.2003 ไม้มะฮอกกานีถูกบรรจุในอนุสัญญาไซเตส (CITES Appendix II) (CITES เป็นชื่อย่อของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกลสู้ญพันธุ์ (The Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora) มีวัตถุประสงค์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีชีวิตในโลก ให้เป็นประโยชน์ของมนุษยชาติต่อไปในอนาคต)

ประวัติศาสตร์ไม้มะฮอกกานีเดินทางสู่ไทย อาจเป็นไปได้ว่ามีนักบวชต่างชาตินำเข้ามาปลูกในฟิลิปปินส์ ต่อมาก็แพร่มาสู่สยามประเทศตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ราวรัชกาลที่ 3 หรือ 4 หรืออาจหลังจากนั้นเล็กน้อยแต่ไม่มีหลักฐานแน่ชัด

แต่เหตุการณ์สำคัญน่าจะมาจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้นำเข้าจากต่างประเทศในคราวเสด็จประพาสยุโรป และนำไปปลูกครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2454 ที่ถนนราชดำเนิน ถนนดำรงรักษ์ ถนนราชดำริและถนนบริพัตร ในจังหวัดเพชรบุรี

มะฮอกกานีที่นำมาใช้ประโยชน์เนื้อไม้ (timber) มี 3 ชนิด (สปีชีส์) ได้แก่ 1) มะฮอกกานีใบเล็ก มีชื่อสามัญว่า West Indian mahogany มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Swietenia mahagoni (L.) Jacq. ในประเทศไทยพบค่อนข้างน้อย 2) มะฮอกกานีใบใหญ่ มีชื่อสามัญว่า Brazilian Mahogany, Broad-leaved Mahogany, False Mahogany, Hondurus mahogany มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Swietenia macrophylla King ส่วนใหญ่ที่พบในประเทศไทยเป็นชนิดนี้ และ 3) Swietenia humilis Zucc. เป็นชนิดที่ไม่พบในประเทศไทย

มะฮอกกานีใบใหญ่ เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-25 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 6-10 เมตร ผลัดใบ ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นสีน้ำตาลหรือเทาอมดำ แตกเป็นร่องตามแนวยาวและหลุดล่อนเป็นแผ่น ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงเวียนสลับ ใบย่อย 3-8 คู่ เรียงตรงข้าม รูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 2.5-6 เซนติเมตร ยาว 6-15 เซนติเมตร

ดอกสีเหลืองอมเขียว มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนง ผลเป็นแบบผลแห้งแตก รูปไข่ กว้าง 6-9 เซนติเมตร ยาว 14-18 เซนติเมตร เปลือกหนา สีน้ำตาลอมเหลือง เมื่อสุกมีสีน้ำตาลอมเทา แตกจากโคนเป็น 5 พู เมล็ดเป็นแผ่น มีปีกรูปรียาว ปลายปีกบาง สีน้ำตาล หลายเมล็ด

มะฮอกกานีมีอายุได้มากกว่า 200 ปี ในทางระบบนิเวศถือว่าเป็นไม้ที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นที่อยู่อาศัยของนกหลายชนิด น้ำหวานของดอกเป็นอาหารของผีเสื้อ ผึ้งและนกบางชนิด ผลเป็นอาหารของสัตว์ฟันแทะในฤดูฝน เมล็ดเป็นอาหารของแมลงหลายชนิดในฤดูร้อน

เนื้อไม้มีมูลค่าสูง แก่นไม้ออกแดงหรือชมพู สีจะเข้มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นตั้งแต่ชมพูเข้มไปจนถึงน้ำตาล กระพี้ไม้สีออกเหลือง เนื้อไม้มีคุณภาพและรูปร่างคงทน ขัดแล้วไม่แตกหักหรืองอ เหมาะในการทำ กรอบประตู หน้าต่างโค้ง เครื่องเรือน หรือทำโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรง ใช้ในเรือ ปูพื้น อัดเป็นไม้วีเนียร์ใช้ทำกีตาร์ สารแทนนินที่ได้จากเปลือกใช้เป็นสีย้อมและฟอกหนัง

ประโยชน์ด้านสมุนไพร พบว่าชาวพื้นเมืองในอเมริกาใต้รู้จักใช้เปลือกและเมล็ดของมะฮอกกานีบรรเทาอาการท้องร่วงและแก้ปวดฟัน และน้ำมันที่สกัดจากเปลือกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

นอกจากนี้ มีงานศึกษาวิจัยหลายรายการที่แสดงให้เห็นว่า สารประกอบสำคัญที่พบในมะฮอกกานีใบใหญ่ คือ ลิโมนอยด์ (limonoids) และอนุพันธุ์ของลิโมนอยด์ ที่ก่อให้เกิดฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา เช่น ต้านจุลินทรีย์ ต้านอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ต่อต้านการก่อกลายพันธุ์ ต้านมะเร็ง ต้านเนื้องอก ต้านเบาหวาน แก้ปวด ต้านภาวะไขมันในเลือดต่ำ ต้านภาวะบิดมีตัว ต้านไวรัส ต้านมาลาเรีย ใช้เป็นสารกันบูดและกำจัดโลหะหนักจากร่างกาย

ในประเทศไทยส่วนใหญ่ปลูกมะฮอกกานีเป็นพืชให้ร่มเงา และมีการปลูกเพื่อใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้ แต่ด้านยาสมุนไพรยังไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงมากนัก มะฮอกกานีจึงมีมูลค่าดั่งทองคำและยาดีเพื่อสุขภาพของเราด้วย •

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง

มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มะฮอกกานี ไม้ราคาและยาสมุนไพร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...