โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บลจ.กสิกรไทย ชู K-WealthPLUS Series เป็นพอร์ตหลัก รับโอกาสทำกำไรระยะยาว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 เม.ย. 2567 เวลา 05.37 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2567 เวลา 05.36 น.

บลจ.กสิกรไทย แนะจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงตาม Core & Satellite Portfolio ประจำไตรมาส 2/2567 ชู K-WealthPLUS Series เป็นพอร์ตหลัก กระจายการลงทุนเพิ่มโอกาสทำกำไรระยะยาว รับเทรนด์ดอกเบี้ยขาลงช่วงกลางปีนี้

วันที่ 17 เมษายน 2567 นายสุรเดช เกียรติธนากร กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า จากความไม่แน่นอนของจังหวะการลดดอกเบี้ยของ Fed และการเลือกตั้งในหลายประเทศโดยเฉพาะสหรัฐ รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ยังไม่ชัดเจน บลจ.กสิกรไทย จึงแนะนำให้ผู้ลงทุนจัดพอร์ตแบบกระจายความเสี่ยงตามหลักการ Core & Satellite Portfolio ผ่านกองทุนแนะนำจากกสิกรไทย

ทั้งนี้ สำหรับ Core & Satellite Portfolio ประจำไตรมาสที่ 2/2567 จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1: Core Portfolio เน้นลงทุนระยะยาวแบบ Asset Allocation ประมาณ 80% ของพอร์ต โดยแนะนำกองทุน K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE

ส่วนที่ 2 : Satellite Portfolio เน้นลงทุนระยะสั้นแบบจับจังหวะตลาด (Market Timing) ประมาณ 20% ของพอร์ต โดยแนะนำกองทุน K-STAR, K-GBOND, K-FIXEDPLUS

นายสุรเดชกล่าวต่อไปว่า K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP และ K-WPULTIMATE เป็นกองทุนผสมที่อยู่ในกลุ่มกองทุน K-WealthPLUS Series ที่มีกลยุทธ์เน้นกระจายการลงทุน (Asset Allocation) ในหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก ในสัดส่วนที่แตกต่างกัน

โดย K-WPBALANCED ลงทุนในหุ้นสูงสุด 30% และตราสารหนี้สูงสุด 70%, K-WPSPEEDUP ลงทุนในหุ้นสูงสุด 65% และตราสารหนี้สูงสุด 35%, K-WPULTIMATE ลงทุนในหุ้นสูงสุด 85% และตราสารหนี้สูงสุด 15% ผ่านโมเดลการลงทุนที่พัฒนาร่วมกับบลจ.ชั้นนำระดับโลก J.P. Morgan Asset Management (JPMAM) เพื่อปรับสัดส่วนการลงทุนและคัดเลือกสินทรัพย์ที่ลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์การลงทุนทั่วโลก

“ตลาดประเมินดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับปัจจุบันเป็นระดับสูงสุดของวัฏจักรขาขึ้นรอบนี้แล้ว และคาดว่า Fed จะสามารถลดดอกเบี้ยลงได้ในช่วงกลางปีนี้ ความน่าสนใจในกองทุนตราสารหนี้จึงมีมากขึ้น เพราะมีโอกาสให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าปีที่ผ่านมา จากอัตราผลตอบแทน (Yield) ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับที่สูง และยังมีโอกาสได้ผลตอบแทนจากกำไรส่วนต่างราคา (Capital Gain) หากอัตราดอกเบี้ยลดลงในอนาคตอีกด้วย

ด้านตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจีนที่จะเริ่มมาตรการฟรีวีซ่าช่วงมีนาคม ประกอบกับเม็ดเงินการเบิกจ่ายของภาครัฐที่มีความชัดเจนขึ้น รวมทั้งความเป็นไปได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยลงในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้” นายสุรเดชกล่าว

นายสุรเดชกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับระยะเวลาการถือครองหน่วยลงทุนของกองทุนใน Core Portfolio บลจ.กสิกรไทย แนะนำให้เป็นการลงทุนระยะยาว 3-5 ปี ส่วนกองทุนใน Satellite Portfolio แนะนำให้เป็นการลงทุนระยะสั้นอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อรอประเมินสถานการณ์ตลาดในระยะถัดไป ทั้งนี้ ผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนใน K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, K-STAR, K-GBOND และ K-FIXEDPLUS

สามารถเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 บาท ซื้อง่ายอย่างปลอดภัยผ่าน App K PLUS หรือ K-My Funds หรือ ธนาคารกสิกรไทย โดยติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกช่องทางดังกล่าว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0-2673-3888 หรือศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองได้ที่ www.kasikornasset.com ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บลจ.กสิกรไทย ชู K-WealthPLUS Series เป็นพอร์ตหลัก รับโอกาสทำกำไรระยะยาว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...