โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธอส. ช่วยคนไทยมีบ้านเพิ่มขึ้น 230,000 ล้านบาท

The Better

อัพเดต 11 ม.ค. 2568 เวลา 07.20 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2568 เวลา 00.23 น. • THE BETTER
ธอส. ช่วยคนไทยมีบ้านเพิ่มขึ้น ประกาศผลการดำเนินงาน ปี 2567 ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า 230,000 ล้านบาท ด้าน NPL ลดลงต่อเนื่อง 5 เดือน

นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ณ สิ้นปี 2567 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 236,547 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 123,774 ราย ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2567 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2566 ธอส. มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,800,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.06% มีสินทรัพย์รวม 1,884,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.53% และเงินฝากรวม 1,630,490 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.83%

ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มีจำนวน 89,117 ล้านบาท คิดเป็น 4.95% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลงต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 5 ซึ่งเป็นผลมาจากการแก้ไขหนี้ให้กับลูกค้าได้อย่างตรงจุด ด้วยการจัดทำมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน ปี 2567 และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (SM) และลูกค้าสถานะ NPL ให้ได้รับความช่วยเหลือปรับลดดอกเบี้ย และลดเงินงวด ส่วนการตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นจำนวนสูงถึง 151,138 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.68% หรือคิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 169.59% สะท้อนถึงความมั่นคงและพร้อมในการรองรับผลกระทบในอนาคต และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ณ เดือนพฤศจิกายน 2567 อยู่ที่ระดับแข็งแกร่งที่ 15.88% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดที่ 8.50%

โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้เป็นจำนวนมาก เกิดจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ด้วยการลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จาก 1% เหลือประเภทละ 0.01% และการเพิ่มเพดานราคาซื้อขายที่อยู่อาศัยจากเดิมที่ไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นวงเงินไม่เกิน 7 ล้านบาท ประกอบกับมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่งผลให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในการขอสินเชื่อระยะยาวมากขึ้น

นอกจากนี้ ธอส. ยังจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มอาชีพ ทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Social Solution สำหรับผู้มีรายได้น้อย และผลิตภัณฑ์สินเชื่อในกลุ่ม Business Solution สำหรับผู้มีรายได้ระดับปานกลางขึ้นไป อาทิ โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน พ.ศ. 2567 สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 หรือ 40 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปีแรกเพียง 1.59% ต่อปี, สินเชื่อบ้าน Happy Home สำหรับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปีแรก เท่ากับ 3.00% ต่อปี, มาตรการสินเชื่อซื้อ – สร้าง สำหรับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปีแรก เท่ากับ 3.00% ต่อปี และมาตรการสินเชื่อซ่อม – แต่ง สำหรับลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่ต้องการกู้เพิ่มวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 3 ปี เพียง 1.00% ต่อปี และสินเชื่อบ้าน 71 ปี ธอส. อัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรกเพียง 0.71% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 2.71% เป็นต้น

สำหรับในปี 2568 ธอส. คงเดินหน้าสนับสนุนให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากขึ้น ตามนโยบายของนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง รวมถึงประชาชนกลุ่มเปราะบาง เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ผ่านการมีที่อยู่อาศัย อย่างเหมาะสม ด้วยการจัดทำสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำอย่างต่อเนื่อง และสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม อาทิ โครงการบ้าน ธอส. สร้างสุขเพื่อผู้สูงวัย ปี 2568 อัตราดอกเบี้ยปีแรกเพียง 1.90% ต่อปี เฉลี่ยอัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรก เพียง 2.50%, โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อคนพิการ ปี 2568 อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 – 3 เท่ากับ 2.25% ต่อปี และสินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข ปี 2568 สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง และปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่ช่วยประหยัดพลังงาน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 2.20% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เพียง 2.90% โดย ธอส. ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2568 อยู่ที่ 250,603 ล้านบาท นอกจากนี้ ธอส. ยังดูแลลูกค้าผ่านมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้ายังคงรักษาบ้านของตนเองไว้ได้ต่อไป

โดยผู้ที่สนใจสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำของ ธอส. สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Application : GHB ALL GEN และ www.ghbank.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...