โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หมอเผย ผักต้านมะเร็ง อยู่ในครัวทุกบ้าน คนไทยใช้ปรุงอาหารบ่อย

News In Thailand

เผยแพร่ 13 ม.ค. 2568 เวลา 03.54 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
หมอเผย ผักต้านมะเร็ง อยู่ในครัวทุกบ้าน คนไทยใช้ปรุงอาหารบ่อย

จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า นอกจากบรอกโคลีและผักตระกูลกะหล่ำขึ้นชื่อว่าเป็น “ผักต้านมะเร็ง” แต่คุณรู้หรือไม่? ผักในครัวอย่างหัวหอม กุยช่าย กระเทียม และต้นหอม ก็มีประสิทธิภาพต้านมะเร็งไม่แพ้กัน

แพทย์ฉุกเฉิน ดร.จาง ซื่อเหิง เผยว่า ผักเหล่านี้อุดมไปด้วยสารกำมะถันอินทรีย์และไฟโตเคมิคอล ที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง ไม่เพียงเพิ่มกลิ่นหอมให้อาหาร แต่ยังมีพลังต้านมะเร็งที่น่าทึ่งอีกด้วย

โดย ดร.จาง ซื่อเหิง ได้แชร์ผ่านช่อง YouTube ของเขาภายใต้หัวข้อ "ผักชนิดนี้คืออาวุธลับต้านมะเร็งที่ทรงพลังที่สุด มีชื่อว่ากลุ่มหินลิ้นมังกรหรือพืชตระกูลหัวหอม" เมื่อหอมหัวใหญ่ถูกหั่น จะปล่อยก๊าซกำมะถัน (SPSO) ออกมา ซึ่งเมื่อสัมผัสกับชั้นน้ำตาบนผิวดวงตา จะเกิดกรดกำมะถันในปริมาณเล็กน้อย ทำให้ดวงตาหลั่งน้ำตาออกมาเพื่อชะล้าง ส่วนต้นหอมก็มีผลคล้ายกัน แต่เนื่องจากมีสารดังกล่าวน้อยกว่า จึงเกิดปฏิกิริยาเบากว่า

หัวหอม, ต้นหอม, กระเทียม และกุยช่าย ซึ่งมีกลิ่นแรงโดดเด่น มีจุดเด่นร่วมกันคืออุดมไปด้วยสารประกอบกำมะถันอินทรีย์ สารเหล่านี้ไม่เพียงเป็นแหล่งของกลิ่นหอมเฉพาะตัว แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มรสชาติ แต่อย่ารับประทานมากเกินไป เพราะอาจทำให้มีกลิ่นปากได้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผักตระกูลหอมได้รับความสนใจอย่างมากในฐานะผักต้านมะเร็ง เนื่องจากอุดมไปด้วยสารกำมะถันต้านมะเร็งและไฟโตนิวเทรียนต์ เช่น เควอซิทิน (Quercetin) และฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งมีศักยภาพในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง

ดร.จาง ซื่อเหิง ชี้ว่า จากงานวิจัยทางระบาดวิทยาขนาดใหญ่พบว่า ผู้ที่รับประทานผักตระกูลหอมในปริมาณมากทุกวัน มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งศีรษะและลำคอ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านม ลดลงอย่างชัดเจน

กินสดหรือปรุงสุก ต่างกันอย่างไร

สารสำคัญในหัวหอมแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ สารกำมะถันอินทรีย์ที่ไวต่อความร้อน และโพลีฟีนอลต้านอนุมูลอิสระ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า:

กินสด: ช่วยเสริมประสิทธิภาพการต้านมะเร็งสูงสุด ควรสับหัวหอมแล้วพักไว้ 10 นาทีก่อนรับประทาน

ปรุงสุก: ใช้น้ำมันผัดด้วยไฟอ่อน (ประมาณ 160 องศา) นาน 4-8 นาที จะช่วยปลดปล่อยสารต้านอนุมูลอิสระได้มากขึ้น

วิธีที่ดีที่สุด: สลับรับประทานทั้งแบบสดและปรุงสุก เพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการสูงสุด

นอกจากนี้ กระเทียมดำเกิดจากการนำกระเทียมสดมาหมักในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิ 60 องศาและความชื้นประมาณ 80% เป็นเวลาหลายสัปดาห์ งานวิจัยพบว่า กระเทียมดำมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่า ขณะที่กระเทียมสดมีประสิทธิภาพในการต้านการอักเสบได้ดียิ่งกว่า

ดร.จาง ซื่อเหิง เตือนเป็นพิเศษว่า ผักตระกูลหอมมีพิษต่อสัตว์เลี้ยง เนื่องจากมีสารกำมะถัน DPDS ซึ่งอาจทำให้สัตว์เลี้ยงเป็นโรคโลหิตจาง และในกรณีรุนแรงอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวหรือการหายใจล้มเหลวได้ เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงการให้อาหาร และระมัดระวังไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าใกล้ขณะหั่นผัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...