โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตาทิศทางลูกหนังไทย ศักราช 2568 ภารกิจสำคัญทัพช้างศึก-ชบาแก้ว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ม.ค. 2568 เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. 2568 เวลา 05.00 น.

จับตาทิศทางลูกหนังไทย ศักราช 2568 ภารกิจสำคัญทัพช้างศึก-ชบาแก้ว

วงการฟุตบอลไทย พร้อมเดินหน้าเปิดศักราชใหม่ 2568 ด้วยความท้าทายเพิ่มยิ่งขึ้นอีก ซึ่งมีสิ่งที่ต้องจับตาทิศทางของวงการลูกหนังไทย กับภารกิจสำคัญต่างๆ มากมายในหลากหลายระดับที่ยังคงรอคอยอยู่ในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นผลงานของทีมชาติชุดต่างๆ และแนวทางการบริหารของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

ปีที่ 2 ของมาดามแป้ง นายกบอลไทย
เริ่มต้นที่การบริหารงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ภายใต้การดำเนินงานของ“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ลำซ่ำ นายกสมาคม ซึ่งเดินหน้าเข้าสู่ปีที่ 2 ในการเข้ามาดำรงตำแหน่งนายใหญ่แห่งวงการลูกหนังไทย ซึ่งในรอบปีแรกของการทำงานที่ผ่านมาถือว่ามาดามแป้งฝ่าฟันปัญหาต่างๆ ใต้พรมของสมาคม และยังมีผลงานชิ้นโบว์แดงกับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฟีฟ่า คองเกรส ครั้งที่ 74

ขณะเดียวกัน มาดามแป้ง ยังได้เดินเครื่องประสานงานความร่วมมือกับชาติต่างๆ เพื่อร่วมมือพัฒนา โดยได้ลงนาม MOU ร่วมกับสหพันธ์ฟุตบอลกาตาร์ ภายใต้กรอบความร่วมมือหลายด้าน โดยเฉพาะด้านเยาวชน ซึ่งกาตาร์มีความพร้อมเรื่องศูนย์ฝึก แคมป์เก็บตัว และยังเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก U17 ตั้งแต่ปี 2025-2029 รวมถึงโอกาสการจัดเกมกระชับมิตรระหว่างสองประเทศในทุกรุ่นอายุด้วย

รวมทั้งยังได้ลงนาม MOU กับสหพันธ์ฟุตบอลซาอุดีอาระเบีย เพื่อพัฒนาความร่วมมือ โดยเฉพาะด้านฟุตบอลหญิงที่ซาอุดีอาระเบียต้องการคำแนะนำและช่วยเหลือจากไทย เนื่องจากขณะนี้ซาอุดีอาระเบียกำลังให้ความสำคัญเรื่องฟุตบอลหญิง การพัฒนาฟุตบอลเยาวชนชาย แลกเปลี่ยนวิทยาการ และองค์ความรู้ระหว่างกัน ทั้งด้านโค้ชผู้ฝึกสอน การวิจัย ด้านกฎหมาย และการพัฒนาผู้ตัดสิน

สำหรับกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย สองประเทศที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ทำ MOU ด้วยนั้น ต่างเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จและเติบโตแบบก้าวกระโดดในวงการฟุตบอล โดยกาตาร์เป็นทั้งเจ้าภาพฟุตบอลโลกเมื่อปี 2022 และเจ้าภาพ เอเชี่ยนคัพ เมื่อปี 2023 รวมถึงยังคว้าแชมป์เอเชี่ยนคัพ 2 สมัยติดต่อกัน ในปี 2019 และ 2023 ขณะที่ซาอุดีอาระเบียก็เพิ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปี 2034

ถือเป็นการเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ในปีแรกของมาดามแป้งที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้าภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่ในขวบปีที่ 2 ของมาดามแป้งจะเป็นการยกระดับการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังคงจะต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ในการบริหารงานโดยเฉพาะเรื่องเดิมที่ยังคงแก้ไม่ตกเสียที

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลิขสิทธิ์ของการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ที่จะถือเป็นโจทย์ใหญ่ในการเพิ่มมูลค่าให้สูงยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อเป็นเงินสนับสนุนจุนเจือให้กับสโมสรต่างๆ ได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากได้ โดยเฉพาะทีมเล็กๆ ที่ไม่มีมีเงินถุงเงินถังเหมือนกับทีมใหญ่ๆ ซึ่งเรื่องเงินถือเป็นเรื่องสำคัญของสโมสรฟุตบอลที่จะสามารถอยู่รอดได้ในยุคของวงการฟุตบอลไทยสมัยนี้

รวมไปถึงเรื่องของการจัดโปรแกรมการแข่งขันต่างๆ ของลีกในประเทศที่ยังกลายเป็นประเด็นดราม่า กับการขยับคิวเตะไปมา จนทำให้โปรแกรมเตะผิดเพี้ยนไปจากปกติ จนส่งผลกระทบไปถึงหลายสโมสรในหลายมิติ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดในการจัดโปรแกรม เพื่อให้มีความลงตัวมากที่สุดกับทุกๆ สโมสร
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดโปรแกรมการแข่งขันฟีฟ่า เดย์ ของทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ซึ่งในปีนี้จะมีฟีฟ่าเดย์ในช่วงเดือนมีนาคม, มิถุนายน, กันยายน, ตุลาคม และพฤศจิกายน รวมทั้งการวางโปรแกรมฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ว่าจะสามารถจัดการแข่งขันในปีนี้ได้อย่างลงตัวตามโปรแกรมฟีฟ่าเดย์ที่ส่วนใหญ่จะเป็นคิวเตะฟุตบอล เอเชี่ยน คัพ 2027 รอบคัดเลือก ดังนั้นจะต้องมีการวางแผนที่ดี และมีความเหมาะสม

ช้างศึกตะลุยคัดเลือกเอเชี่ยนคัพ
ขณะที่ขุนพลนักเตะ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ มีโปรแกรมสำคัญในปีนี้ในการแข่งขันฟุตบอลเอเชี่ยน คัพ 2027 รอบคัดเลือก ซึ่งทางสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) ได้จับสลากแบ่งสายการแข่งขันออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วปรากฏว่า ทีมชาติไทยจับติ้วมาอยู่ในกลุ่มดี ร่วมกับ เติร์กเมนิสถาน, ไต้หวัน และศรีลังกา

สรุปผลจับสลากแบ่งสายฟุตบอลเอเชี่ยน คัพ 2027 รอบคัดเลือก ดังนี้ กลุ่มเอ : ทาจิกิสถาน, ฟิลิปปินส์, มัลดีฟส์, ติมอร์ เลสเต / กลุ่มบี : เลบานอน, เยเมน, ภูฏาน, บรูไน / กลุ่มซี : อินเดีย, ฮ่องกง, สิงคโปร์, บังคลาเทศ / กลุ่มดี : ไทย, เติร์กเมนิสถาน, ไต้หวัน, ศรีลังกา / กลุ่มอี : ซีเรีย, อัฟกานิสถาน, เมียนมา, ปากีสถาน / กลุ่มเอฟ : เวียดนาม, มาเลเซีย, เนปาล, ลาว

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลเอเชี่ยน คัพ 2027 รอบคัดเลือก จะเริ่มแข่งนัดแรกวันที่ 25 มีนาคม 2568 โดยจะคัดเอาแชมป์กลุ่มของแต่ละกลุ่ม จำนวน 6 ชาติผ่านเข้ารอบ รวมกับ 18 ชาติที่ผ่านเข้ารอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบสาม รวมทั้งเป็น 24 ทีม จะได้ฟาดแข้งรอบสุดท้ายของเอเชี่ยน คัพ 2027 ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 15 มกราคม-8 กุมภาพันธ์ 2570 ต่อไป

นับเป็นทัวร์นาเมนต์สำคัญอย่างยิ่งสำหรับทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทยในปีนี้ ซึ่งแม้ว่าผลการจับสลากแบ่งสายที่ออกมานั้นจะไม่ถือว่าเป็นงานหนักในการเผชิญหน้ากับ เติร์กเมนิสถาน, ไต้หวัน และศรีลังกา แต่จะประมาทคู่แข่งขันในระดับเอเชียไม่ได้ โดยเชื่อว่า มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวซามูไรแห่งทัพช้างศึกได้มีการวางแผนเตรียมทีมล่วงหน้าเอาไว้แล้ว และเชื่อมั่นว่าจะทำผลงานได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน

และแน่นอนว่า ในศึกคัดเอเชี่ยน คัพ 2027 จะตรงกับปฏิทินฟีฟ่า เดย์ ดังนั้นทีมชาติไทยจะได้ขุมกำลังนักเตะชุดดีที่สุดจากแต่ละสโมสรมารับใช้ชาติในครั้งนี้ ทำให้ทัพช้างศึกจะจัดเต็มขุนพลแข้ง เพื่อเป้าหมายในการผ่านรอบคัดเลือกไปสู่การแข่งขันรอบสุดท้าย ที่ซาอุดีอาระเบีย

ชบาแก้วหวนคืนบอลโลกสมัย3
ในส่วนของนักเตะสาว “ชบาแก้ว” ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดใหญ่ มีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่กับการหวนคืนไปสู่การแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกให้ได้อีกครั้งเป็นสมัยที่ 3 หลังจากก่อนหน้านี้ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย เคยไปฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มาแล้ว 2 สมัยติดต่อกัน ในยุคที่ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ยังเป็นผู้จัดการทีม เริ่มจากเมื่อปี 2015 ที่ประเทศแคนาดา และเมื่อ 2019 ที่ประเทศฝรั่งเศส

สำหรับปีนี้ทีมฟุตบอลสาวไทยจะมีภารกิจในรายการฟุตบอลโลก 2027 รอบคัดเลือก ซึ่งจะเริ่มคัดเลือกของโซนเอเชีย ในระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน-5 กรกฎาคม 2568 ก่อนที่รอบสุดท้ายจะแข่งขันที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นเจ้าภาพ ในระหว่างวันที่ 1-21 มีนาคม 2569 เพื่อคัดเลือกทีมตามโควต้า 6+2 ทีม ผ่านเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก ในปี 2027 ที่ประเทศบราซิล

ที่ผ่านมา “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ และ “โค้ชหนึ่ง” ดร.หนึ่งฤทัย สระทองเวียน ผู้อำนวยการฝ่ายฟุตบอลหญิง ได้ร่วมมือทำงานกับคณะทำงานจากสหพันธ์ฟุตบอลแห่งยุโรป หรือยูฟ่า และสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือเอเอฟซี เพื่ออบรมเรื่องการจัดทำแผนพัฒนาฟุตบอลหญิงในด้านต่างๆ จากคำปรึกษาของยูฟ่า และเอเอฟซี ในการพัฒนาวงการฟุตบอลหญิงไทย

โดยเฉพาะการเขียนแผนพัฒนาฟุตบอลหญิงร่วมกัน ภายใต้เส้นทาง Road to Brazil 2027 พร้อมระดมเฟ้นหาแข้งลูกครึ่งสาวไทยจากทั่วโลก เพื่อคัดเลือกติดทีมชาติไทย เพื่อเป้าหมายให้ทัพชบาแก้วติดเป็น 1 ใน 6 ทีมที่ได้ไปฟุตบอลโลกแบบอัตโนมัติ หรืออย่างน้อยที่สุด 2 ทีมในรอบเพลย์ออฟ์

ทั้งหมดนี้เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับทีมฟุตบอลหญิงไทย และจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพื่อต่อยอดสู่เป้าหมายใหญ่ร่วมกันที่จะเกิดขึ้นในปีนี้

ภารกิจบอลไทยทวงแชมป์ซีเกมส์
ทีมฟุตบอลไทยห่างหายจากการครองแชมป์มหกรรมกีฬาซีเกมส์ไปอย่างยาวนาน ทั้งทีมชายและทีมหญิง โดย ทีมฟุตบอลชาย ได้แชมป์ซีเกมส์ครั้งล่าสุด เมื่อ 2017 ในการแข่งขันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งครั้งนั้นเฉือนชนะเจ้าภาพมาเลเซีย 1-0 แต่จากนั้นเป็นต้นมาในซีเกมส์ 3 ครั้งหลังสุดไม่เคยได้แชมป์ และได้เพียงแค่รองแชมป์ 2 ครั้งเท่านั้น

นับตั้งแต่ซีเกมส์ 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ ทีมไทยตกรอบแรกไปแบบพลิกความคาดหมาย จากนั้นซีเกมส์ 2021 ที่ประเทศเวียดนาม ทีมไทยผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ แต่ก็พลาดท่าพ่ายต่อคู่ปรับตลอดกาลอย่าง เวียดนาม 0-1 และซีเกมส์ 2023 ที่ประเทศกัมพูชา ทีมไทยทะลุเข้าถึงรอบชิงอีกครั้ง แต่ก็อกหักพ่ายต่อ อินโดนีเซีย ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-5 พร้อมเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายกระฉ่อนไปทั่วโลก

ขณะที่ ทีมฟุตบอลหญิงไทย คว้าแชมซีเกมส์ครั้งล่าสุดต้องย้อนกลับในกีฬาซีเกมส์ 2013 ที่ประเทศพม่า แต่จากนั้นทีมแข้งสาวไทยไม่สามารถก้าวไปถึงการคว้าแชมป์อาเซียนได้เลย และต้องตกเป็นรองแข้งสาวเวียดนาม ที่ประกาศศักดาครองแชมป์ซีเกมส์ต่อเนื่อง 4 สมัยติดต่อกัน ไล่ตั้งแต่ในกีฬาซีเกมส์ 2017, 2019, 2021 และ 2025

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025 ครั้งที่ 33 ประเทศไทยจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการชิงชัยในระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ดังนั้นทีมฟุตบอลชายและหญิงทีมชาติไทยต่างมีเป้าหมายสถานเดียวเท่านั้นคือ การทวงแชมป์ฟุตบอลซีเกมส์กลับคืนมาในแผ่นดินไทยให้ได้ ซึ่งเป็นภารกิจทวงแชมป์ซีเกมส์ และเป็นสิ่งที่แฟนบอลชาวไทยรอคอยมานานแล้ว

สำหรับทีมฟุตบอลชาย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ภายใต้การคุมทัพของ ทาคายูกิ นิชิกายะ กุนซือชาวญี่ปุ่นเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนด้วยแนวทาง เจแปน เวย์ ตามแบบฉบับของทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ซึ่งรูปแบบและแนวทางการทำทีมชาติไทย ชุด 23 ปี จะมีความสอดคล้องและสามารถยกระดับนักเตะสู่ทีมชาติชาติไทย ชุดใหญ่ อย่างต่อเนื่อง และเป้าหมายสำคัญที่สุดในปีนี้คือการคว้าแชมป์ซีเกมส์ในรอบกว่า 8 ปี

ขณะที่ทีมฟุตบอลหญิงได้มีการเตรียมทีมมาอย่างต่อเนื่องภายใต้การดูแลของ“โค้ชหนึ่ง” ดร.หนึ่งฤทัย สระทองเวียน ซึ่งได้มีการผสมผสานนักเตะชุดเก่า และนักเตะดาวรุ่งสายเลือดใหม่ เข้ามาผนึกกำลังร่วมกัน ซึ่งในศึกซีเกมส์ 2025 บนแผ่นดินไทยในครั้งนี้จะนับเป็นทัวร์นาเมนต์สำคัญในช่วงปลายปีของทัพชบาแก้วที่แบกรับความกดดันกับการทวงแชมป์ซีเกมส์ในรอบ 12 ปี

รากฐานสำคัญของระบบเยาวชน
นอกเหนือจากโปรแกรมการแข่งขันของทีมชาติชุดต่างๆ แล้ว อีกสิ่งที่ถือเป็นรากฐานสำคัญก็คือ การพัฒนาระบบเยาวชนไทยของฟุตบอลไทย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญกับการวางแนวทางการพัฒนานักฟุตบอลเยาวชน ทั้งในรูปแบบของการจัดโครงการพัฒนาต่างๆ รวมทั้งการจัดการแข่งขันขึ้นมาเพื่อเป็นเวทีในการแสดงศักยภาพฝีเท้าของบรรดาเหล่านักเตะดาวรุ่ง

ที่ผ่านมาสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก็ได้มีการวางแผนในการพัฒนาระบบเยาวชนไทยกันอย่างเต็มที่ทั้งในรูปแบบต่างๆ แต่ก็ยังไม่ได้เห็นผลออกมาอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นในรอบปีนี้ การพัฒนาระบบเยาวชนไทยของฟุตบอลให้มีทิศทางชัดเจน จึงเป็นอีกสิ่งที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศ รวมทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน จะต้องร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง

และแน่นอนว่าอีกไม่นานนี้ผลผลิตจากระบบเยาวชนไทยฟุตบอลก็จะได้เริ่มได้เห็นผลงานที่ชัดเจนในอนาคตข้างหน้าได้อย่างแน่นอน…

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับตาทิศทางลูกหนังไทย ศักราช 2568 ภารกิจสำคัญทัพช้างศึก-ชบาแก้ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...