โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กลยุทธ์สร้างคอนเทนต์ฉบับ ‘Netflix’ สร้างเรื่องที่คนกลัวพลาด เคล็ดลับที่ทำรายได้ 9.8 พันล้านเหรียญปี 2024

TODAY Bizview

อัพเดต 27 พ.ย. 2567 เวลา 13.03 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2567 เวลา 06.03 น. • workpointTODAY

เจ้าพ่อแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุด หนึ่งในนั้นยังคงเป็น Netflix ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีตัวเลือกมากมายให้ผู้บริโภคใช้ตามความชอบ แต่ดูจากรายได้ของ Netflix ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้่ ที่แตะเกือบ 9,800 ล้านเหรียญ และน่าจะเพิ่มขึ้นอีกในช่วงปลายปี สะท้อนว่าความนิยมของแพลตฟอร์มนี้ยังดูสดใส

ในงาน AdPeople Symposium 2024 จัดโดยสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย มีหัวข้อที่ ‘พลอย-รณัสถ์ ศรีรุ่งเรืองเดชา’Head of Marketing, Netflix Thailand ได้แชร์บนเวทีเกี่ยวกับ “AdFlix บันเทิงสร้างสรรค์ วิถีเน็ตฟลิกซ์ ที่จุดกระแสสังคม”

พูดว่าเป็นเหมือนแนวทางการเลือกคอนเทนต์ และเบื้องหลังการคิด ที่มาของการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมหลายๆ เรื่องทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่ง DNA ของ Netflix สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ การสร้างเรื่องราวที่มาจากวัฒนธรรม ความเชื่อ หรือสิ่งที่เป็นกระแสในสังคมของแต่ละประเทศ เปิดพื้นที่ให้คนในสังคมได้ถกเถียงกัน และแชร์สิ่งที่น่าสนใจในมุมของใครของมัน

[ พลังของ Word-of-Mouth]

พฤติกรรมคนสมัยนี้เปลี่ยนไปแบบที่ธุรกิจเก่าๆ อาจจะไม่คุ้นเคย จากที่คนเสพโฆษณา ดูโทรทัศน์ ตอนนี้ลดน้อยลงเรื่อยๆ ผู้คนเปิดใจกับสิ่งใหม่ ชอบค้นหาข้อมูลด้วยตัวเอง ดังนั้น ทฤษฎีทางการตลาดที่เหมาะกับมนุษย์ปัจจุบันก็คือ Word-of-Mouth’

การบอกต่อ แชร์ต่อ ถือว่าเป็นศาสตร์ขั้นสูงของความประทับใจเพราะคนเราจะพูดต่อหรือแนะนำคนอื่นได้ต้องผ่านการทดลองใช้มาด้วยตัวเอง และรู้สึกว่ามันดี มันใช่เลย และน่าประทับใจ ผู้คนยุคใหม่เลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่คนอื่นบอกต่อ ยิ่งบอกแบบปากต่อปากยิ่งดี

Netflix เข้าใจพฤติกรรมนี้ โดยสิ่งที่ปรับใช้กับ Original Content และเป็นที่พูดถึงในกระแสสังคมอย่างมาก เช่น เรื่อง Doctor Climax, สาธุ, อย่ากลับบ้าน, สืบสันดาน, One Piece ฯลฯ

โดยข้อดีของการวางกลยุทธ์คอนเทนต์เพื่อให้เกิดการปากต่อ พูดถึงเป็นวงกว้างในสังคม ก็คือ

  • 92% ของผู้บริโภคจะไว้ใจเชื่อใจในเรื่องราวที่อยากสื่อสารมากกว่าดูจากโฆษณา
  • 20% สามารถช่วยลดต้นทุนในการใช้เงินสร้างการรับรู้
  • 25% กระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความภักดีต่อแบรนด์มากขึ้น

โดยหลักการที่ Netflix ใช้ในการทำการตลาดและครองใจผู้บริโภค จนเกิดการบอกต่อ ก็คือ ‘FOMO’ มาจากคำว่า Fear of Missing Out ที่แปลว่าความกลัวที่จะพลาดบางสิ่งบางอย่างซึ่งเป็นหลักพื้นฐานมากๆ ของคนที่อยากรู้เหมือนคนอื่น พูดในสิ่งที่คนอื่นในสังคมพูดกัน

[ สร้าง Conversation ให้ได้ ]

สำหรับ พลอย-รณัสถ์ เธอย้ำหลายครั้งเกี่ยวกับการสร้าง Conversation คือหัวใจสำคัญของ Netflix เพราะถ้าไม่มีการพูดคุย ไม่มีการถกเถียงกัน ก็จะไม่มีการขยายการรับรู้เป็นวงกว้าง

โดยหลักการที่สำคัญอีกอย่างที่เธอพูดถึงก็คือ ‘Hierarchy of Conversation’ มันก็คือหลักการคิดแบบ 4 ขั้น WHY – WHO – WHAT – HOW

WHY มันก็คือสิ่งที่เราพูดข้างบน คือการสร้างลูปที่ทำให้คนจดจำ สร้างเรื่องราว, กระตุ้นให้คนคิด และเกิดการพูดต่อถกเถียง สิ่งเหล่านี้ธุรกิจหรือแบรนด์ต้องตกผลึกให้ได้ว่าคอนเทนต์นั้นๆ ที่ราอยากจะสร้างขึ้น ‘สร้างทำไม?’

WHO สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราสำคับกว่าที่คิด รวมถึงทีมงานที่ช่วยเหลือกันมาด้วย เพราะคนที่จุดกระแสสังคมได้เร็วที่สุดก็คือคนที่มีส่วนสร้างกระแสนั้นๆ ขึ้นมา สมัยนี้ทุกคนมีความเป็น Social experts ทั้งนั้นอยู่ที่ว่าทีมทำงานเราโหยหาการจุดกระแสหรือไม่ กล้าเสี่ยงที่จะสร้างกระแสในสังคมหรือไม่

WHAT หัวใจของบิ๊กแคมเปญเบื้องหลังมากมาย ไม่ใช่เกิดจาก big idea แต่เป็น a core talking point มันคือการคิดว่า ฉันจะให้คนคุยอะไรกันดีนะ? เรื่องราวอะไรที่เราอยากให้คนพูดกันและคนต้องกล้าที่จะพูดด้วย ซึ่งเรื่องที่คนอยากคุยกันมากที่สุดยังคงเป็น ดารา, ความแซ่บ, ความลับของคนรวย, ความดาร์กในสังคม, เรื่องที่แตะต้องไม่ได้ ก็เป็นที่มาของเรื่อง ‘สาธุ’ บน Netflix

HOW ก่อนอื่นต้องกล้า ‘เลิกใช้’ แผนมีเดียแบบเดิมๆ ให้โจทย์ที่ต้องใช้ความสร้างสรรค์และคิดนอกกรอบมากขึ้น ปัจจุบันเราไม่ได้อยู่ในยุคของ story telling แต่เป็น sharing ดังนั้น แคมเปญการตลาดหรือการโปรโมตบางอย่างต้องสอดคล้อง รวมไปถึง การใช้ KOLs ให้ยึดหลักการว่า “The right KOLs may not have higher followers” อย่าตัดสินแค่เพราะอินฟลูเอนเซอร์คนนั้นยอดติดตามน้อยคงทำผลงานได้ไม่ดี เพราะมันอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว

สุดท้ายการย้ำจุดยืนของ Netflix เป็นอีกครั้งที่เห็นตัวตนและทิศทางของแพลตฟอร์มนี้ชัดเจน “เราไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง แต่เป็นสื่อกลางในการสร้างบทสนทนาที่สะท้อนไปทั่วโลก เพื่อบอกเรื่องราวที่จุดประกายจากความเชื่อและวัฒนธรรมทั่วโลก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...