อีลอน มัสก์ รวยไม่หยุด จ่อขึ้นแท่น มหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์คนแรกของโลก ใน 2 ปี
มหาเศรษฐีโลก รวยพุ่ง 15 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2567 เผย ความมั่งคั่งโตต่อเนื่อง คาด อีลอน มัสก์ จ่อเป็น มหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์ คนแรกของโลก ภายในปี 2570
วันที่ 20 มกราคม 2568 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2567 โดยบรรดาบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกต่างได้รับประโยชน์จากมรดกและความสัมพันธ์ที่มีอิทธิพลเพิ่มมากขึ้น ตามรายงานความไม่เท่าเทียมกันประจำปีล่าสุดของ Oxfam
ความมั่งคั่งรวมของบรรดามหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เติบโตจาก 13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สู่ระดับ 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลาเพียงปีเดียว ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีที่มากที่สุดเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่ Oxfam เริ่มติดตามบันทึกข้อมูลดังกล่าว
รายงานดังกล่าว ซึ่งอ้างอิงข้อมูลของธนาคารโลก ระบุว่า ในทางตรงกันข้ามกับความมั่งคั่งนั้น จำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในความยากจน แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยนับตั้งแต่ปี 2533 โดยในปัจจุบัน ประชากรที่มีฐานะร่ำรวยที่สุด 1% ครองสัดส่วน 45% ของทรัพย์สินความมั่งคั่งทั่วโลก ในขณะที่ประชากร 44% ของโลก ดำรงชีวิตอยู่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจนที่ธนาคารโลกกำลังหนดไว้ ด้วยเงิน 6.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน
ในขณะที่ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีเติบโตเร็วเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ Oxfam ได้คาดการณ์ว่าจะมีมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5 ล้านล้านคน ภายในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดย นายอมิตาภ เบฮาร์ ผู้อำนวยการบริหารของ Oxfam International กล่าวว่า การครอบงำเศรษฐกิจโลก โดยกลุ่มผู้มีสิทธิพิเศษเพียงไม่กี่คน ได้พุ่งไปถึงระดับที่ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าไม่อาจจินตนาการได้
“การไม่สามารถควบคุมความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีได้ในขณะนี้ กำลังเปิดทางให้กับมหาเศรษฐีล้านล้านในอนาคต มหาเศรษฐีไม่เพียงแต่สะสมความมั่งคั่งได้เร็วกว่าเดิมถึง 3 เท่าเท่านั้น แต่ยังมีอำนาจมากขึ้นอีกด้วย” นายเบฮาร์ กล่าวเสริม
รายงานเน้นย้ำถึงการเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งที่ไม่ได้มาจากการทำงาน โดยเผยให้เห็นว่า 60% ของทรัพย์สินของมหาเศรษฐีในปัจจุบันมาจากมรดก การผูกขาด หรืออิทธิพลของความสัมพันธ์หรือเครือพวกพ้อง
ด้านรายงานของ Informa Connect Academy ระบุว่า นายอีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา (Tesla) และพันธมิตรใกล้ชิดของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ คาดว่าจะกลายเป็นมหาเศรษฐีถึงล้านล้านดอลลาร์สหรัฐคนแรกของโลก ภายในปี 2570
ตามข้อมูลจาก ดัชนี Bloomberg Billionaires นั้น ในปัจจุบัน ทรัพย์สินสุทธิของนายมัสก์ อยู่ที่ประมาณ 4.4 แสนล้านดอลลาร์
Oxfam เรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ดำเนินการให้มั่นใจได้ว่า ผู้มีรายได้สูงสุด 10% ของโลก จะไม่มีรายได้สูงกว่า 40% ของผู้มีรายได้ต่ำสุดทั่วโลก โดยกฎเกณฑ์เศรษฐกิจโลกควรได้รับการปรับปรุงแก้ไข เพื่อยกเลิกการผูกขาด เสริมสร้างการควบคุมดูแลขององค์กร และนำนโยบายภาษีโลกที่ยุติธรรมขึ้นมาใช้เพื่อให้ผู้มั่งคั่งต้องรับผิดชอบอย่างเป็นธรรม
“การที่เงินไหลเข้าบัญชีธนาคารของบรรดาคนรวย แทนที่จะนำไปลงทุนจ้างครูและซื้อยารักษาโรค ไม่เพียงแต่จะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อมนุษยชาติด้วย” นายเบฮาร์ กล่าว
ทั้งนี้ นายเบฮาร์ กล่าวอีกว่า บรรดามหาเศรษฐีจำนวนมากที่เรียกตัวเองว่า เป็นผู้สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตนเองนั้น แท้จริงแล้วเป็นผู้สืบทอดทรัพย์สินมหาศาลที่ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งทำให้ระบบชนชั้นสูงดำรงอยู่ต่อไป โดยความมั่งคั่งและอำนาจจะกระจุกตัวอยู่ในมือของคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
อ้างอิง : cnbc.com