โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนภัย ! หลอกสมัครงาน อ้าง “แค่นอนก็ได้เงิน” ลวงเข้ากลุ่มลงทุน พาสูญเงิน | ชัวร์ก่อนแชร์ CyberAlert!🚨

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 20 เม.ย. 2566 เวลา 11.51 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2566 เวลา 04.40 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

วิธีหลอก : สร้างคลิปวิดีโอโฆษณาชวนเชื่อ เกี่ยวกับการรับสมัครผู้ทดสอบการนอนโรงแรม
อุบาย : ให้ทดลองงานออนไลน์ และให้ค่าตอบแทนจริง แต่หลังจากนั้นจะหลอกให้เข้ากลุ่มผ่านแอปพลิเคชัน Telegram เพื่อทำภารกิจเสริม โดยต้องโอนเงินร่วมลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนท้ายที่สุดจะอ้างเหตุผลที่ไม่สามารถถอนเงินดังกล่าวกลับมาได้
ช่องทาง : เผยแพร่โฆษณาทางแอปพลิเคชัน Facebook, TikTok หรือ Instagram ส่วนการหลอกลวงให้เสียเงินจะเกิดขึ้นทางแอปพลิเคชัน LINE และ Telegram

ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย มิจฉาชีพสร้างโฆษณารับสมัครผู้ทดสอบการนอนโรงแรม หลอกแอดไลน์ อ้างเรื่องทดลองงาน ก่อนต้มซ้ำให้เข้ากลุ่ม Telagram ไปทำภารกิจเสริม พาสูญเงิน ด้านโฆษกแนะให้ระมัดระวังการหารายได้ในลักษณะนี้ พร้อมแนบ “แนวทางการป้องกันการถูกหลอกลวงหารายได้จากการทำกิจกรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์

กรุงเทพฯ 20 เม.ย. 66 – พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ออกประชาสัมพันธ์เตือนภัย กรณีมิจฉาชีพสร้างคลิปวิดีโอโฆษณาชวนเชื่อ หลอกลวงให้เหยื่อทดลองงานในฐานะผู้ทดสอบการนอนโรงแรม นอกจากนี้ยังใช้อุบายกลุ่มภารกิจเสริมบนแอปพลิเคชันอื่น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คือ กลุ่มอันตราย หลอกให้โอนเงินลงทุน โดยท้ายที่สุดเหยื่อจะไม่สามารถถอนเงินดังกล่าวกลับมาได้ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

สร้างโฆษณาชวนเชื่อ อ้างเป็นงานสบาย ล่อลวงเหยื่อให้ติดกับดัก

บช.สอท. พบผลจากการตรวจสอบในระบบการรับแจ้งความออนไลน์ว่า ก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งร้องทุกข์เกี่ยวกับการหลอกลวงให้ทำงาน หรือทำภารกิจออนไลน์ เพื่อหารายได้ผ่านคลิปวิดีโอโฆษณาตามช่องทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok หรือ Instagram ก็ตาม โดยเป็นงานในตำแหน่งผู้ทดสอบการนอนโรงแรม ซึ่งได้รับแจ้งร้องทุกข์มาเป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากคำกล่าวอ้างบนโฆษณาชวนเชื่ออย่าง “แค่นอนก็ได้เงิน” หรือ “เป็นงานสบายที่ได้ผลตอบแทนสูงกว่า 30,000 บาทต่อเดือน รวมถึงได้รับสวัสดิการ ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ฟรี” ย่อมดึงดูดให้ประชาชนที่อาจไม่เท่าทันกลโกง และต้องการหารายได้ทางออนไลน์อยู่แล้ว หลงเชื่อจนติดต่อเข้าไปขอรายละเอียดเพิ่มเติมทางแอปพลิเคชันไลน์

การติดต่อดังกล่าว เป็นจุดเริ่มต้นของอุบายแรก โดยแอดมินปลอมจะกล่าวอ้างถึงรายละเอียดงาน และสวัสดิการทั้งหมด แต่จะมุ่งเน้นไปยังการทดลองงานออนไลน์มากที่สุด ทางผู้สมัครจะต้องส่งข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อนามสกุล อายุ เพศ อาชีพ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และที่อยู่ ประกอบกับหลักฐานการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโรงแรมต่าง ๆ ซึ่งผู้สมัครไม่จำเป็นจะต้องไปทดสอบนอนโรงแรม ณ สถานที่จริงแต่อย่างใด เพียงแสดงความสามารถเบื้องต้นผ่านการกดให้ดาว และเขียนแสดงความคิดเห็นในทางที่ดี จำนวน 50 คำขึ้นไปบนระบบ Google Map เพื่อนำมาประเมินว่า ผู้สมัครมีความสามารถเพียงพอหรือไม่ ควรได้รับการว่าจ้างให้ทดสอบการนอนในสถานที่จริงหรือไม่ เป็นเวลา 7 วัน หากผู้สมัครทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้วก็จะได้รับค่าตอบแทนจริง เป็นจำนวนเงิน 50-80 บาทต่องาน ซึ่งการกระทำเช่นนี้ สร้างความเข้าใจผิดให้กับเหยื่อว่า องค์กรเบื้องหลังมีความน่าเชื่อถือ สามารถไว้วางใจที่จะทำงานต่อไปได้

ต้มซ้ำให้เข้ากลุ่ม Telagram ไปทำภารกิจเสริม พาสูญเงิน

หลังจากนั้นแอดมินปลอมจะเริ่มอุบายถัดไป คือ แจ้งให้เข้าร่วมกลุ่มในแอปพลิเคชัน Telegram เพราะมีงานภารกิจเสริมให้ทำ แต่เมื่อเหยื่อเข้าร่วมกลุ่มดังกล่าว กลับถูกแอดมินปลอมหลอกลวงให้โอนเงิน เพื่อลงทุนเทรดหุ้นจากคำกล่าวอ้างที่ว่า “จะได้รับกำไรมากกว่านี้” โดยการโอนเงินร่วมลงทุนในครั้งแรก จะเป็นเพียงเงินจำนวนไม่มากและได้รับกำไรคืนมาจริง แต่ในครั้งถัดไปจะหลอกลวงให้เพิ่มจำนวนเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ จนท้ายที่สุดจะอ้างเหตุผลที่ไม่สามารถถอนเงินดังกล่าวกลับมาได้

โฆษก บช.สอท. แนะให้ประชาชนระมัดระวังการหารายได้ในลักษณะนี้
ด้านโฆษก บช.สอท. กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า นอกจากการหลอกลวงในลักษณะนี้แล้ว ยังพบว่ามีการหลอกลวงในลักษณะอื่น ๆ ที่คล้ายกันอีกตามแต่ที่มิจฉาชีพออกอุบาย โดยอาศัยการสร้างโฆษณา ประกาศเชิญชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ในบางกรณีอาจส่งข้อความสั้น (SMS) ไปยังเหยื่อโดยตรง เพื่อให้กดลิงก์เข้ากลุ่มทำงานปลอม จนกระทั่งถูกหลอกลวงไปตามลำดับ ดังนั้นการทำกิจกรรม หรือธุรกรรมใด ๆ บนโลกออนไลน์ต้องมีสติ ระมัดระวัง และรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ สำหรับแนวทางการป้องกันการถูกหลอกลวงหารายได้จากการทำกิจกรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ มีดังนี้
1. เมื่อพบคำเชิญชวนให้ทำงานออนไลน์ผ่านทางข้อความสั้น (SMS) หรือประกาศโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, Instagram และ Tiktok อย่าเข้าไปติดต่อสมัครทำงานเป็นอันขาด มักจะมีการแอบอ้างสัญลักษณ์ของหน่วยงาน หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องมาเพิ่มความน่าเชื่อถือ
2. หลีกเลี่ยงข้อเสนอที่ฟังดูดี หรือมีผลตอบแทนสูง ทำง่าย มีขั้นตอนไม่ซับซ้อน
3. หากต้องการจะทำงานจริง ๆ ให้ปรึกษาสายด่วนของตำรวจไซเบอร์ที่หมายเลข 1441 หรือ 08-1866-3000 เพื่อปรึกษา สอบถามว่า งานดังกล่าวเข้าข่ายหลอกลวงเป็นมิจฉาชีพหรือไม่
4. หากพบว่ามีการให้โอนเงินมัดจำ เงินลงทุน หรือสำรองเงินใด ๆ ก่อน สันนิษฐานได้ทันทีว่ากำลังโดนมิจฉาชีพหลอกลวง อย่าโอนเงินไปเด็ดขาด
5. ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงินใด ๆ มิจฉาชีพมักจะให้เหยื่อส่งหลักฐาน ข้อมูลส่วนตัว อ้างว่าใช้ในการสมัครงาน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
6. ระมัดระวังการโอนผ่านบัญชีของบุคคลธรรมดา ควรตรวจสอบหมายเลขบัญชีธนาคาร หรือชื่อนามสกุลเจ้าของบัญชี ก่อนโอนเงินทุกครั้งว่า มีประวัติไม่ดีหรือไม่ ผ่านhttps://www.blacklistseller.com หรือhttps://www.chaladohn.com เป็นต้น
7. ช่วยกันตรวจสอบ สอดส่องบุตรหลาน บุคคลใกล้ชิดว่า มีพฤติกรรมทางการเงินผิดปกติหรือไม่ เพื่อจะได้สามารถให้คำปรึกษา ยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ทันท่วงที

ทีมข่าวไซเบอร์ ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์
ผู้สื่อข่าว : สุวัชรียา จันทร์บัว
พิสูจน์อักษร : จิรัชยา นวลนิ่มน้อย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...