แทคติกใหม่ ลิเวอร์พูล ที่ต้องรอพิสูจน์ความสำเร็จ
ในที่สุดเยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็พาพลพรรค “หงส์แดง” กลับมาโชว์ฟอร์มได้เข้าที่เข้าทางอีกครั้ง หลังเดินหน้าเก็บชัยชนะในเกมลีกได้ถึง 4 นัดติดต่อกัน
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล กลับมาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมคือ การที่ คล็อปป์ ตัดสินใจปรับเปลี่ยนตำแหน่งของ เทรนต์-อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ จากเดิมที่เป็นแบ็คขวา ให้ขยับมารับบทบาท “Inverted Fullback”
Inverted Fullback คือ การที่ผู้เล่นตำแหน่งฟูลแบ็คจะขยับเข้ามายืนบริเวณตรงกลางสนามเวลาทีมเปิดเกมรุก โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้จำนวนผู้เล่นในแผงมิดฟิลด์ได้เปรียบคู่แข่ง และเพิ่มมิติในเกมบุกให้มากขึ้น
ก่อนหน้านี้ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ โดนวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการเล่นเกมรับที่ไม่ดีนักในตำแหน่งแบ็คขวา แต่หลังจากได้รับหน้าที่ใหม่ ดาวเตะวัย 24 ปี ก็ระเบิดฟอร์มด้วยการทำแอสซิสต์ไปถึง 6 ครั้ง จาก 5 เกมหลังสุด
อย่างไรก็ตาม ฟอร์มที่กำลังน่าประทับใจของ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ และ ลิเวอร์พูล นั้น เมื่อมองไปที่ผลการแข่งขันแล้วจะเห็นได้ว่า “หงส์แดง” เสียประตูให้กับคู่แข่งทุกเกม และแนวรับก็มีช่องโหว่มากมาย
4 เกมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 6-1, ชนะ นอตติงแฮม ฟอเรสต์ 3-2 ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-1 และล่าสุดพลิกนรกเชือด ทอตแนม ฮอตสเปอร์ แบบสุดมันส์ 4-3
ลิเวอร์พูล ยิงประตูได้เยอะก็จริง แต่ปัญหาหลักหลังจาก อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ถูกขยับขึ้นไปในแผงมิดฟิลด์ นั้น ในพื้นที่แนวรับของพวกเขาจะเหลือผู้เล่นเพียง 3 ราย ประกอบด้วย อิบราฮิมา โกนาเต, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน
โกนาเต ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟฝั่งขวา คือ คนที่เจองานหนักที่สุด เพราะต้องขยับไปรับผิดชอบพื้นที่ในจุดที่ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ทิ้งเอาไว้ ขณะที่ ฟาน ไดจ์ค ในฐานะกองหลังตัวกลางก็ต้องทำหน้าที่อ่านเกมบอลจังหวะสอง ส่วน โรเบิร์ตสัน ต้องดูแลทั้งเกมรุก และเกมรับในพื้นที่ด้านหลังฝั่งซ้าย
นั้บตั้งแต่ คล็อปป์ เข้ามาคุมทีม ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015 เขาเลือกใช้แผงแบ็คโฟร์มาตลอด และประสบความสำเร็จอย่างมากมาย แต่ในตอนนี้ แนวทางการเล่นของ “หงส์แดง” เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงด้วยระบบกองหลัง 3 คน และผู้เล่นในแนวรับต้องเจองานที่หนักขึ้นอีกเท่าตัว
ขณะเดียวกัน คล็อปป์ เหมือนจะเปรยเป็นนัย ๆ แล้วว่า แผนการเล่นใหม่นี้จะถูกนำไปต่อยอดเพื่อใช้ในฤดูกาลหน้า ซึ่งหมายความว่า อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ น่าจะยังรับบท Inverted Fullback ต่อไป
บางทีการเสริมทัพของ ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์นี้ อาจไม่ได้มีเพียงแค่มิดฟิลด์คนใหม่เท่านั้น แต่พวกเขายังคงต้องมองหาปราการหลังที่สามารถยืนในระบบแนวรับ 3 คนได้อีกด้วย
แทคติกใหม่ของ คล็อปป์ กำลังไปได้สวย และน่าสนใจอย่างมาก แต่สุดท้ายปัญหาเกมรับที่เสียประตูอย่างง่ายดายก็ยังต้องรอการพิสูจน์ว่า “หงส์แดง” จะประสบความสำเร็จกับแนวทางใหม่ของพวกเขาหรือไม่ ?