โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลัทธิราม เมืองอโยธยา เมืองละโว้ (ทวารวดี) พระกฤษณะ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 เม.ย. 2566 เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2566 เวลา 11.42 น.

ลัทธิราม เมืองอโยธยา เมืองละโว้ (ทวารวดี) พระกฤษณะ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

การเมืองก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา จิตร ภูมิศักดิ์ ตั้งสมมุติฐาน “ชั่วคราว” เกี่ยวกับลัทธิอินทร์ของตระกูลอินทร์ และลัทธิรามของตระกูลราม มีสาระสำคัญสรุปว่า

หนึ่ง พระเจ้าอู่ทอง (อพยพลงมาจากเหนือ) นิยมชื่อ “ราม” และนามเมือง “อโยธยา”

สอง ขุนหลวงพะงั่ว (ครอบครองลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด) นิยมชื่อ “อินทร์” อยู่สุพรรณภูมิ (อู่ทอง) และสุพรรณบุรี

อยู่ในหนังสือ “สังคมไทยลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนสมัยศรีอยุธยา” (สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน พิมพ์ครั้งที่สาม พ.ศ. 2547 หน้า 354-356) มีตอนสำคัญดังนี้

“1. ตระกูลของพระเจ้าอู่ทองทั้งหมด——-เป็นฝ่ายนิยมใช้ชื่อราม และใช้นามราชธานีของตนว่าอโยธยา, โดยให้สอดคล้องกับเรื่องในนารายณ์อวตาร (นารายณ์สิบปาง) ที่ได้ลงมาเกิดเป็นพระรามครองนครอโยธยา.

  • ตระกูลของขุนหลวงพงั่วทั้งหมด เป็นฝ่ายนิยมใช้ชื่ออินทร์ ตั้งมั่นอยู่ที่เมืองสุพรรณภูมิ (อู่ทอง) และสุพรรณบุรี.
  • 3. ตระกูลของฝ่ายอินทร์ เป็นฝ่ายที่ครอบครองดินแดนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมดมาแต่เดิม ก่อนหน้าที่จะเกิดมีคตินิยมที่ถือตนเป็นพระรามจะเกิดขึ้น และก่อนหน้าที่ตระกูลรามจะอพยพลงมาจากเหนือ.”

โดยภาพรวมๆ กว้างๆ สนับสนุนสมมุติฐาน “ชั่วคราว” ของ จิตร ภูมิศักดิ์ ที่ว่า ตระกูลอินทร์ มีอำนาจทางฟากตะวันตกลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีสุพรรณภูมิเป็นศูนย์กลาง ส่วนตระกูลราม มีอำนาจทางฟากตะวันออกลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีละโว้เป็นศูนย์กลาง

แต่เมื่อลงลึกถึงหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีที่พบมากขึ้นสมัยหลังจนปัจจุบัน มีบางอย่างต่างจากสมมุติฐาน “ชั่วคราว” ของ จิตร ภูมิศักดิ์ จะยกมาดังนี้

พระเจ้าอู่ทอง ไม่มีตัวตนจริง เพราะมีต้นตอจากท้าวอู่ทอง “วีรบุรุษในตำนาน” เป็นสัญลักษณ์ของตระกูลภาษาไท-ไต เคลื่อนไหวไปมาบนเส้นทางการค้าดินแดนภายในตั้งแต่ลุ่มน้ำโขงลงทางฟากตะวันตกลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ไม่ลงทางฟากตะวันออก เพราะพูดภาษาเขมรเข้มข้นอยู่ก่อนนานแล้ว) ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวข้องกลุ่มสุพรรณภูมิ (คือ สยาม พูดภาษาไท-ไต) มีทายาทคือขุนหลวงพะงั่ว

แต่เอกสารสมัยหลังรวมเอาพระเจ้าอู่ทองปะปนกับพระรามาธิบดี ต่อมาประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยระบุว่าพระเจ้าอู่ทอง คือ พระรามาธิบดี ซึ่งตรงข้ามหลักฐานที่พบสมัยหลังๆ จำนวนไม่น้อยระบุว่าพระเจ้าอู่ทองไม่ใช่พระรามาธิบดี เป็นคนละองค์

พระรามาธิบดี เชื่อว่ามีตัวตนจริง ครองเมืองอโยธยาศรีรามเทพนคร (นับถือพระราม) เป็นองค์สุดท้าย และเป็นองค์แรกของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเชื้อสายกษัตริย์วงศ์ละโว้ที่มีเครือข่ายเครือญาติถึงบ้านเมืองลุ่มน้ำมูลและอาณาจักรกัมพูชา ที่นับถือพระกฤษณะและพระรามซึ่งทั้ง 2 เป็นอวตารของพระวิษณุ คือพระนารายณ์

แต่ในละโว้ กลุ่มนับถือพระกฤษณะมีอำนาจเหนือกว่ากลุ่มนับถือพระราม ทำให้กลุ่ม นับถือพระรามต้องยอมสยบ

ละโว้ (จิตร ภูมิศักดิ์ บอกว่ามาจากคำว่า “ลูโว” ในตระกูลภาษามอญ-เขมร แปลว่า ภูเขา) นับถือพระกฤษณะ ซึ่งเป็นเจ้าครองเมืองทวารวดี (ละโว้คือเมืองทวารวดี) ตั้งแต่หลัง พ.ศ. 1000 ครั้นหลัง พ.ศ. 1500 ถูกเรียกว่า “ขอม” กษัตริย์ขอมละโว้เป็นเครือญาติใกล้ชิดกษัตริย์ทางลุ่มน้ำมูล (ในอีสาน) และกษัตริย์ทางโตนเลสาบ (ในกัมพูชา)

ในละโว้มีชนชั้น 3 กลุ่มอยู่ด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มนับถือพระกฤษณะ มีอำนาจมากสุดเหนือกลุ่มนับถือพระราม และกลุ่มนับถือศาสนาพุทธมหายาน

ต่อมาราว พ.ศ. 1650 ชนชั้นนำละโว้กลุ่มนับถือพระรามกับกลุ่มนับถือศาสนาพุทธเถรวาท (แบบลังกา) สถาปนาเมืองใหม่บริเวณป่าสัก-เจ้าพระยา (จ. พระนครศรีอยุธยา) เรียก “อโยธยาศรีรามเทพนคร” (หมายถึง อโยธยา เมืองของพระราม) เพราะการค้าสำเภากับจีนขยายตัวและมีพลังกว้างขวาง (เมืองที่จะถูกทำลายด้วยระบบรถไฟความเร็วสูง)

ขณะเดียวกันพวกสยามจากสุพรรณภูมิก็ขยายมาสถาปนาเวียงเหล็กทางฟากตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อมีส่วนแบ่งเส้นทางการค้าออกทะเลอ่าวไทย

อโยธยา ครั้นนานไปได้เป็นเมืองศูนย์กลางใหม่ของละโว้ ส่วนละโว้ลดอำนาจลงเป็นเมืองคู่กัน บางทีเรียก “ละโว้อโยธยา” หรือเอกสารบางเล่มเรียก “ละโว้โยฌิยา”

ลพบุรี เป็นชื่อใหม่พบครั้งแรกแผ่นดินพระนารายณ์ กษัตริย์กรุงศรีอยุธยา แต่ประทับอยู่เมืองละโว้ คือลพบุรี

ดังนั้น สมัยแรกเริ่มของลพบุรีที่ชื่อละโว้ หรือทวารวดี นับถือพระกฤษณะ ย่อมไม่เกี่ยวกับความเป็นพระราม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...