โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชี้เป้า! 7 แพลตฟอร์มเรียนฟรีจากจีน รวมคอร์สอัปสกิลภาษา+เรียนรู้สาขาเฉพาะทาง

Dek-D.com

เผยแพร่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 09.39 น. • DEK-D.com
รวมแหล่งเรียนออนไลน์ฟรีจากจีน ครบทุกสาขาวิชา

หนีห่าววว! สวัสดีชาว Dek-Dทุกคนค่า อย่างที่รู้กันดีว่าในปัจจุบัน “ภาษาจีน”เป็นอีกหนึ่งภาษายอดฮิตผู้คนในหลายประเทศทั่วโลกใช้ในการติดต่อธุรกิจและสื่อสารในชีวิตประจำวัน ซึ่งประเทศจีนเองก็เห็นถึงความสำคัญและได้ส่งเสริมด้านการศึกษา โดยได้มอบทุนให้ชาวต่างชาติเข้ามาเรียนฟรี แถมยังมีแพลตฟอร์มออนไลน์หลากหลายรูปแบบคอยให้บริการ

วันนี้ พี่ปุณเลยขออาสามาชี้เป้า “7 แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์แบบฟรีๆ จากจีน”บอกเลยว่าแต่ละแหล่งคือที่สุด ความรู้แน่น ใช้งานง่าย แถมเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ใครอยากอัปสกิลภาษาเพื่อใช้ในการทำงานหรือเตรียมตัวไปเรียนต่อที่จีนก็รีบตามไปดูกันเลย!

…………………………

1. Tencent Classroom

มาเริ่มกันที่‘Tencent Classroom’แพลตฟอร์มเรียนภาษาจีนออนไลน์สำหรับผู้เรียนสายอาชีวศึกษาที่อยากพัฒนาทักษะเฉพาะทางในด้านต่างๆ อย่างเช่น ด้านภาษา, การพัฒนาซอฟต์แวร์, การออกแบบดีไซน์, ดนตรี, หรือแม้แต่ด้านคหกรรม คอร์สฝึกทำอาหารก็มีให้เลือกครบ

โดยตลอดหลายปีที่แพลตฟอร์มนี้เปิดให้บริการมา Tencent ธุรกิจบริการวางระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายสำหรับองค์กรก็ได้สนับสนุนคอร์สเรียนกว่า 400,000 คอร์สให้ผู้ใช้กว่า 400 ล้านคนทั่วโลกได้เรียนรู้กันแบบฟรีๆ ใครไม่อยากพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ก็ลองเข้าไปท่องเว็บไซต์ส่องหาคอร์สเรียนที่ใช่กันได้เลย

Tencent Classroom

…………………………

2. Bilibili

‘Bilibili’เป็นแพลตฟอร์มวิดีโออนิเมชันชั้นนำแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยคลังคอนเทนต์ขนาดใหญ่ โดยนอกจากจะอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาด้านความบันเทิงอย่างอนิเมะและซีรีส์ แพลตฟอร์มนี้ก็ยังรวม “คลิปวิดีโอสอนภาษาจีน”เอาไว้มากมาย ทั้งเนื้อหาความรู้ทั่วไปและความรู้เฉพาะด้านเกี่ยวกับการทำอาหาร, การเขียนโปรแกรม, ศิลปะ, คณิตศาสตร์, ประวัติศาสตร์, และจิตวิทยา

นอกจากนี้ก็ยังมีฟีเจอร์ไลฟ์สตรีมกับ#StudyWithMeให้ผู้ใช้ที่ไม่อยากเรียนคนเดียวเหงาๆ เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ใช้จากทั่วทุกมุมโลกได้ตลอดเวลา แอบกระซิบว่าแพลตฟอร์มนี้มีความคล้ายคลึงกับ Youtube แบบสุดๆ รับรองใช้งานง่าย แถมได้อัปสกิลภาษาแบบจัดเต็มแน่นอน

Bilibili

…………………………

3. NetEase Cloud Classroom

ในปี 2012 NetEase บริษัทผู้นำทางด้านเทคโนโลยีชื่อดังของประเทศจีนได้เปิดแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ภายใต้ชื่อว่า‘NetEase Cloud Classroom’ถึงแม้ว่าคอร์สเรียนในแพลตฟอร์มนี้จะมีทั้งแบบฟรีและเสียค่าใช้จ่าย แต่รับรองได้เลยว่าคุ้มค่าคุ้มราคาเป็นที่สุด เพราะเนื้อหาแต่ละคอร์สถูกออกแบบมาอย่างดี โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่มากด้วยประสบการณ์ในด้านต่างๆ อย่างเช่น ด้านการเงินและการจัดการ, ด้านการเขียนโปรแกรม, และด้านภาษาใครกำลังมองหาแหล่งเรียนออนไลน์สุดคูล ที่รวมความรู้หลากหลายสาขาเอาไว้ก็ตรงไปที่แพลตฟอร์มนี้ได้เลย

NetEase Cloud Classroom

…………………………

4. Kaikeba

เอาใจสายเทคโนโลยี! โอกาสดีๆ มาถึงแล้วกับ‘Kaikeba’ แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์จากจีนที่รวมคอร์สด้าน ‘Information Technology (IT) และ Business Intelligence (BI)’ไว้กว่า 1,000 คอร์ส โดยผู้ใช้จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลทางธุรกิจ การบริการจัดการ การนำเสนอโพรเจกต์สำคัญ รวมไปถึงการวางแผนงานภายใต้เงื่อนไขของเวลา

นอกจากนี้ Kaikeba ก็ยังมีอีก 2 แพลตฟอร์มย่อยไว้คอยให้บริการ อันได้แก่ Midui Xuetangแพลตฟอร์มที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาบุภาพและMingchun Xuesheแพลตฟอร์มสำหรับผู้สูงวัยที่อยากสร้างเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)น้องๆ คนไหนอยากอัปสกิลภาษาและพัฒนาตัวเองแบบมีวิชาชีพติดตัว ก็อย่ามัวรีรอแล้วรีบไปสมัครเรียนกันเลย!

Kaikeba

…………………………

5. iMOOC

เหล่าว่าที่โปรแกรมเมอร์มารวมกันตรงนี้ ‘iMOOC’มีคอร์สเรียนออนไลน์ดีๆ มาฝาก! แพลตฟอร์ม iMOOC ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2013 โดยมุ่งเน้นไปที่การมอบ “ความรู้เฉพาะทางด้าน IT”

ซึ่งจะมีเนื้อหาครอบคลุมทั้งการพัฒนาโปรแกรมในส่วนของหน้าบ้านและหลังบ้าน (Front-end and Back-end Development), การพัฒนาโปรแกรมบนโทรศัพท์มือถือ, วิทยาการคอมพิวเตอร์, เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์, วิศวกรรมการจัดการและวิเคราะห์ระบบข้อมูล, รวมไปถึงการทดสอบซอฟต์แวร์เรียกได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่เพียบพร้อมไปด้วยหลักสูตรทันสมัย แถมตอบโจทย์คนยุคใหม่แบบสุดๆ ไปเลยค่ะ

iMOOC

…………………………

6. Canva China

ใครเป็นสายออกแบบดีไซน์ก็คงคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มที่มีชื่อว่า‘Canva’ กันเป็นอย่างดี แพลตฟอร์มนี้เปิดให้ใช้งานในประเทศจีนเมื่อปี 2018 และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะมีเทมเพลตสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานหลากหลายประเภท ทั้ง Presentation, พอร์ตโฟลิโอ, โบรชัวร์, โปสเตอร์, และเรซูเม่แล้ว ก็ยังมีฟีเจอร์เท่ๆ ที่ช่วยตอบโจทย์และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการใส่เอฟเฟกต์ รูปภาพ ตัวหนังสือ หรือไอคอนต่างๆใครอยากรู้ว่าแพลตฟอร์มนี้ทำอะไรได้อีกบ้างก็ลองไปใช้กันดูได้เลย

Canva

…………………………

7. Woshipm

ปิดท้ายกันไปด้วย ‘Woshipm’แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ภายใต้ชื่อภาษาจีนที่มีความหมายว่า ‘Everyone is A Product Manager’ ทุกคนสามารถเป็นผู้จัดการผลิตภัณฑ์ได้

โดยแพลตฟอร์มนี้จะมีทั้งคอร์สออนไลน์และ bootcamps ให้ผู้เรียนได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์และทำความเข้าใจในภาระงานของ “ผู้จัดการผลิตภัณฑ์”ซึ่งจะมีหน้าที่ในการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ, ออกแบบผลิตภัณฑ์, สื่อสารและแก้ไขปัญหา, รวมถึงนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เหมาะสม น้องๆ คนไหนสนใจอยากเรียนต่อหรือทำงานในสายอาชีพนี้ พี่ก็ขอแนะนำให้เข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แพลตฟอร์มนี้เลย

Woshipm

และทั้งหมดนี้ก็คือ “7 แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์แบบฟรีๆ จากจีน”ที่พี่ได้รวมมาฝากกัน บอกเลยว่าแต่ละแพลตฟอร์มผ่านการคัดสรรมาอย่างดี แถมมีความเฉพาะทางที่แตกต่างกันไป ยิ่งถ้าใครมีพื้นฐานด้านภาษาจีนมาก่อน ก็จะยิ่งได้เปรียบและนำความรู้ไปต่อยอดได้ง่ายขึ้น ส่วนถ้าใครยังฟัง พูด อ่าน เขียนได้ไม่คล่องก็อาจจะต้องใช้ฟังก์ชันของเบราว์เซอร์ช่วยแปลเป็นภาษาไทยควบคู่กันไป ใครอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในด้านไหนก็เลือกแพลตฟอร์มที่ใช่แล้วไปฝึกภาษากันได้เลย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...