โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชลซี ที่รัก - อันโตนิโอ รูดิเกอร์

Soccersuck

เผยแพร่ 30 พ.ค. 2565 เวลา 03.07 น. • Soccersuck

ผมไม่ชอบการบอกลา แต่ผมจะพยายามทำให้ครั้งนี้เป็นเรื่องพิเศษจากหัวใจ
จริง ๆ แล้ว ผมต้องเล่าเรื่องหนึ่งให้คุณฟัง ก่อนจะเล่าอีกเรื่องหนึ่ง นี่คือตัวตนความเป็นชาวแอฟริกันของผม เราต้องใช้เวลา
ผมอยากจะพูดเรื่องรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่การจะทำให้คุณเข้าใจ ผมต้องเล่าเรื่องสั้นเกี่ยวกับหนึ่งในคนที่ไนซ์ที่สุดในโลกฟุตบอล แน่นอนว่าผมกำลังพูดถึง เอ็นโกโล่ ก็องเต้
ก่อนผมย้ายมาเชลซี ผมได้ยินเรื่องราวที่งดงามทั้งหมดเกี่ยวกับเขา ว่ากันว่าเขายิ้มอยู่เสมอ ว่ากันว่าเขายังขับรถมินิ คูเปอร์ คันเก่า ว่ากันว่าเขาไม่เคยขึ้นเสียงกับใคร แต่คุณรู้ใช่ไหมว่าฟุตบอลเป็นอย่างไร? ไม่มีใครเป็นแบบนั้นจริง ๆ หรอก ความกดดันมันมากเกินไป ความผิดหวังมันมากเกินไป เราทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ ไม่มีใครที่ใจเย็นแบบนั้นตลอดเวลา มันเป็นไปไม่ได้
จากนั้นผมได้พบกับ เอ็นโกโล่
ทุกอย่างที่ผมคุยกับหมอนี่ เขาจะมองหน้าผมแล้วพยักหน้า คือมันเหมือนเขาคิดว่าทุกอย่างที่ผมพูดเป็นเรื่องน่าสนใจ แล้วเขาก็จะทำสิ่งนี้… ผมไม่รู้ว่าจะอธิบายผ่านตัวหนังสือได้อย่างไร คุณต้องได้ยินอ่ะ ทุกครั้งที่ผมพูด เขาจะทำเสียง *คลิก, คลิก, คลิก* ด้วยปากของเขา
"เฮ้ เอ็นจี อยากไปหาอะไรกินหน่อยไหม?"
"คลิก, คลิก"
"เอ็นจี เวลานายเพรสเขา…"
"คลิก, คล็อก, คลิก"
เพื่อนเอ๋ย ผมนี่คิดว่าเขามีปัญหาอะไรบางอย่างจริง ๆ นะ สุดท้ายวันหนึ่งผมก็ถามเขา "เอ็นจี ทำไมนายพูดแบบนั้นล่ะ? นายเป็นอะไรหรือเปล่า?"
เขาตอบว่า "ยังไงนะ?"
ผมบอกว่า "เสียง คลิก เนี่ยเฮีย!!! นายเป็นอะไร?"
เขายิ้ม
เขาบอกว่า "อ้าา แถวบ้านฉันทำกัน"
ที่ชานเมืองซึ่งเขาโตขึ้นมาที่ปารีส คนที่นั่นจะทำเสียงแบบนี้กัน มันเหมือนภาษาสแลงของคำว่า "ใช่" ผมไม่รู้ว่ามันเริ่มมายังไงนะ แต่เขาพูดแบบนั้นกันที่นั่น อารมณ์มันเหมือนการพูดว่า "ได้ ได้, โอเค เยี่ยมเลย" ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ตลกมาก เพราะผมก็โตมาจากละแวกบ้านแนว ๆ นี้เหมือนกันที่เยอรมนี แต่ผมไม่เคยได้ยินเสียงแบบนี้มาก่อนในชีวิต ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมคิดว่าเขากวนตีนผมเสียอีก!!
ทุกอย่างเกี่ยวกับ เอ็นจี คือมันจริงมาก แม้กระทั่งไอ้รถมินิ คูเปอร์เนี่ย - ผู้คนหัวเราะกันเรื่องนี้ แต่จริง ๆ แล้วมันมีเรื่องราวเบื้องหลัง มันคือความฝันของ เอ็นจี ในการได้มาเล่นในพรีเมียร์ ลีก จากอดีตของเขาที่โตขึ้นมา และมินิก็เป็นรถคันแรกที่เขาซื้อตอนมาถึงอังกฤษ สำหรับเขามันไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับรถ มันมีความหมายที่ลึกกว่านั้น
แน่นอนว่าเพื่อน ๆ ต่างแซวเขาเรื่องนี้ แต่ผมขอบอกพวกคุณเลย หมอนี่มันสุภาพมาก และจะตอบคำถามที่คุณต้องการได้ยิน
บางคนจะบอกว่า "เอ็นจี นายรู้ไหมรถอะไรที่เจ๋งมาก ๆ? เมอร์เซเดส ไง นายน่าจะเหมาะกับเบนซ์สีดำนะ"
เอ็นจี จะมองพวกเขาอย่างจริงใจแล้วตอบว่า "เหรอ โอเค เราจะเอาไปคิดดูนะ ขอบคุณมาก เป็นไอเดียที่ดีเลย"
แต่เขาแค่กวนตีนคุณ!! สุดท้ายแล้วคุณรู้ว่าคุณจะเห็นรถมินิคันนั้นที่สนามซ้อมไปอีก 10 ปี
ผมบอกกับคนอื่นตลอดเวลา…
มีคำว่าถ่อมตัว มีคนที่ถ่อมตัว และจากนั้นก็คือ เอ็นจี
ถ้วยรางวัลที่ผมคว้ามาได้กับเชลซี แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่วิเศษ แต่สิ่งที่ทำให้เชลซีมีความพิเศษก็คือมิตรภาพ เราเป็นมากกว่าเพื่อนร่วมทีม นักเตะมากมายหลายคน - เอ็นจี, โควา, ซิเยค, ลูกากู - พวกเขาเหมือนพี่น้องของผม เอาจริง ๆ เรื่องนี้มันหายากมากเลยนะในฟุตบอล ถ้าจะมีสักช่วงเวลาหนึ่งที่สรุปทุกอย่างสำหรับผม ก็คงเป็นภาพในห้องน้ำหลังจากที่พวกเราคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก
แน่นอนว่าฤดูกาลนั้นมันเป็นฤดูกาลที่บ้าบอสำหรับผมมาก ผมไม่อยากจะพูดคำว่า บ้าบอ แต่จะใช้คำไหนได้อีก? ไม่ถึง 6 เดือนก่อนรอบชิงชนะเลิศด้วยซ้ำที่ผมติดอยู่กับพื้น ตอนนั้นผมโดนดร็อปจากขุมกำลังและไม่ได้รับคำอธิบายด้วย มีวันหนึ่งที่เรามีมีตติ้ง ผู้จัดการทีมบอกผมว่าขุมกำลังของเรามันใหญ่ และเขาก็อยากเลือกคนอื่นมากกว่าผม ตู้ม - แค่นั้นจบ หลังจากนั้นก็มีข่าวลือมากมาย ผมนี่โดนด่ายับในโซเชียลมีเดีย มันเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุดในอาชีพการค้าแข้งของผมเลยนะ ผมเลือกที่จะนิ่งไม่พูดอะไร เพราะผมไม่อยากสร้างปัญหาใด ๆ ให้กับสโมสร
ลองนึกภาพถ้าคุณมาบอกว่าอีกไม่กี่เดือน ผมจะได้ลงตัวจริงในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศกับซิตี้?
ไม่เอาน่า มันเป็นไปไม่ได้
แต่เวลาที่คุณกระหาย ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ คนที่หิวและคนที่ไม่มีอะไรจะเสียนี่ละที่อันตรายที่สุด ตอนที่ ทูเคิ่ล เข้ามารับงานและมอบโอกาสให้ผม มันเหมือนเป็นชีวิตใหม่สำหรับผมเลย จริง ๆ แล้วเขาทำบางอย่างทันทีที่ผมคิดว่าผู้จัดการทีมหลายคนสามารถใช้เป็นบทเรียนได้ มันไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับแท็คติกส์ เขาแค่เดินเข้ามาหาผมแล้วพูดกับผมว่า "โทนี่ เล่าเรื่องของนายให้ฉันฟังหน่อยสิ"
เขาอยากรู้ว่าความดุดันและความกระหายของผมมาจากไหน ผมบอกเขาว่ามันเป็นเพราะการโตมาจาก Berlin-Neukölln และวิธีที่ผมเล่นแรงมากบนพื้นคอนกรีต จนเด็กคนอื่นที่โตกว่าเริ่มเรียกผมว่า "แรมโบ้"
เขาถามผมในด้านความเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เรื่องนี้สำคัญนะ ตอนที่ ทูเคิ่ล มอบโอกาสให้ผม ผมมีแรงจูงใจเปี่ยมล้นที่จะไม่กลับไปนั่งเป็นตัวสำรองอีก ผมตัดสินใจว่าผมจะทุ่มเท 200% ให้กับสโมสรแห่งนี้ไม่ว่าใครจะพูดอะไรเกี่ยวกับผมก็ตาม สำหรับผมนะ หลังจากทุกอย่างที่ผมต้องฟันฝ่ามา ถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก มันคือการปิดฉากที่วิเศษจริง ๆ
ตอนที่เราเจอกับเรอัล มาดริดในรอบรองชนะเลิศ เราควรจะเป็นแค่นักท่องเที่ยว ทุกคนบอกว่าพวกเราเด็กไป และพวกเขาคือมาดริด แต่เราเล่นกันเหมือนกลุ่มสุนัขที่หิวโหย โดยเฉพาะในเกมนัดสองที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เอาจริง ๆ เราเล่นกันเหมือนเป็นครอบครัว สกอร์สุดท้ายคือ 3-1 แต่ถ้าคุณถามผม ผมว่ามันเป็น 5-1 ได้ง่าย ๆ เลย นักเตะดาวรุ่งเล่นกันเหมือนผู้ใหญ่ในเวทีที่ใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะ เมสัน ไอ้เด็กคนนี้มันเทพจริง ๆ ผมพูดจริงนะ ใจของเขาแม่งโคตรสุด บางครั้งผมต้องถามตัวเองว่า "เขาอายุแค่นี้จริง ๆ เหรอ?" แนวทางการเคลื่อนที่ของเขา แนวทางการปฏิบัติตัว คือมันไม่เหมือนว่าเขาอายุ 23 ปีเลย ในเกมกับมาดริดเขาสุดยอดมาก สุดท้ายแล้วเรารู้ว่าอะไรเกิดขึ้น…
เป็นนักท่องเที่ยวที่ชิงมงกุฎไป
สำหรับผม การผ่านไปถึงรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากที่ต้องเจอทุกอย่างมาโดยส่วนตัว และหลังจากต้องลงเล่นมาอย่างยาวนานโดยไม่มีแฟนบอลเพราะโควิด… ว๊าว… มันเหลือเชื่อมาก
ผมจำคืนก่อนนัดชิงฯได้ เราพักที่โรงแรมในเมืองปอร์โต้ ผม, เอ็นจี, ซูม่า และซิเยค พวกเราไปละหมาดด้วยกันหลังทานมื้อเย็น ปกติพอเราละหมาดเสร็จ เราก็จะนั่งคุยกันหัวเราะกันสักพักหนึ่ง แต่ตอนนั้นทุกคนมีสมาธิมาก บรรยากาศคือเงียบมาก ผมจำได้ว่าเราสวมชุดวอร์ม และมันมีวันแข่งขันรอบชิงชนะเลิศปักอยู่แถว ๆ หน้าอก - 29 พฤษภาคม 2021
ตอนนั้นละที่ความรู้สึกทุกอย่างมันพรั่งพรูเข้ามา: ว๊าว เรามาอยู่ที่นี่แล้ว เรามองหน้ากันแล้วพูดว่า "ด้วยประสงค์ของพระเจ้า วันพรุ่งนี้เราจะเป็นแชมป์" จากนั้นเราก็กู๊ดไนท์กันแล้วเข้านอน
ตอนที่ผมกลับไปถึงห้อง ผมได้รับข้อความในโทรศัพท์จากเพื่อน มันเป็นวิดีโอ ผมคลิกเล่นและมันก็กลายเป็นข้อความเซอไพรส์จากเพื่อน ๆ และครอบครัวที่บ้านที่อวยพรให้ผมโชคดี ผมรู้สึกอารมณ์สงบลงทันทีเลย ความกดดันทุกอย่างหายไปหมด มันเป็นเครื่องย้ำเตือนที่สมบูรณ์แบบว่าจริง ๆ แล้วอะไรคือสิ่งที่สำคัญในชีวิตของเรา
จากสถานที่ที่ผมโตขึ้นมา ความกดดันมันไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับฟุตบอล
ความกดดันคือการไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้คุณจะได้กินอะไร
ความกดดันเหรอ….??? ไม่หรอก ไม่เลย
ทุก ๆ ครั้งเวลาที่ผมรู้สึกกดดันแม้แต่นิดเดียวตอนที่กำลังผูกเชือกรองเท้าก่อนเกม ผมจะคิดถึงความทรงจำที่พิเศษอย่างหนึ่ง ทันใดนั้นผมก็จะนิ่งลงทันที
ครั้งแรกที่ผมกลับไปที่เซียร์ร่า ลีโอนกับพ่อแม่หลังสงครามกลางเมือง เรานั่งแท็กซี่จากสนามบินแล้วก็เจอรถติด เรานั่งอยู่ตรงนั้น รถไม่ขยับ ผมมองออกไปนอกหน้าต่างได้เห็นความยากจนและความหิวโหย มีผู้ชายและผู้หญิงกำลังขายผลไม้ ขายน้ำ ขายเสื้อผ้า ขายทุกอย่างอยู่ริมทางให้กับคนที่เดินทางมาจากสนามบิน
ตอนนั้นละที่ผมเข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่ ถึงไม่เรียกละแวกบ้านของพวกเราในเบอร์ลินว่าเป็น "สลัม"
พวกเขาพูดเสมอว่าที่นั่นคือสวรรค์บนดิน จนกระทั่งผมเดินทางไปที่เซียร์ร่า ลีโอนนี่ละ ที่ทำให้ผมเข้าใจมุมมองของพวกเขา เพราะว่าเราเจอกับผู้ชายคนหนึ่งที่เดินมาขายขนมปัง เขาดูสิ้นหวังจริง ๆ เราบอกเขาว่า "ไม่เอา ๆ พวกเราโอเค"
จากนั้นมีชายอีกคนเดินมาที่รถของเราเพื่อพยายามขายขนมปัง เขาพยายามขายให้เราหนักกว่าคนแรกอีก เขาพยายามบอกเราว่าขนมปังมันสดแค่ไหน
"ไม่เอาละ ขอบคุณนะ"
จากนั้นก็มีชายคนที่ 3 เดินเข้ามา เขาพยายมขายของจริง ๆ เขาบอกว่าขนมปังของเขาอร่อยที่สุดในเมืองเลยนะ ได้โปรด ได้โปรด ได้โปรด ช่วยซื้อขนมปังจากเขาหน่อย
ผมจะนึกถึงความทรงจำนี้เวลาที่ผมเริ่มรู้สึกถึงความกดดันเวลาเล่นฟุตบอล เพราะความจริงคือผู้ชายทั้ง 3 คน พยายามขายขนมปังแบบเดียวกัน จากเบเกอรี่ร้านเดียวกัน ให้กับรถยนต์คันเดิม
หนึ่งในครอบครัวของ 3 คนนั้นอาจมีอาหารวางอยู่บนโต๊ะ
อีก 2 อาจจะไม่มี
นั่นละคือความกดดัน นั่นคือชีวิตจริง
ดังนั้นถ้าจะให้เรียนตามตรง ผมนอนหลับเป็นเด็กก่อนเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ตอนผมตื่นขึ้นมาผมรู้สึกว่าตัวเองไร้เทียมทาน ผมมีครอบครัวหนุนหลัง ผมมีอาหารรออยู่บนโต๊ะ ผมไม่สามารถแพ้ได้
เกมวันนั้นก็งดงามเหมือนกัน เพราะว่าเราเอาชนะซิตี้ที่โคตรจะเก่งโดยตั้งรับกันเป็นทีมและเล่นงานพวกเขาจากจังหวะสวนกลับ เราสู้เพื่อชีวิตและสุดท้ายเราก็ได้แชมป์ พอเสียงนกหวีดดังขึ้น ผมวิ่งไปทั่วอย่างกับคนบ้า ตอนนั้น ทูเคิ่ล เดินเข้ามาในทางของผมพอดี ผมนี่กอดเขายกใหญ่ ช่วงเวลานั้นมันพิเศษกับผมจริง ๆ และผมก็จะซาบซึ้งบุญคุณของเขาไปเสมอ เพราะว่าเขามอบโอกาสให้ผมตอนที่ผมถูกทิ้งไว้กลางทาง
ตอนที่เรากลับไปในห้องแต่งตัว นักเตะคนอื่น ๆ เปิดแชมเปญฉลองกัน มีพวกเราไม่กี่คนที่เป็นมุสลิมก็เข้าไปในห้องอาบน้ำเพื่อหาความสงบ ผม, เอ็นจี, ซิเยค และซูม่า พวกเราขังตัวเองไว้ในนั้น เรานั่งมองเหรียญแล้วมองหน้ากัน เราพยักหน้าให้กัน
ผมจะไม่มีวันลืมเรื่องนี้เลย…
เอ็นจี ยิ้มปากจะฉีก
"ว๊าว" เขาพูดออกมา "พวกเราทำได้จริง ๆ"
แล้วเขาก็เริ่มหัวเราะตามแบบฉบับของเขา
เวลาที่ เอ็นจี หัวเราะ คุณทำอะไรไม่ได้นอกจากรู้สึกถึงความสุขล้วน ๆ พวกเรา 4 คนเริ่มหัวเราะกันเหมือนเด็กน้อย สำหรับผมช่วงเวลาในห้องน้ำตอนนั้นมันจะติดตัวผมไปตลอดชีวิต
ฟังนะ ชีวิตของผมผ่านมาทุกอย่างแล้ว: ความยากจน, การโดนเลือกปฏิบัติ, การโดนข่มเหง, โดนคนอื่นเคลือบแคลงใจ, โดนโบ้ยให้เป็นแพะ จากการไม่ได้อยู่ในขุมกำลัง สู่การก้าวไปคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีกภายในไม่กี่เดือน? คุณจะเขียนเรื่องราวแบบนี้ยังไงนะ? การมาจากจุดที่ผมเติบโตขึ้นมา ยิ่งทำให้มันมีความหมายมากขึ้นกับผมไปอีก แต่ลองมองดูรอบห้องแต่งตัวสิ มีนักเตะหลายคนที่มีพื้นเพคล้าย ๆ กับผม มีนักเตะหลายคนที่จำความรู้สึกของตอนเข้านอนโดยท้องหิวได้ แต่กระนั้นเราทุกคนก็ได้กลายเป็นสิงห์บลูส์ เราทุกคนกลายเป็นแชมเปี้ยนส์
ผมอำลาสโมสรแห่งนี้อย่างลำบากใจ มันมีความหมายกับผมทุกอย่าง แม้กระทั่งในฤดูกาลนี้กับความซับซ้อนต่าง ๆ แต่ก็ยังเป็นปีที่สนุก ฟุตบอลก็คือฟุตบอล พวกเราโชคดีที่ได้เตะบอลหาเลี้ยงชีพ เพราะยังไงเราก็จะเล่นบอลแบบฟรี ๆ อยู่แล้ว จริง ๆ ตอนที่มีข่าวลือเรื่องข้อจำกัดทางการเงินเกิดขึ้น เราทุกคนนั่งหัวเราะเรื่องที่ต้องนั่งรถบัส หรือนั่งเครื่องบินลำเล็ก หรืออะไรก็ตามเพื่อไปแข่งขันนะ แค่เครื่องบินลำเล็กอ่ะนะ?
โอ้ ม่ายยย!!! ฉันจะทำยังไงดี?
ไม่เอาน่า คุณรู้ไหมผมโตมาจากไหน? เครื่องบินลำเล็กก็ยังคงเป็นสิทธิพิเศษ เอาจริง ๆ นั่งรถบัสไปแมนเชสเตอร์ดูน่าสนุกเหมือนกัน ผมกับเพื่อน ๆ จะทำให้มันเป็นทริปที่สนุกได้แน่นอน
โชคไม่ดีที่การเจรจาสัญญาของผม เริ่มเจอกับความยากลำบากตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว ธุรกิจก็คือธุรกิจ แต่เมื่อคุณไม่ได้ยินข่าวใด ๆ จากสโมสรตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงมกราคม สถานการณ์มันก็ยิ่งซับซ้อนขึ้น หลังจากข้อเสนอแรก มันมีช่องว่างที่นานเกินไปซึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย คุณรู้ใช่ไหมว่าเราไม่ใช่หุ่นยนต์? คุณไม่สามารถเฝ้ารอหลายเดือนโดยมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของคุณ แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดการคว่ำบาตร แต่สุดท้ายสโมสรใหญ่สโมสรอื่นให้ความสนใจ และผมก็ต้องตัดสินใจ ผมขอพูดแค่นี้ละกัน เพราะถ้าไม่มองเรื่องธุรกิจ ผมก็ไม่มีอะไรแย่ ๆ จะพูดเกี่ยวกับสโมสรแห่งนี้
เชลซีจะอยู่ในใจของผมไปเสมอ ลอนดอนคือบ้านของผม ผมมาที่นี่คนเดียว และตอนนี้ผมมีภรรยากับลูกน้อยสองคน ผมมีเพื่อนรักตลอดชีวิตชื่อว่า โควา ผมมีเหรียญเอฟเอ คัพ, ยูโรป้า ลีก และแชมเปี้ยนส์ ลีก และแน่นอนว่าผมมีความทรงจำอีกเป็นร้อยที่จะอยู่กับผมไปตลอดชีวิต
แต่จริง ๆ แล้ว ผมอยากจะลาพวกคุณด้วยความทรงจำสุดท้ายซึ่งเป็นความรู้สึกสุขปนทุกข์ บางครั้ง สิ่งที่มีผลกระทบกับคุณมากที่สุดมันก็ไม่ใช่เรื่องดีหรือเรื่องร้ายทั้งหมด สำหรับผม ความทรงจำนี้นี่ละคือเชลซี
มันเกิดขึ้นในปี 2019 หลังจากที่ซิตี้ถล่มพวกเรา 6-0 ที่เอติฮัด เอาจริง ๆ พวกเขาไล่ฆ่าพวกเรา มันเป็นเกมที่น่าขายหน้ามาก หลังสิ้นเสียงนกหวีด ผมเดินไปหาแฟนบอลเชลซีที่ตามมาเชียร์เพื่อยกมือขอโทษ ตอนที่ผมเดินเข้าไป ผมคิดว่าพวกเขาจะโห่ใส่ แต่พวกเขายืนอยู่ตรงนั้นและปรบมือให้ ในทุก ๆ ช่วงเวลาที่เลวร้าย พวกเขาคอยหนุนหลังพวกเราเสมอ
ผมนี่ช็อค
ผมยกมืออารมณ์แบบ ขอโทษครับ ขอโทษครับ ขอโทษครับ
พอผมเดินเข้าไปใกล้ ๆ มีแฟนบอลคนหนึ่งในนั้นตะโกนด่าผม เขาอยู่ห่างไปประมาณ 5 เมตร มองเข้ามาในตาของผม ฟังนะ ผมได้ยินคำด่าทอมาตลอดชีวิต แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป มันเป็นเรื่องที่ส่วนตัวมาก ๆ ผมตะโกนสวนไป "เฮ้ ถ้านายอยากคุย นายก็ลงมาคุยกับฉันสิ"
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ก้าวสักก้าวด้วยซ้ำ เขาหยุดตะโกนทันที สิ่งที่สุดยอดสำหรับผมคือแฟนบอลทุกคนรอบตัวเขา หันไปหาเขาแล้วพูดว่า "เฮ้ ทำอะไรของนาย? เขาเดินมาขอโทษนะ นายเป็นอะไรของนายวะ?"
แฟนบอล - แฟนบอลตัวจริง - เริ่มส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจผมดังขึ้นไปอีก
"รูดี้! รูดี้! รูดี้!"
เรื่องนี้มันทรงพลังมาก เราเพิ่งแพ้ไป 6-0 แต่ทุกคนในนั้นยังยืนหยัดสู้กับความเกลียดชังของไอ้งั่งคนนี้
"สู้เขา รูดี้! สู้เขาเว้ยเพื่อน!!!"
มันเป็นเรื่องที่ตื้นตันมาก ๆ จนกระทั่งไอ้งั่งคนนั้นเริ่มปรบมือให้ด้วย แฟนบอลรอบตัวเขาทำให้เขาต้องปรบมือและขอโทษผม ผมจะไม่มีวันลืมเรื่องนี้เลย ไม่มีวันครับ
แน่นอนว่าโลกฟุตบอลมันมีความเกลียดชัง นี่คือความจริง ผมเคยผ่านประสบการณ์ที่เลวร้ายสุด ๆ มาแล้ว แต่มันก็มีเรื่องที่น่าอภิรมย์เยอะเหมือนกัน กับเชลซี ผมได้เจอกับเรื่องทั้ง 2 อย่างแบบสุดขั้ว
ใช่ ผมได้ยินคำด่าทอ
แต่ผมก็รู้สึกถึงความรักเช่นกัน
สุดท้ายแล้ว แสงสว่างมันแข็งแกร่งกว่าความมืดมิด
ด้วยเหตุผลนี้ ผมจะเป็นเชลซีไปเสมอ
ขอบคุณ,
รูดี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...