เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (259) 成语故事 (二五九)
เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (259) 成语故事 (二五九)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ三分鼎足 sān fēn dǐnɡ zú (ซาน เฟิน ติ่ง จู๋) โดย คำว่า三 sān (ซาน) แปลว่า สาม 分 fēn (เฟิน) แปลว่า แบ่ง 鼎 dǐnɡ (ติ่ง) แปลว่า กระถางสำริด มีทั้งแบบสามขาและสี่ขา足 zú (จู๋) แปลว่าขา ขาตั้ง ดังนั้น เมื่อรวมกันแล้ว หมายถึงกระถางสำริดสามขา ในที่นี้หมายถึงการแย่งชิง และแบ่งอำนาจกันที่แบ่งออกเป็นสามฝักสามฝ่าย เพื่อค้ำย้ำอำนาจซึ่งกันและกัน โดยที่มีชื่อเสียงมากก็คือยุคสามก๊กในช่วงสิ้นสุดราชวงศ์ฮั่น โดยใช้เปรียบเปรยกับเหล่าผู้มีอำนาจแบ่งสรรอำนาจ และผลประโยชน์กัน มาดูนิทานตัวอย่างกันครับ
แผ่นดินจีนที่แตกแยกกันเป็นรัฐต่างๆ มากมายนานกว่าสี่ร้อยปี สุดท้ายถูกเจ้าเมืองฉิน ผู้มีนามว่า อิ๋งเจิ้ง 嬴政 Yínɡ Zhènɡ ที่รวบรวมขึ้นมาจนกลายเป็นแผ่นดินเดียวกันอีกครั้ง และตั้งราชวงศ์ใหม่ขึ้นมาคือราชวงศ์ฉิน 秦朝 Qín cháo (ฉินฉาว) อิ๋งเจิ้งก็คือจักรพรรดิจิ๋นซี 秦始皇 Qín Shǐ Huánɡ (ฉินฉื่อหวาง)
เมื่อสิ้นสุดจักรพรรดิจิ๋นซีแล้ว บ้านเมืองก็เกิดกลียุคขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เหล่าเจ้าเมืองต่างๆ พากันตั้งตนเป็นใหญ่ ก่อศึกใหญ่น้อยขึ้นมากมาย ไฟสงครามลุกไหม้ไปทั่วแผ่นดิน ต่อมาก่อเกิดเป็นสองกลุ่มกำลังหลัก ที่ต่อสู้ขับเคี่ยวแย่งชิงอำนาจกัน นั่นก็คือกลุ่มอำนาจของ เซี่ยงยหวี่ 项羽 Xiànɡ Yǔ (ฉ้อป้าอ๋อง) และกลุ่มอำนาจของ หลิวปัง 刘邦 Liú Bānɡ
ในช่วงต่อสู้ขับเคี่ยวแย่งชิงอำนาจกันอยู่ สุดยอดขุนพลนักรบของหลิวปัง นามว่า หานซิ่น 韩信 Hán Xìn ยกกำลังบุกยึดรัฐฉี 齐国 Qí Guó (ฉีกั๋ว) ได้สำเร็จ แล้วแจ้งแก่หลิวปังว่า อันเมืองฉีนี้เป็นชัยภูมิสำคัญ แผ่นดินอุดมสมบูรณ์ คนเมืองฉีจึงมักก่อกบฏแบ่งแยกดินแดนเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก ตนจึงขออาสาเป็นเจ้าเมืองปกครองอาณาบริเวณแห่งนี้เอง หลิวปังเมื่อแรกได้รับเรื่องก็ดีใจ แต่เหล่าที่ปรึกษาให้ความเห็นต่างๆ นานาแล้ว ก็ทำให้หลิวปังโกรธแค้นหานซิ่น เพราะคำปรึกษาที่รับฟังมาล้วนแต่บอกว่าหานซิ่นคิดการไม่ซื่อ อยากเป็นใหญ่ แต่เพื่อป้องกันหานซิ่นแยกตัวไปจริงๆ ก็กล้ำกลืนความโกรธแค้นไว้ ทำทีแต่งตั้งหานซิ่นเป็นเจ้าเมืองแห่งฉี
ที่มาภาพ : https://image.baidu.com/search/detail?ct
เมื่อหานซิ่นได้เป็นเจ้าเมืองฉีแล้ว ก็ตั้งใจปกครองบ้านเมืองอย่างดี แต่ที่ปรึกษาคนหนึ่งของหานซิ่น ได้บอกแก่หานซิ่นว่า โครงสร้างร่างกายสะท้อนฐานะ สีหน้าสะท้อนอารมณ์ ภาวะอารมณ์ และการตัดสินใจสะท้อนความสำเร็จ เมื่อหานซิ่นได้ยิน จึงถามที่ปรึกษาคนนั้นว่า แล้วท่านคิดว่าความสำเร็จของเราจะมีมากแค่ไหน ที่ปรึกษาจึงดูหานซิ่นอย่างละเอียดแล้วพูดว่า
ท่านเป็นผู้ที่มากความสามารถ แต่มีความโลเล อย่างมากก็เป็นได้แค่เจ้าเมืองฉี และชีวิตก็จะอยู่ได้ไม่นาน แต่ถ้าท่านกล้าหาญ และเด็ดขาดมากกว่านี้ ท่านจะได้เป็นถึงเจ้าแผ่นดินหนึ่งในสามส่วน พร้อมทั้งแนะนำหานซิ่นให้แยกตัวออกจากหลิวปัง ทำให้แผ่นดินแยกออกเป็นสามส่วน อำนาจสามส่วนนี้จะค้ำยันกันไว้ ไม่มีฝ่ายไหนกล้าทุ่มสรรพกำลังเข้าต่อตีอีกฝ่าย หานซิ่นจึงจะปลอดภัย และทำนายต่ออีกว่า ต่อไปภายหน้า หากหลิวปังโค่นล้มเซี่ยงยหวี่ และรวบรวมดินแดนที่แตกแยกได้แล้ว เมื่อนั้น ชีวิตท่านจะไม่ปลอดภัย
แต่คำแนะนำเหล่านี้หานซิ่นหาฟังไม่ เขาเชื่อมั่นในตัวหลิวปัง และไม่คิดว่าหลิวปังจะทรยศเขา เพราะความจงรักภักดีต่อหลิวปังนี้เอง ทำให้แผ่นดินจีนไม่ถูกแยกออกเป็นสามก๊กเสียตั้งแต่ตอนนั้น และต่อมาภายหลังเมื่อหลิวปังรวบรวมแผ่นดินเป็นแผ่นเดียวกันได้สำเร็จ จึงก่อตั้งราชวงศ์ฮั่น汉朝 Hàn cháo (ฮั่นเฉา) ขึ้นมา แน่นอนว่า ในช่วงนี้เป็นทั้งช่วงแห่งความยินดีปรีดา และเป็นช่วงแห่งการเอาคืน หลิวปังที่มีความระแวงในตัวหานซิ่นสูง ก็ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดไป จึงหาเรื่องจัดการหานซิ่นเสีย ถึงตอนนี้หานซิ่นกว่าจะรู้ตัวว่าถูกเจ้านายทรยศ ก็สายเกินไปเสียแล้ว
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:三方分立,互相抗衡。
成語比喻:三方分立,互相抗衡。
Chénɡyǔ bǐyù: Sānfānɡ fēnlì, hùxiānɡ kànɡhénɡ.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: ซานฟาง เฟินลี่, หู้เซียง ข้างเหิง
สุภาษิตเปรียบว่า การแบ่งออกเป็นสามฝ่าย ต่างฝ่ายต่างคานอำนาจซึ่งกันและกัน
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
当今世界大国争权争利,把世界带入三分鼎足,大国各占一方,吃亏的都是小国。
當今世界大國爭權爭利,把世界帶入三分鼎足,大國各占一方,吃虧的都是小國。
Dānɡjīn shìjiè dàɡuó zhēnɡ quán zhēnɡ lì, bǎ shìjiè dài rù sān fēn dǐnɡzú, dàɡuó ɡè zhàn yīfānɡ, chīkuī de dōu shì xiǎoɡuó.
ตังจิน ฉื้อเจี้ย ต้ากั๋ว เจิงเฉวียน เจิงลี่, ป่า ฉื้อเจี้ย ไต้ รู่ สาน เฟิน ติ่งจู๋, ต้ากั๋ว เก้อ จ้าน อี ฟาง, ชือคุย เตอะ โตว ฉื้อ เสี่ยวกั๋ว
ปัจจุบันนี้ เหล่ามหาอำนาจโลกต่างแย่งชิงอำนาจ และผลประโยชน์ นำโลกเข้าสู่การแบ่งขั้วอำนาจเป็นสามฝ่าย ประเทศที่เคราะห์ร้ายคือประเทศเล็กประเทศน้อยทั้งหลายนั่นเอง