โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การชนกันทางช้างเผือก-แอนดรอเมดา นักวิทย์เชื่ออาจจะไม่เกิดขึ้น

Environman

เผยแพร่ 01 ก.ย 2567 เวลา 13.00 น.

‘มนุษย์จะอยู่ถึงไหมนะ?’ งานวิจัยใหม่ระบุว่าเหตุการณ์กาแล็กซีทางช้างเผือกชนกับกาแล็กซีแอนดรอเมดาอาจไม่เกิดขึ้น ดังนั้นประโยคที่ว่าจะเกิดการชน ‘อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้’ นั้นดูจะเป็นคำกล่าวเกินจริงไปสักหน่อย

เราทุกคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า ในอีกสักหลายพันล้านปีข้างหน้ากาแล็กซีทางช้างเผือกที่เราอาศัยอยู่ จะชนเข้ากับกาแล็กซีแอนดรอเมดา (M31) ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 2.5 ล้านปีแสง จากนั้นจะรวมตัวกันเป็นกาแล็กซีขนาดใหญ่ใหม่เพียงแห่งเดียว (ที่มีชื่อเล่น ๆ ว่า Milkdromeda)

ซึ่งนักวิทยาศาสตร์มักบอกกันว่านี่คือชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของเราทั้งหมด แต่ตามการศึกษาใหม่ที่เผยแพร่บนเซิฟเวอร์ arXiv ระบุว่าไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป อันที่จริงแล้วมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นเพียง 50/50 เท่านั้น

“เราพบว่าความไม่แน่นอนในต่ำแหน่งปัจจุบัน การเคลื่อนที่ และมวลของกาแล็กซีทั้งหมดทำให้เกิดช่องว่างสำหรับผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างมาก และมีความน่าจะเป็นอยู่ที่ 50% ที่จะไม่มีการรวมตัวกันของทางช้างเผือกและแอนดรอเมดาภายใน 10,000 ล้านปีข้างหน้า” รายงานระบุ

การประเมินของการชนกันนั้นเกิดขึ้นครั้งแรกโดยนักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน Vesto Slipher ได้ระบุไว้ในปี 1912 โดยเขาพบว่าแสงของกาแล็กซีแอนดรอเมดามีการเลื่อนทางดอปเปลอร์ไปเป็นสีน้ำเงินมากขึ้น (การเลื่อนทางดอปเปลอร์นี้สรุปได้สั้น ๆ ว่าหากแสงไปทางสีน้ำเงินมากขึ้น = เข้ามาใกล้เรา แต่หากเลื่อนไปทางสีแดง = ออกห่างจากเรา)

การค้นพบดังกล่าวนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า แอนดราเมดากำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ทางช้างเผือก ซึ่งนำไปสู่การชนกันอย่างแน่นอน โดยในเวลาต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้ทำการวิจัยเพิ่มเติมและระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นภายใน 5 พันล้านปี

อย่างไรก็ตามทีมวิจัยใหม่ให้ความเห็นว่าการศึกษาก่อนหน้านี้ไม่ได้คำนึงถึง ‘ปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดความสับสน’ เช่น ผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงอของกาแล็กซีอื่น ๆ ภายในกลุ่มท้องถิ่นของทางช้างเผือก ที่อาจผลักทั้งคู่ไม่ให้ชนกัน

โดยปัจจัยนี้ทีมวิจัยได้สังเกตจากการใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศไกอาและฮับเบิลเพื่อประมาณมวลการเคลื่อนที่ และปฏิสัมพันธ์กันระหว่างแรงโน้มถ่วงของกาแล็กซี 4 แห่งที่อยู่ใกล้เคียง จากนั้นนำข้อมูลทั้งหมดลงในแบบจำลองเพื่อสร้างสถานการณ์ที่เป็นไปได้ออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ 50/50 เท่านั้น

“เราพบว่ากาแล็กซีในกลุ่มท้องถิ่นที่มีมวลมากที่สุดลำดับถัดไปได้แก่ M33 และกลุ่มเมฆแมกเจลแลนใหญ่ มีผลกระทบต่อวงโคจรของทางช้างเผือก-แอนดรอเมดาอย่างชัดเจนและรุนแรง” พวกเขาเขียน

อย่างไรก็ตามเนื่องจากยังไม่มีการสังเกตการณ์เกี่ยวกับข้อมูลกาแล็กซีรอบข้างอย่างละเอียดเช่น โมดูลัสระยะทาง ความเร็วแนวสายตา การเคลื่อนที่เฉพาะมวล และความเข้มข้นต่าง ๆ ทำให้ค่าที่ใช้ในการคำนวณนั้นเป็น ‘ค่าที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด’ แทนที่จะเป็นค่าเฉพาะในโลกแห่งความจริง

นักวิทยาศาสตร์หวังว่าจะมีการสังเกตการณ์จากกล้องไกอาต่อไปเพื่อเติมเต็มข้อมูลเหล่านั้น

“การเผยแพร่ข้อมูลจากไกอาที่กำลังจะมีขึ้น จะช่วยปรับปรุงข้อจำกัดของการเคลื่อนที่ที่เหมาะสม และแบบจำลองมวลจะได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง” ทีมวิจัยสรุป “อย่างไรก็ตาม เป็นที่ชัดเจนว่าทฤษฎีการชนกันของกาแล็กซียังอยู่ในช่วงเริ่มต้น”

“และต้องมีการทำงานอีกมากก่อนจะทำนายชะตากรรมจุดสิ้นสุดของกาแล็กซีกลุ่มท้องถิ่นได้อย่างแน่ชัด แต่ในตอนนี้การประกาศถึงการล่มสลายของกาแล็กซีเราดูเหมือนจะเกินจริงไปอย่างมาก” พวกเขาสรุป

ที่มา

https://www.science.org/…/milky-way-may-escape-fated…

https://arxiv.org/pdf/2408.00064

https://www.livescience.com/…/catastrophic-collision…

https://www.universetoday.com/…/are-andromeda-and-the…/

https://phys.org/…/2024-08-andromeda-milky-doomed…

Photo : NASA; ESA; Z. Levay and R. van der Marel, STScI; T. Hallas; and A. Mellinger

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...