โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : 10 อาหารห้ามให้แมวกิน จริงหรือ ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 25 ก.ย 2567 เวลา 17.39 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2567 เวลา 10.39 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์แชร์เตือนคนที่เลี้ยงแมวว่า มีอาหาร 10 ชนิดที่ห้ามให้แมวกิน ตั้งแต่ยาพาราเซตามอล ช็อกโกแลต ผักและผลไม้บางชนิด ไปจนถึงปลาดิบ และตับ จริงหรือ ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ศ.น.สพ.ดร.สถาพร จิตตปาลพงศ์ คณบดีคณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อาหารแมว 10 ชนิดที่แชร์กัน มีบางส่วนจริง แต่บางส่วนไม่ถึงขนาดห้าม เป็นเรื่องที่บอกได้ยากว่าแมวจะแพ้หรือไม่แพ้

อาหารคนหลายชนิดทำให้เกิดปัญหาสุขภาพในสัตว์ได้ เพราะว่าด้วยเหตุสรีรวิทยาของคนและสัตว์แตกต่างกัน อาหารที่ดูเหมือนมีคุณประโยชน์ในคน อาจจะทำให้เกิดโทษหรือเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงได้

ข้อ 1. ยาพาราเซตามอล ?

คนเลี้ยงไม่ควรให้ “ยาพาราเซตามอล” กับสัตว์เลี้ยงด้วยตนเอง โดยเฉพาะแมวมีการแพ้ยาพาราเซตามอลค่อนข้างมาก

แมวที่แพ้ยาพาราเซตามอลจะมีอาการเหมือนกับขาดออกซิเจนในเลือด มีอาการของ Cyanosis (ภาวะผิวหนังเขียวคล้ำ) หรือได้รับยาต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ ก็อาจจะทำให้ตายได้

ข้อ2. หัวหอม กระเทียม องุ่น และลูกเกด ?

องุ่น และลูกเกดมีความเป็นพิษต่อแมว

บางอย่างยังไม่รู้รายละเอียดว่าเป็นสารพิษตัวไหน หรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่ในแมวพบว่าแพ้มาก

ส่วนหัวหอม กระเทียม รวมถึง กุยช่าย มีสารในกลุ่มของ N-propyl disulfide หรือ “สารทำลายเม็ดเลือดแดง” ถ้าสัตว์เลี้ยงได้รับต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานก็อาจจะทำให้โลหิตจางได้

ข้อ3. ผลิตภัณฑ์จากนมวัว ?

สุนัขกับแมวไม่สามารถจะย่อยน้ำตาลแล็กโทส (Lactose) ได้

ถ้าต้องการให้ผลิตภัณฑ์นมวัว มีวิธีแก้คือผสมไข่แดงดิบเพื่อลดให้เจือจางลง ไม่ให้สัมผัสแล็กโทสมาก

ข้อ4. แอลกอฮอล์ ?

“แอลกอฮอล์” เหมือนกับในคน เพราะมีผลต่อตับและสมอง

เคยมีรายงานว่าแอลกอฮอล์เพียง 2 ฝา แมวน้ำหนักตัวประมาณ 2 กิโลกรัม อาจจะตายได้ สัตว์แต่ละตัวมีความทนทานต่อสิ่งเหล่านี้แตกต่างกัน อย่าให้แมวกินแอลกอฮอล์จะดีกว่า

ข้อ5. ช็อกโกแลต ?

ช็อกโกแลตมีสารที่เรียกว่า ทีโอโบรมีน (Theobromine) พบในดาร์กช็อกโกแลตค่อนข้างมาก ทำให้เกิดอันตรายจากช็อกโกแลต (Chocolate toxicity) ที่มีผลต่อแมว อย่างที่บอกไม่รู้ว่า “ปริมาณ” เท่าไหร่ถึงจะมีอาการรุนแรง แต่ก็ไม่ควรให้กิน

ข้อ6. ลูกอม และหมากฝรั่ง ?

ปัจจุบัน ลูกอมและหมากฝรั่งใช้น้ำตาลเทียม ที่เรียกว่า ไซลิทอล (Xylitol)

ไซลิทอลมีผลกระตุ้นการสร้างอินซูลิน ทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) ผลข้างเคียงอาจทำให้ตับและไตวายได้

ข้อ7. เนื้อติดมัน และกระดูก ?

“เนื้อติดมัน” ไม่มีอันตราย แต่มีผลข้างเคียงคือทำให้อ้วน ถ้าจะให้ “เนื้อติดมัน” นาน ๆ ได้ (เป็นรางวัล)

ส่วน “กระดูก” แมวเคี้ยวกระดูก (หรือปลาที่มีก้าง) ได้ละเอียดน้อยกว่าสุนัข เวลาที่เคี้ยวกระดูกแตกเป็นเสี้ยว หรือเป็นหนามขึ้นมา กระดูกก็จะทิ่มปากหรือกลืนยาก และกระดูกติดคอได้บ่อย

ข้อ8. ไข่ดิบ และปลาดิบ ?

ถ้าให้ “ไข่ดิบ” หรือ “ปลาดิบ” ไม่สะอาด ก็มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้ออีโคไล (E.coli : Escherichia coli) หรือซาลโมเนลลา (Salmonella) ได้

เชื้อแบคทีเรียอีโคไลและซาลโมเนลลา พบได้บ่อยมากในไข่ดิบและปลาดิบ

กรณี “ไข่ดิบ” มีผลทำให้การดูดซึมวิตามินเอและวิตามินบีของร่างกายลดลง ส่งผลกับขน แต่ถ้าทำไข่ให้สุกจะตัดปัญหาได้หมดเลย

ข้อ 9. ตับ ?

ถ้าให้แมวกินตับมาก ๆ ก็เป็นพิษเกี่ยวกับการดูดซึมวิตามินเอในร่างกาย ถ้าดูฉลากอาหารเปียกหรืออาหารเม็ด ก็มีรสตับอยู่แล้วสามารถใช้ทดแทนได้ แต่ถ้าต้องการจะให้ตับจริง ๆ (เช่น ตับไก่) ก็ให้ได้บ้างช่วงสั้น ๆ และไม่ควรให้ต่อเนื่องระยะยาว

ข้อ 10. ชาและกาแฟ ?

“ชา” และ “กาแฟ” มี “กาเฟอีน” มีความเป็นพิษโดยตรงกับแมว

ในส่วนของแมว การขับสารพิษทำได้ยาก เพราะว่าแมวไม่มีต่อมเหงื่อ ไตต้องทำงานหนัก สภาพเหมือนแอลกอฮอล์ เพราะกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางเมตาบอลิซึมสูง

ดังนั้น สรุปว่าอาหารแมว 10 อย่างบางส่วนเป็นเรื่องจริง บางส่วนก็ไม่ถึงกับห้าม เพราะบอกได้ยากว่าแมวจะ “แพ้อาหาร” หรือไม่

ไม่มีใครรู้ว่าแมวตัวไหนแพ้อะไร ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมาแก้ไม่ทันแมวก็จะตาย

แนะนำว่าให้กินอาหารที่ทำตามมาตรฐานของการเลี้ยงสัตว์ มีสูตรอาหารชัดเจน ซึ่งจะทำให้สัตว์เลี้ยงมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาว และก็มีสุขภาพที่แข็งแรง

สัมภาษณ์โดย อัครวุฒิ ตู้วชิรกุล

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : 10 อาหารห้ามให้แมวกิน จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...