Meiji Yasuda Life Insurance ทุ่ม 2 พันล้านดอลลาร์ ซื้อกิจการบริษัทประกันสหรัฐ หลังตลาดญี่ปุ่นอิ่มตัว
Meiji Yasuda Life Insurance ทุ่ม 2 พันล้านดอลลาร์ ซื้อกิจการบริษัทประกันภัยของสหรัฐ เพื่อขยายธุรกิจ หลังตลาดญี่ปุ่นอิ่มตัว และมีแนวโน้มหดตัว ชี้ ตลาดประกันสหรัฐโตต่อเนื่อง
วันที่ 15 สิงหาคม 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า เมจิ ยาสึดะ ไลฟ์ อินชัวแรนซ์ (Meiji Yasuda Life Insurance) บริษัทประกันภัยรายใหญ่ของญี่ปุ่นกำลังขยายธุรกิจในสหรัฐ ด้วยการซื้อกิจการบริษัทประกันสหรัฐ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่จะสะท้อนถึงแนวโน้มในการกระจายธุรกิจที่กว้างขึ้น และความต้องการเติบโตในระดับโลก เนื่องจากตลาดในประเทศถึงจุดอิ่มตัว
Meiji Yasuda ประกาศเมื่อวันพุธ (14 ส.ค.) StanCorp Financial Group ซึ่งเป็นบริษัทสหรัฐที่อยู่ในเครือของMeiji Yasuda จะเข้าซื้อกิจการ American Heritage Life Insurance และบริษัทประกันอีกแห่งหนึ่ง ด้วยเม็ดเงินประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยข้อตกลงนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิ.ย. 2569 และต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลทั้ง 2 ประเทศ ทั้งในสหรัฐและญี่ปุ่น
American Heritage มีความเชี่ยวชาญด้านกรมธรรม์ประกันแบบกลุ่มแบบเลือกเข้าร่วม ซึ่งครองสัดส่วนการเติบโตประมาณ 50% ในตลาดประกันของสหรัฐในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คาดว่าจะช่วยสนับสนุนข้อเสนอประกันแบบกลุ่มของ StanCorp ได้
รายงานระบุว่า Meiji Yasuda มุ่งเป้าไปที่การเจาะตลาดสหรัฐ นับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการ StanCorp เมื่อปี 2559 ซึ่งนับจากนั้นเป็นต้นมา Meiji Yasuda ได้เข้าซื้อกิจการบริษัทสหรัฐหลายแห่ง รวมถึงธุรกิจประกันแผนเกษียณอายุของ Securian Financial Group ในปี 2565
และธุรกิจประกันชีวิตและประกันเพื่อผู้พิการของ Elevance Health ในปี 2566 และเมื่อรวมกับข้อตกลงซื้อกิจการ American Heritage แล้วนั้น เม็ดเงินลงทุนทั้งหมดของ Meiji Yasuda ในการเข้าซื้อกิจการในสหรัฐในขณะนี้ พุ่งสูงเกิน 1 ล้านล้านเยน (ประมาณ 6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
บริษัทประกันภัยอื่น ๆ ของญี่ปุ่น ก็กำลังมีแผนขยายธุรกิจในตลาดสหรัฐเช่นกัน โดยเมื่อเดือนเม.ย. Dai-ichi Life Insurance ประกาศแผนซื้อกิจการ ShelterPoint Group ผ่านทาง Protective Life Insurance ซึ่งเป็นบริษัทในเครือในสหรัฐ ด้วยมูลค่าข้อตกลงประมาณ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้าน Nippon Life Insurance ประกาศแผนซื้อหุ้น Corebridge Financial มูลค่า 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนพ.ค. ขณะที่ Sumitomo Life Insurance ก็ได้ดำเนินธุรกิจในตลาดสหรัฐมาตลอด นับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการ Symetra Financial ในปี 2559
การเคลื่อนไหวไปยังตลาดสหรัฐของบรรดาบริษัทประกันภัยระดับแถวหน้าของญี่ปุ่นนั้นเป็นผลมาจากโอกาสเติบโตที่จำกัดในตลาดภายในประเทศ โดยข้อมูลจากสถาบันประกันชีวิตของญี่ปุ่น ระบุว่า จำนวนครัวเรือนญี่ปุ่นที่มีประกันชีวิต นิ่งที่ระดับประมาณ 90% มาเกือบ 20 ปี และคาดว่าจะตัวเลขดังกล่าวจะลดลง เนื่องจากจากตลาดมีแนวโน้มหดตัวในระยะยาว ซึ่งเป็นผลจากจำนวนประชากรที่ลดลง
ในทางกลับกัน สหรัฐคือเป็นตลาดประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกและคาดว่าจะเติบโตต่อไปเรื่อย ๆ โดยการวิจัยของ LIMRA คาดการณ์ว่า ยอดขายกรมธรรม์ประกันชีวิตใหม่ในสหรัฐจะเพิ่มขึ้น 5% ทั้งในปี 2567 และ 2568 นอกจากนี้แล้ว ตลาดประกันแบบกลุ่มก็คาดว่าจะขยายตัวเช่นกัน นั่นส่งผลให้สหรัฐกลายเป็นเป้าหมายที่น่าดึงดูดใจสำหรับบริษัทประกันญี่ปุ่นที่ต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากประเทศและขยายธุรกิจของตนให้กว้างขึ้น
ทั้งนี้ Meiji Yasuda ระบุ ว่า การดำเนินงานในต่างประเทศคือปัจจัยสำคัญในการเติบโตในแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ โดยผลกำไรจากการดำเนินงานในตลาดต่างประเทศ อยู่ที่ 8 หมื่นล้านเยน ในปีงบการเงิน 2566 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายสำหรับปีงบการเงิน 2570 และขณะนี้บริษัทมีเป้าหมายปรับเพิ่มแนวโน้มการคาดการณ์ผลกำไรจากตลาดต่างประเทศ สู่ระดับ 1 แสนล้านเยน ภายในปีงบการเงิน 2569
อ้างอิง : asia.nikkei.com