หุ้นไทยวันนี้ อ่อนตัว บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่ง-ดอลลาร์แข็งค่า ลุ้นจีนหนุนหลังเปิดทำการวันแรก
หุ้นไทยวันนี้ 8 ต.ค. นักวิเคราะห์คาดอ่อนตัวลงเล็กน้อย รับแรงกดดันจากตลาดต่างประเทศปรับตัวลง หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งขึ้น และค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น จากตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง ทำให้นักลงทุนคาดว่าเฟด จะลดดอกเบี้ยเพียง 0.25% แต่ด้วย ตลาดหุ้นจีนจะเปิดทำการวันนี้เป็นวันแรกหลังหยุดยาว มองว่าน่าจะเข้ามาหนุนตลาดหุ้นไทยให้ปรับตัวลงจำกัด
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ คาดอ่อนตัวลงเล็กน้อย รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นในต่างประเทศที่เคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นทะลุ 4% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนส.ค. และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น หลังตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง ส่งผลให้นักลงทุนปรับคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลงมาที่ 0.25% จากเดิมคาดไว้ที่ 0.50%
อย่างไรก็ตามคาด SET อ่อนตัวลงจำกัด จากตลาดหุ้นจีนจะกลับมาเปิดทำการวันนี้เป็นวันแรกหลังหยุดยาว คาดว่าจะปรับตัวขึ้นได้ หนุนหุ้นไทยไม่ให้ปรับตัวลงเท่าตลาดหุ้นในต่างประเทศ
ส่วนในประเทศวันนี้ ติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะมีมาตรการใหม่ๆ ออกมาหรือไม่ ให้แนวรับไว้ที่ 1,440-1,445 จุด และแนวต้าน 1,460-1,465 จุด
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่า แม้ SET ได้รับ sentiment ลบ หลัง bond yield สหรัฐปรับขึ้นจากตลาดคาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยเพียง 0.25% ในเดือนพ.ย. อย่างไรก็ตาม ลุ้นจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเป็นปัจจัยหนุนตลาด ทําให้ยังมองแนวรับบริเวณ 1,435-1,440 จุด ยังรองรับได้ และมีโอกาสฟื้นตัวได้ต่อ โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1,460 และ 1,470 จุด ตามลําดับ
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideway โดยมี Upside จํากัดเนื่องจากในประเทศขาดปัจจัยหนุนใหม่เพิ่มเติม โดยอยู่ระหว่างรอความชัดเจนเรื่องทิศทางดอกเบี้ยของ ธปท. และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐซึ่งอาจถูกหักล้างด้วยความผันผวนของค่าเงินบาทในระยะสั้น
อีกทั้งตลาดหุ้นทั่วโลกยังอยู่ในภาวะ Risk-off หลังกังวลความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง จึงทําให้ Fund Flow ยังมีแนวโน้มไหลออกจากตลาดหุ้นไทย
ขณะที่ปัจจัยภายนอกมองว่าเงินเฟ้อสหรัฐจะไม่ส่งผลต่อตลาดการเงินมากนัก โดยคาดทิศทางดอกเบี้ยของเฟดในช่วงที่เหลือของปีนี้จะยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนําให้ “Selective Buy”
บล.กรุงศรี คาด หุ้นไทยวันนี้ “Sideways/Up” แนวต้าน 1,460/1,465 จุด แนวรับ 1,443/1,438 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับฐาน S&P500 ปรับลง -0.96% กดดันหลักจาก US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้น +4 bps มาปิดที่ 4.02% เป็นการปรับสถานะไปตามมุมมองเฟดที่น่าจะปรับลดดอกเบี้ยตาม Dot Plot และไม่ได้ไวเท่าที่ตลาดคาด จาก 1.) เศรษฐกิจสหรัฐมีภาพสอดคล้องคาดการณ์ของเฟดสิ้นปี 2024-2026 2%+/- และ 2.) ราคาน้ำมันวานนี้ขึ้นเฉลี่ย 3.7% จากความกังวลในตะวันออกกลาง(แม้ไม่มีประเด็นใหม่ที่มีนัยฯ)
ขณะที่ฝั่ง Asia วันนี้ จะมีภาพบวกการแถลงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนเพิ่มเติม และเชิญสื่อฯ รับฟังเป็นครั้งแรกตั้งแต่ 2015 ตลาดคาดหวังขนาดของมาตรการตั้งต้นราว 2-3 ล้านล้านหยวน (2-3% ของ GDP) ต่อยอดจากนโยบายอสังหาฯราว 4-5 แสนล้านหยวน และนโยบายการเงินช่วงก่อนหน้า
ภายในยอดเบิกจ่ายงบลงทุนต้นปีงบ 2568 เร่งขึ้น, ท่องเที่ยวยังคึกคัก สถานการณ์น้ำท่วมค่อยๆ คลายเร็ว SET วันนี้จะผันผวนช่วงต้นก่อนฟื้นตัว
คาดหุ้น China Plays หุ้น Domestic ที่ Defensive (สื่อสาร ร.พ.) หุ้นน้ำมัน และกลุ่มได้ประโยชน์น้ำท่วมคลายเด่น วันนี้แนะ BDMS, IVL, PTTEP