รีวิว Agatha All Along เหล่าแม่มดขี่ไม้กวาดท่องจักรวาล MCU ความลับแห่งโลกเวทมนตร์ที่เราไม่เคยรู้?
LSA Thailand
อัพเดต 10 ต.ค. 2567 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2567 เวลา 04.00 น. • Lifestyle Asia Thailandใครที่เป็นแฟน Marvel คงจะไม่พลาด WandaVision ที่ทำให้เรารู้จักกับตัวละครสุดลึกลับและน่าสนใจอย่าง “อากาธา ฮาร์กเนส” และตอนนี้เธอได้กลับมาพร้อมกับซีรีส์เดี่ยวของตัวเองใน Agatha All Along โดยเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์ ความลึกลับ และบทสรุปที่ทำให้เราทุกคนต้องทึ่ง แต่ซีรีส์นี้จะทำให้แฟน ๆ Marvel ตื่นเต้นหรือเพียงแค่ “ฮึดฮัด” กับเรื่องราวของแม่มด? มาอ่านรีวิวนี้พร้อมกับเรากันเลย!
Relate article
หนังเข้าใหม่ น่าดู ประจำเดือนตุลาคม 2024
เรื่องน่ารู้ Transformers One หนังที่ดีที่สุดในบรรดาหนังทรานส์ฟอร์เมอร์ส
Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในซีรีส์
Lifestyle Asia rating: 4/5
ประเภท: ซีรีส์เรื่องนี้ผสมผสานแนว แฟนตาซี-เวทมนต์ เข้ากับความดราม่าและความสยองขวัญเบา ๆ ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแฟน ๆ ที่ชื่นชอบ แม่มด และโลกที่เต็มไปด้วยคาถา นอกจากนี้ยังมีกลิ่นอายของความตลกแบบร้าย ๆ ของ อากาธา ที่เคยทำให้เราหลงรักเธอใน WandaVision อีกด้วย ซีรีส์นี้ไม่ได้มุ่งไปที่แค่ผู้ชม MCU โดยตรง แต่ก็มีการแทรกอีสเตอร์เอ้กและการเชื่อมโยงกับจักรวาล Marvel ให้ได้ตื่นเต้น
นักแสดงนำ:
- Kathryn Hahn รับบทเป็น Agatha Harkness
- Joe Locke รับบทเป็น Teen
- Sasheer Zamata รับบทเป็น Jennifer Kale
- Ali Ahn รับบทเป็น Alice Wu-Gulliver
- Patti LuPone รับบทเป็น Lilia Calderu
- Aubrey Plaza รับบทเป็น Rio Vidal
- Asif Ali รับบทเป็น Norm
ผู้กำกับ: Jac Schaeffer
จำนวนตอนทั้งหมด: 9
ความยาวต่อตอน: ประมาณ 40 นาที
ดูได้ที่ไหน: Disney+ Hotstar
ดูได้เมื่อไหร่: 18 กันยายน 2567
เราชอบอะไรในซีรีส์เรื่องนี้
ต้องบอกก่อนเลยว่า Agatha All Along เป็นซีรีส์ที่ทำให้เราต้องหวนกลับไปคิดถึงความสนุกที่เคยได้จาก WandaVision อีกครั้ง แต่คราวนี้เหมือนเพิ่มสีสันความแสบของตัวละคร อากาธา ฮาร์กเนส ให้ชัดเจนขึ้นในทุกมิติ! แล้วอะไรที่ทำให้เราติดใจในซีรีส์นี้กันล่ะ?
1. การกลับมาของ Kathryn Hahn: แม่มดแสบ ๆ ที่เรารัก
ขอปรบมือดัง ๆ ให้กับ Kathryn Hahn อีกครั้ง! เธอทำให้ตัวละคร อากาธา กลายเป็นแม่มดที่เราทั้งรักทั้งกลัวไปพร้อม ๆ กัน ถ้ายังจำได้ใน WandaVision ที่เรารู้สึกว่าเธอแสนเจ้าเล่ห์ ขี้เล่นนิด ๆ น่ารักหน่อย ๆ แต่ในซีรีส์นี้ เธอเอาให้สุด! ทุกฉากที่เธอปรากฏตัว ทำเอาคนดูต้องหยุดหายใจเพราะไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไรแสบ ๆ อีกบ้าง ความตลกแปลก ๆ ของ อากาธา ยังคงอยู่ แต่ที่เพิ่มมาคือความลึกลับและการเปิดเผยความสามารถเวทมนตร์ของเธอให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น
2. เวทมนตร์และความสยองขวัญ
ซีรีส์นี้มีการผสมผสานระหว่าง เวทมนตร์ กับ ความสยองขวัญแบบคลาสสิก ได้อย่างลงตัว ลองจินตนาการถึงแม่มดที่ไม่ได้แค่โบกไม้กายสิทธิ์เสกนกน้อยน่ารัก ๆ ออกมา แต่เป็นการใช้เวทมนตร์ในแบบที่มีด้านมืด คาถาที่เต็มไปด้วยอำนาจและความน่ากลัว เช่นในบางฉากที่เราเห็น อากาธา ใช้คาถาเพื่อค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ หรือฉากในป่าที่น่ากลัวแบบไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราชอบที่ซีรีส์สามารถนำเสนอโลกเวทมนตร์ที่ดูดาร์คขึ้น แตกต่างจากที่เราเคยเห็นใน Marvel มาก่อน
3. ความเชื่อมโยงที่น่าสนใจในจักรวาลเวทมนตร์ Marvel
แม้ว่า Agatha All Along จะไม่ได้เชื่อมโยงตรง ๆ กับภาพยนตร์ใหญ่ของ MCU แต่ซีรีส์นี้กลับสามารถเปิดเผยข้อมูลลับในโลกของเวทมนตร์ในจักรวาล Marvel ได้อย่างลึกซึ้ง เช่น การพูดถึงคาถาเก่าแก่ คำสาปโบราณ หรือแม้แต่การเปิดเผยเส้นทางเวทมนตร์ที่แม่มดทุกคนต้องเผชิญ เพื่อฟื้นคืนพลัง สิ่งเหล่านี้ช่วยขยายจักรวาลเวทมนตร์ให้กว้างขึ้น และทำให้เรารู้ว่าเวทมนตร์ไม่ได้มีแค่ Scarlet Witch หรือ Doctor Strange เท่านั้น
เราไม่ชอบตรงไหน
ถึงแม้ว่าเราจะรัก อากาธา ขนาดไหน แต่ก็ต้องยอมรับว่าซีรีส์นี้ก็มีบางจุดที่ทำให้เราอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1. จังหวะการเล่าเรื่องที่ช้าจนทำให้หงุดหงิด
ในช่วงแรกของซีรีส์ โดยเฉพาะ 2-3 ตอนแรก การเล่าเรื่องดูจะช้าไปนิด การดำเนินเรื่องที่ต้องอธิบายปูมหลังของตัวละครและการเริ่มต้นเดินทางของ อากาธา อาจทำให้บางคนรู้สึกว่า “เมื่อไหร่จะเข้มข้นสักที?” เราเข้าใจว่าซีรีส์นี้ต้องการสร้างบรรยากาศความลึกลับและความตื่นเต้นแบบค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเรื่องที่มีจังหวะเร็ว ๆ อาจจะรู้สึกว่าการเล่าเรื่องค่อนข้างดึงไปหน่อย
2. ความคาดหวังที่สูงของแฟน MCU
ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ Marvel Cinematic Universe และคาดหวังว่า Agatha All Along จะเต็มไปด้วยการเชื่อมโยงที่สำคัญกับจักรวาลใหญ่ คุณอาจจะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะซีรีส์นี้ดูจะไม่เน้นไปที่การสร้างความสำคัญระดับเดียวกับภาพยนตร์ Doctor Strange หรือ Avengers แต่เป็นการเล่าเรื่องส่วนตัวของ อากาธา มากกว่า ซึ่งอาจทำให้หลายคนที่รอคอย “ฉากสำคัญ” ของ MCU รู้สึกเหมือนกับว่ามันไม่ถึงจุดนั้น
เนื้อเรื่องย่อ
Agatha Harkness (Kathryn Hahn) ที่หลายคนรู้จักจาก WandaVision ต้องหาทางฟื้นคืนพลังเวทมนตร์ของเธอหลังจากที่ถูก Wanda Maximoff ขังไว้ในคาถาชั่วร้าย แต่ครั้งนี้ Agatha ไม่ได้เดินทางคนเดียว เพราะเธอได้รับความช่วยเหลือจากวัยรุ่นลึกลับ (Joe Locke) ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในเรื่องราวนี้ ในซีรีส์ Agatha All Along เราจะได้ติดตามการเดินทางของ อากาธา ที่ออกตามหา “เส้นทางแม่มด” ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่เธอจะได้พลังของเธอกลับคืนมา ระหว่างทาง เธอต้องพบเจอกับอุปสรรคและตัวละครใหม่ ๆ ที่ทำให้เรื่องราวของจักรวาลเวทมนตร์มีความซับซ้อนและลึกซึ้งขึ้นไปอีก
Scarlet Witch จะกลับมาหรือเปล่านะ?
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ซีรีส์นี้น่าสนใจคือการที่มันพาเรากลับไปสู่โลกของ อากาธา ฮาร์กเนส หลังจากที่เธอพ่ายแพ้ใน WandaVision ในตอนแรก เราได้เห็นเธอในสภาพที่อ่อนแอและไร้พลัง แต่เมื่อได้พบกับวัยรุ่นลึกลับ (ที่รับบทโดย Joe Locke) เขาได้จุดประกายให้เธอออกเดินทางสู่การค้นหาพลังที่เธอเคยครอบครอง ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งที่เราชอบ เพราะมันทำให้เราได้เห็นมิติที่ลึกซึ้งของ Agatha มากขึ้น
ซีรีส์นี้ยังแนะนำตัวละครใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ เช่น Rio Vidal (Aubrey Plaza) ที่มีความสัมพันธ์ลึกลับกับ อากาธา เราได้เห็นการพัฒนาและปมความลับของตัวละครแต่ละคนค่อย ๆ ถูกเปิดเผยผ่านการเล่าเรื่อง นี่เป็นจุดที่ทำให้การดูแต่ละตอนมีความตื่นเต้น เพราะเราไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป
เมื่อคุณเห็นชื่อ Agatha All Along ในตารางการฉาย คุณคงนึกว่า “เอ๊ะ! แล้วแม่มดแดง Scarlet Witch จะกลับมาหรือไม่?” หลังจากเหตุการณ์สุดสะเทือนใจใน Doctor Strange in the Multiverse of Madness ที่ดูเหมือนว่าเธอจะหายตัวไปในฉากใหญ่ที่น่าตกใจ เราก็อดหวังไม่ได้ว่าซีรีส์นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่เธอจะฟื้นคืนชีพ และใช่! มีหลายฉากที่บอกใบ้ถึงความเป็นไปได้ แต่จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ก็ต้องรอติดตามกันไปยาว ๆ นะ!
การเปิดตัวของซีรีส์นี้นำเรากลับสู่โลกเวทมนตร์แบบเต็มขั้น แต่ก็ไม่ใช่แค่เรื่องของ อากาธา เท่านั้น การที่ Joe Locke มารับบทในซีรีส์นี้ ทำให้หลายคนสงสัยว่าเขาอาจเป็น Billy Kaplan หรือWiccan หนึ่งในลูกชายของ Wanda Maximoff ซึ่งตาม Marvel Comics เขามีพลังที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์อยู่แล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ซีรีส์นี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นมากขึ้นในอนาคต แน่นอนว่าเรื่องของ Scarlet Witch และลูก ๆ ของเธอยังไม่จบง่าย ๆ แน่!
ชื่อเปลี่ยน แต่เรื่องเวทมนตร์ยังแซ่บเหมือนเดิม!
ที่น่าสนใจคือ Agatha All Along ไม่ได้ใช้ชื่อนี้ตั้งแต่แรก! ตั้งแต่ซีรีส์ได้รับการประกาศครั้งแรกในปี 2021 ก็เปลี่ยนชื่อไปมาหลายรอบ ตั้งแต่ House of Harkness ที่ฟังดูเหมือนจะเข้มข้นสุด ๆ ไปจนถึง Darkhold Diaries ที่ดูเหมือนจะเน้นเรื่องความลึกลับ ก่อนจะเป็น Coven of Chaos ซึ่งก็ฟังแล้วดูเหมือนเราจะได้เห็นกลุ่มแม่มดคลั่ง แต่สุดท้ายมาเป็นชื่อที่เรารู้จักกันดี Agatha All Along ซึ่งเราว่าเหมาะสมสุด เพราะเป็นการนำเสนอความเป็นตัวของ อากาธา ที่มีความเจ้าเล่ห์อยู่ในทุกจังหวะของซีรีส์
สิ่งที่น่าชื่นชมของซีรีส์นี้คือ 4 ตอนแรก สามารถดึงดูดผู้ชมใหม่ ๆ ที่อาจไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ของ MCU ก็ยังสามารถเข้าใจและสนุกไปกับเรื่องราวได้ ไม่ได้มีฉากหรือเรื่องราวที่ซับซ้อนเหมือนกับภาพยนตร์ใหญ่ ๆ ของ Marvel แต่ยังคงมีความลึกลับในเรื่องราวที่ค่อย ๆ เปิดเผยออกมาอย่างช้า ๆ
หลังจากดูไป 4 ตอน เรารู้สึกว่าซีรีส์นี้ยังคงเล่นตามกฎของ Marvel ที่ไม่ยอมทำให้ซีรีส์มีความสำคัญเทียบเท่าภาพยนตร์ ดูเหมือนว่าซีรีส์ในยุค Multiverse Saga จะไม่ตอบแทนผู้ชมในแบบที่เคยทำไว้ใน Infinity Saga อย่างตอนที่ทุกคนดูกันจนครบทุกเรื่องแล้วจะมีการเชื่อมโยงและให้รางวัลแก่คนดู ซีรีส์นี้ไม่ได้สร้างความรู้สึกนั้นสักเท่าไร ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับแฟน ๆ ที่คาดหวังว่าทุกตอนจะเป็นชิ้นสำคัญของ Marvel Cinematic Universe
“อากาธา ฮาร์กเนส” คือตัวละครที่เรารัก แต่ตอนแรก ๆ มันดูยังไงนะ?
ในช่วงต้น ๆ ของการประกาศซีรีส์นี้ หลายคน (รวมถึงเรา) ต่างก็สงสัยว่า “ตัวละครนี้จะมีอะไรให้เล่าเยอะขนาดนั้นเหรอ?” ต้องยอมรับว่าใน WandaVision Agatha ถูกทำให้ดูเป็นตัวร้ายเจ้าเล่ห์ที่ไม่น่าจะมีอะไรน่าค้นหามากมาย แต่เมื่อเรื่องราวของเธอเริ่มค่อย ๆ เปิดเผยออกมาในซีรีส์นี้ เราก็เริ่มตกหลุมรักเธอมากขึ้น
สิ่งที่ซีรีส์นี้เริ่มต้นได้น่าสนใจคือการที่ อากาธา ต้องรับบทเป็นนักสืบในคดีฆาตกรรมปริศนากลางป่า อ้าว! แม่มดกลายเป็นนักสืบได้ยังไง? การเชื่อมโยงระหว่างเธอกับศพที่พบเจอทำให้เธอต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีแขกแปลกหน้าคนหนึ่งโผล่มาที่สถานีตำรวจ ซึ่งก็คือ Rio Vidal ที่รับบทโดย Aubrey Plaza ตอนที่ทั้งคู่เจอกันครั้งแรก ก็รู้เลยว่ามีอะไรบางอย่างที่ค้างคาใจพวกเขาอยู่มาก่อน และเมื่อเรื่องราวดำเนินไป เราก็ได้รู้มากขึ้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์และปมของพวกเขา
สิ่งที่หลายคนอาจรู้สึกได้จากซีรีส์นี้คือการเล่าเรื่องที่อาจจะช้าในบางจังหวะ ซึ่งมันก็มีข้อดีข้อเสียของมันนะ ข้อดีคือการค่อย ๆ เปิดเผยเบาะแสเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้ผู้ชมได้มีเวลาคิดและคาดเดาว่าเรื่องราวจะไปในทิศทางไหน ความลึกลับของ Agatha และ Rio ทำให้ซีรีส์น่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ แต่ข้อเสียก็คือบางทีคนที่ไม่ชอบจังหวะการเล่าเรื่องที่ช้าเกินไปอาจจะรู้สึกเบื่อได้ในช่วงตอนแรก ๆ
ขอยกนิ้วให้การแสดงของ Kathryn Hahn อีกครั้ง เธอไม่ทำให้เราผิดหวังเลย ทุกครั้งที่เธอโผล่มาในซีรีส์ เธอทำให้เรารู้สึกถึงอารมณ์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความตลก เจ้าเล่ห์ หรือแม้กระทั่งความน่าสงสารแบบที่เราไม่เคยเห็นในตัว อากาธา มาก่อน และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Aubrey Plaza ที่มาเพิ่มสีสันและความเครียดในซีรีส์นี้ ด้วยความลึกลับที่เธอนำเสนอตั้งแต่แรกเห็น ทั้งคู่สร้างความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดและน่าติดตามจนคุณต้องลุ้นในทุก ๆ ฉากที่พวกเขาเผชิญหน้ากัน
Agatha…จะกลับมาเป็นแม่มดที่ยิ่งใหญ่หรือไม่?
โดยรวมแล้ว Agatha All Along เป็นซีรีส์ที่ให้ความบันเทิงได้อย่างดี มันไม่ได้มีแค่ความแสบของ อากาธา เท่านั้น แต่ยังเปิดมุมมองใหม่ ๆ ของโลกเวทมนตร์ในจักรวาล Marvel ด้วยการเล่าเรื่องที่มีทั้งความลึกลับ ตลก ดราม่า และสยองขวัญเบา ๆ ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่า “อยากรู้ว่าเรื่องนี้จะพาเราไปเจออะไรต่อ”
ถึงแม้จะมีบางจังหวะที่อาจช้าไปหน่อย และการเชื่อมโยงกับ MCU อาจไม่เข้มข้นอย่างที่แฟน ๆ คาดหวัง แต่ก็ยังคงเป็นซีรีส์ที่ให้ความสนุกและความตื่นเต้นได้เป็นอย่างดี นี่คือซีรีส์สำหรับคนที่รักเวทมนตร์ ชื่นชอบการสำรวจเรื่องราวใหม่ ๆ ใน Marvel และอยากติดตามการเดินทางสุดแสบของแม่มดที่น่ารักน่ากลัวอย่าง Agatha Harkness! คุณล่ะ คิดว่า อากาธา จะได้พลังของเธอกลับคืนหรือไม่? แล้วการเดินทางของเธอจะพาเราไปพบเจออะไรใหม่ ๆ ในโลกเวทมนตร์อีกบ้าง?
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Hero Images Credit: by Courtesy of Disney – © Disney via IMDb
Featured Images Credit: by Courtesy of Disney – © Disney via IMDb
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.