โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มยอดกตัญญูวัย 17 ปีขี่ไปส่งสาว ถูกเจ้าถิ่นหาเรื่อง ก้มกราบเท้าขอชีวิตแต่ยังกระทืบจนตาย

Khaosod

อัพเดต 29 ส.ค. 2567 เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2567 เวลา 16.21 น.

หนุ่มวัย 17 ปี ยอดกตัญญูเลี้ยงดูตาวัย 75 ปี ถูกวัยรุ่นต่างหมู่บ้าน 3 คนรุมทำร้ายเสียชีวิต หลังขี่จยย.ไปส่งสาวที่บ้าน แต่ถูกเจ้าถิ่นรุมทำร้าย ก้มกราบเท้าแต่ยังกระทืบ

เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2567 ที่วัดบึงกอก จ.พิษณุโลก สถานที่จัดงานศพนายรัตนพล หรือน้องมาร์ค อายุ 17 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากอาการเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง หลังถูกวัยรุ่น 3 คน รุมทำร้ายเสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ชาวบ้านจำนวนมาก ต่างช่วยกันนำวัตถุดิบมาประกอบอาหาร เรี่ยไรเงิน มาช่วยกันจัดงานศพให้กับน้อง เนื่องจากฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน และเป็นเด็กกตัญญู อาศัยอยู่กับตาเพียงสองคน ทำงานรับจ้างได้เงินมา ก็จะนำมามอบให้กับตา จึงเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน

นายประทีป อายุ 75 ปี ตาของน้องมาร์ค เปิดเผยว่า ตนและภรรยา เลี้ยงน้องมาร์คมาตั้งแต่แบเบาะ พ่อและแม่เด็กไม่ได้อยู่ด้วย เมื่อปีก่อนยายของน้องมาร์คก็เสียชีวิต เมื่อน้องเรียนจบม.3 ก็ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ทั้งทำงานในไร่อ้อย งานถางหญ้า ทาสี และล่าสุดเพิ่งมาได้ทำงานประจำเป็นลูกจ้างร้านอ็อกเชื่อมเหล็ก

ทุกครั้งที่น้องมาร์ค ทำงานรับจ้างได้เงินมา ก็จะนำเงินมาให้กับตน เพราะตนประกอบอาชีพหาของเก่าได้เงินเพียงเล็กน้อย เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน น้องมาร์คก็จะค่อย ๆ เก็บเงินซื้อเข้ามาให้ ตนมาทราบข่าวน้องมาร์ค ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ เมื่อคืนวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ก่อนถูกนำส่งรพ.ลานกระบือจ.กำแพงเพชร และส่งต่อไปรักษาตัวที่รพ.กำแพงเพชร

ด้วยสภาพหัว และใบหน้าบวม ทราบว่าซี่โครงหักด้วย รู้สึกเสียใจอย่างมาก ที่มาทำร้ายหลานตนจนเสียชีวิต ทราบเพียงว่าตำรวจจับคนร้ายทั้ง 3 คนได้แล้ว และมีการขอประกันตัวในชั้นศาลออกไปแล้ว ส่วนการทำศพ ชาวบ้านต่างช่วยกันบริจาคเรี่ยไรมาช่วยงานศพ

ด้าน น.ส.สุภัทรา อายุ 24 ปี เปิดเผยว่า ตนมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้เสียชีวิต และเป็นคนที่ตาของน้อง ไหว้วานให้ช่วยพาไปดำเนินการเรื่องจัดการศพ และแจ้งความดำเนินคดี ตนกับน้อง รู้จักกันตั้งแต่เด็ก โดยคืนเกิดเหตุ พวกตนและน้องไปเที่ยวงานที่บ้านปรือกระเทียม แต่แยกกันไป

พวกตนไปรถกระบะ 2 คัน ส่วนน้องมาร์คขี่รถจักรยานยนต์ไปเอง น้องมาร์คได้ไปรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งภายในงาน ต่อมาน้องมาร์คมาบอกว่าจะไปส่งผู้หญิงที่บ้าน ม.18 ต.หนองกุลา อ.บางระกำ ซึ่งห่างจากงานประมาณ 10 กิโลเมตร

ต่อมาได้รับโทรศัพท์ ว่าน้องบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งรพ.ลานกระบือ ตนจึงพาตาของน้องไปดู ปรากฏว่าที่รพ.ได้ปั๊มหัวใจน้องฟื้นขึ้นมาอีก 2 ครั้ง ก่อนนำส่งต่อที่รพ.กำแพงเพชร สภาพที่เห็นคือน้องไม่รู้สึกตัวแล้ว หมอบอกว่าสมองได้รับการกระทบกระเทือนมาก ซี่โครงหักหลายซี่ และอยู่ที่รพ.กำแพงเพชรได้ 1 วันก็เสียชีวิตลง

หลังจากนั้น ตนจึงช่วยประสานติดต่อขอรับศพมาตั้งบำเพ็ญกุศล กำหนดเผาศพวันที่ 31 ส.ค.นี้ และพาตาของน้องไปแจ้งความ ส่วนสาเหตุที่น้องโดนรุมทำร้ายเสียชีวิตนั้น ตนไม่ทราบจริงๆ แต่จากคำบอกเล่าของเพื่อนผู้หญิงที่น้องไปส่งบอกว่า กลุ่มที่มารุมทำร้าย หนึ่งในนั้นเป็นแฟนเก่าของผู้หญิง และตอนที่ทำร้ายนั้น น้องมาร์คได้ก้มกราบเท้าผู้รุมทำร้าย แต่ก็ยังโดนทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในที่สุด

น.ส.สุภัทรา กล่าวอีกว่า ตนได้พาตาไปแจ้งความที่สภ.นิคมสร้างตนเอง และทราบจากตำรวจว่า ผู้ต้องหาที่รุมทำร้ายน้องทั้ง 3 คน ได้เดินทางมามอบตัวพร้อมทนายความ โดยตำรวจนำตัวส่งที่ศาลจังหวัดพิษณุโลก และได้ประกันตัวออกมาแล้ว เมื่อวานนี้ ซึ่งข้อหาที่ทราบเบื้องต้นคือ ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย, ร่วมกันบุกรุกเคหสถานโดยมีอาวุธ โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปในเวลากลางคืน และร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 3 รายที่เข้ามอบตัวนั้น ประกอบด้วย นายธนากร อายุ 26 ปี นายสุธน อายุ 20 ปี และนายสุภนัย อายุ 21 ปี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนุ่มยอดกตัญญูวัย 17 ปีขี่ไปส่งสาว ถูกเจ้าถิ่นหาเรื่อง ก้มกราบเท้าขอชีวิตแต่ยังกระทืบจนตาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...